ปลอมไลน์รองผู้การ รับวิ่งเต้นขึ้นสารวัตร

รวบหนุ่มแสบอ้างตัวเป็นหน้ารอง รอง ผบ.ตร.หลอกตำรวจช่วยวิ่งเต้นตำแหน่งมีผู้เสียหายหลายราย

วันที่ 13 ก.ย. พ.ต.อ.ธีระ เถระพัฒน์ ผกก.สน.ท่าข้าม นำกำลังจับกุมนายกานพล หรือ “กฤต” อายุ 50 ปี ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี  ลงวันที่ 9 ก.ย.62

ข้อหา “ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลที่บิดเบือนหรือปลอมฯ และร่วมกันพยายามฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น”

พร้อมโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง บัตรเอทีเอ็ม 2 ใบ จับกุมได้หน้าบ้าน อ.บ้านธิ จ.ลำพูน

พ.ต.อ.ธีระ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ พ.ต.อ.สุริยา นาคแก้ว รอง ผบก.น.9 เข้าแจ้งความ มีผู้นำรูปไปสมัครแอพพลิเคชั่นไลน์ หลอกลวงนายตำรวจหลายๆคน ว่าช่วยเหลือในการแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่งได้ มีผู้เสียหายหลายรายโอนเงินให้เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเป็น พ.ต.อ.สุริยา จริงๆ

ต่อมาฝ่ายสืบสวน สน.ท่าข้าม สืบทราบนายกานพล เคยก่อเหตุในลักษณะเดียวกันมาก่อนและถูกกองปราบปราม จับกุมได้เมื่อปี 2555 ถูกตัดสินจำคุก 2 ปี 8 เดือน

พอพ้นโทษออกมาไม่เข็ดหลาบยังมีพฤติกรรมแบบเดิมอีก รวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับและติดตามจับกุมได้

นายกานพล ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้มีอาชีพเป็นพ่อค้าตระเวนขายผลไม้ เคยคลุกคลีกับพวกที่เป็นตำรวจ ตชด. ทำให้รู้ถึงแนวทางในการวิ่งเต้นแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ

ได้เปิดไลน์ และใช้รูป พ.ต.อ.สุริยา จากโซเชียลมีเดีย มาตั้งเป็นรูปโปรไฟล์ จากนั้นโทรศัพท์ไปสุ่มหลอกนายตำรวจสัญญาบัตร อ้างตัวว่า ปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงาน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.สามารถช่วยเหลือแต่งตั้งโยกย้ายได้

เมื่อเหยื่อตายใจหลงเชื่อจะใช้ไลน์ทักไปหาเพื่อความน่าเชื่อถือ ที่ผ่านมาทำสำเร็จมา 4 ครั้ง ได้เงินครั้งละ 200,000 – 300,000 บาท เงินที่ได้นำมาเที่ยวเตร่และใช้จ่าย

ด้าน พ.ต.อ.สุริยา ซึ่งเดินทางมาสอบปากคำผู้ต้องหาด้วยตนเอง กล่าวว่า ไม่เคยรู้จักผู้ต้องหารายนี้

ก่อนหน้านี้เมื่อกลางเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา มีผู้ใต้บังคับบัญชาเก่าตนที่ จ.สุราษฎร์ธานี โทรศัพท์มาสอบถามว่า ใช้เบอร์โทรศัพท์กับไลน์เบอร์เดิมหรือไม่

เพราะมีคนแอบอ้างเป็น พ.ต.อ.สุริยา โทรศัพท์ไปหาพนักงานสอบสวนที่โรงพักแห่งหนึ่งใน จ.สุราษฎร์ธานี อ้างว่าสามารถช่วยเรื่องแต่งตั้งโยกย้ายได้

ได้ตรวจสอบจนพบว่า เป็นการนำรูปไปแอบอ้างและน่าจะได้รับความเสียหายแน่ เข้าแจ้งความ สน.ท่าข้าม ให้สืบสวนแกะรอยผู้ต้องหามาดำเนินคดี

“ตรวจสอบเงินในบัญชีของผู้ต้องหาพบว่ามีเงินในบัญชีหมุนเวียนนับล้านบาท ที่ผ่านมาผู้ต้องหารายนี้มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ บช.ภ.5

แต่จะสุ่มโทรศัพท์ติดต่อไปหาตำรวจสัญญาบัตรระดับรองสารวัตร ตำแหน่งร้อยตำรวจเอก ที่กำลังจะขึ้นเป็นสารวัตร ในพื้นที่ บช.ภ.8 เพื่อให้ไกลจากภูมิลำเนาตัวเอง

เชื่อว่า น่าจะมีผู้เสียหายหลงเชื่ออยู่หลายรายจากหลายสิบโรงพัก แต่คงไม่มีใครกล้าเข้าแจ้งความ ตนในฐานะเป็นผู้เสียหายที่โดนแอบอ้างจะดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งแพ่งและอาญากับผู้ต้องหาอย่างถึงที่สุด” พ.ต.อ.สุริยา กล่าว