ป.จับสมุนไอ้หยางร่วมฆ่า2ผัวเมียหมกท้ายรถ

เมื่อเวลา 07.00 น.ที่ 19 มิ.ย.65 พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก.สั่งการ พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ รองผบก.ป. พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล ผกก.3.บก.ป. พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4.บก.ป.

นำกำลังจับกุมนายธนวัฒน์ พุ่มเข็มทอง อายุ 42 ปี  ตามหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 18 มิ.ย.2565 ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

จับได้ในพื้นที่ ต.ดงทูล อ.หนองกรุงศรี จ.กาฬสินธุ์  ควบคุมตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์ตำรวจ เพื่อเข้ามาสอบสวนที่กองปราบปรามปรามทันที

ต่อมาเวลา 14.17 น. วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมชั้น 2 กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) ชุดปฎิบัติการพิเศษ “หนุมาน กองปราบ”  คุมคัวนายธนวัฒน์ มาที่ห้องสอบปากคำ

มี พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พร้อมด้วย พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.มีชัย กำเนิดพรม รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ รอง ผบก.ป. และ พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ รอง ผบก.ป. ร่วมกันสอบปากคำ

ก่อนจะร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม นายธนวัฒน์ พุ่มเข็มทอง อายุ 42 ปี ผู้ร่วมขบวนการฆาตกรรมโหดสองผัวเมียที่ไต้หวัน

พล.ต.ท.จิรภพ เปิดเผยว่า เบื้องต้นชั้นจับกุม ผู้ต้องหารับสารภาพ ร่วมกับนายสันติ และพวกอีก 1 คน  ใช้ท่อนเหล็กตีสองสามีภรรยาจนเสียชีวิต

หลังจากนั้นนำศพขึ้นรถเก๋งไปทิ้ง ก่อนจะหลบหนีกลับประเทศ  ไปหลบอยู่ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ และถูกจับกุมในเวลาต่อมา แต่ไม่ใช่คนลงมือฆ่า  นายธนวัฒน์ ได้บอกแล้วว่าใครเป็นคนลงมือ แต่ยังไม่ขอเปิดเผย

พล.ต.ท.จิรภพ ยังกล่าวถึงการแบ่งหน้าที่ของผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ว่า นายสันติเป็นคนว่าจ้างให้นายธนวัฒน์และนายสามารถ ร่วมก่อเหตุ  จะให้ค่าจ้าง 500,000 บาท มัดจำก่อน 20,000 บาท

หลังก่อเหตุในวันที่ 8 มิ.ย. นายสันติได้เดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 9 มิ.ย. ก่อนที่จะให้ผู้ต้องหาอีก 2 ราย เดินทางกลับไทยในวันที่ 11 มิ.ย. แล้วหนีไปหลบซ่อนตัว

พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวว่า สำหรับปมฆาตกรรม ตอนนี้พุ่งประเด็นไปที่เรื่องของความขัดแย้งระหว่างนายสันติ กับผู้เสียชีวิตเป็นหลัก ส่วนเหตุผลนั้นยังไม่ขอเปิดเผย

ส่วนผู้ก่อเหตุอีกหนึ่งราย ที่ยังหลบหนีการจับกุมของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่นั้น ตำรวจจะเร่งสืบสวนติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว จะส่งตำรวจไปที่ไต้หวันหรือไม่

พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการและจัดทีมไว้แล้ว เบื้องต้นมีตำรวจ 6 นาย ที่จะไปสางคดีที่ไต้หวัน ส่วนการดำเนินคดีข้อฆาตกรรม ยืนยันว่าดำเนินคดีที่ประเทศไทย  ข้อหาอื่นๆเช่นการอำพรางศพต้องดำเนินคดีที่ไต้หวัน

ส่วนผู้เสียชีวิตและผู้ต้องหาจะมีการพัวพันเรื่องยาเสพติดหรือไม่นั้น ต้องไปสอบสวนขยายผลต่อไปอย่างละเอียดอีกที

ผู้สื่อข่าวถามว่า คดีนี้เป็นคดีนอกราชอาณาจักร อัยการสูงสุดเป็นผู้มีอำนาจในการสอบสวน ตอนนี้อัยการสูงสุดได้มีการตั้งทีมสอบสวนหรือยัง มีใครบ้าง 

พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีความผิดที่เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหมด มีอำนาจในการสอบสวน และการสอบสวนทั้งหมดเราจะได้กราบเรียนท่านอัยการสูงสุดตามกฎหมาย เพราะคดีนอกราชอาณาจักร ในการสืบสวนสอบสวนต้องมีผู้รับผิดชอบ

ดังนั้น ในระยะหนึ่งก็ต้องรายงานไปยังท่านอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณา แต่ตอนนี้ยังไม่ได้แจ้งรายงานไป ต้องรอผลการพิจารณาของอัยการสูงสุด

หลังการแถลงข่าวเสร็จสิ้น นายตี๋ ญาติผู้เสียชีวิต (สองสามีภรรยา) ได้เข้ามอบกระเช้าเพื่อขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนจะเปิดเผยกับสื่อมวลชนถึงการดำเนินคดีว่าอยากให้ดำเนินคดีในไทยหรือไต้หวัน ว่าให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย เชื่อว่ากฎหมายบ้านเราศักดิ์สิทธิ์ ส่วนที่ผู้ต้องหาอ้างว่าน้องสาวของตนเกี่ยวพันกับสิ่งผิดกฎหมายหรือธุรกิจมืดหรือไม่นั้น

นายตี๋ ระบุว่า ส่วนตัวไม่ปักใจเชื่อ เพราะน้องสาวเป็นคนขยัน เป็นคนที่เก็บหอมรอมริบ ชอบช่วยเหลือคนอื่น ทำมาหากิน ไม่จำเป็นว่าต้องทำแบบนี้เพราะมองว่ารายได้มีเยอะพอสมควรแล้ว