กองปราบรวบแม่เล้าจีนผู้ต้องหารายสำคัญ หนีโทษจำคุก 6 ปี มาใช้ไทยเป็นที่กบดาน ก่อนทำวีซ่ารันมาเลย์หวังตบตา สุดท้ายจนมุม
วันที่ 14 ก.ย.69 พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการ พ.ต.อ. ภัทรพล ปัทมวงศ์ ผกก.สนับสนุน บก.ป. ร่วมกับ พ.ต.ท.สิทธิชัย เข็มกลัด สว.กก.1 บก.สส.สตม. เข้าควบคุมตัว น.ส.หวัง อายุ 32 ปี ชาวจีน ผู้ต้องหารายสำคัญตามความต้องการของทางการสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ที่ริมถนนในพื้นที่หมู่ 1 ต.หนองปรือ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
สำหรับ น.ส.หวัง เป็นผู้ต้องหารายสำคัญที่ทางการจีนต้องการตัวอย่างยิ่ง ความผิดฐานเป็นธุระจัดหาให้ค้าประเวณี โดยคดีดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานความมั่นคงสาธารณะเมืองหนานหนิง สาธารณรัฐประชาชนจีน
สืบเนื่องจาก น.ส.หวัง ถูกเจ้าหน้าที่จีนดำเนินคดี ก่อนอาศัยเงื่อนไขการตั้งครรภ์เพื่อขอประกันตัวชั่วคราว ต่อมาเมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2568 ศาลประชาชน เขตซีเซียงถาง มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก 6 ปี และปรับเงิน 500,000 หยวน
หลังคำพิพากษามีผลบังคับใช้ น.ส.หวัง หลบหนีการรับโทษ ทราบว่าเมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2568 ผู้ต้องหาเดินทางโดยรถไฟไปยังเมืองผิงเซียง มณฑลกวางซี เป็นพื้นที่ติดชายแดนเวียดนาม ก่อนขาดการติดต่อกับทางการจีน เชื่อว่ามีการลักลอบข้ามพรมแดนเพื่อหลบหนีออกนอกประเทศ
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามได้แกะรอยทางเทคโนโลยีและบูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบเบาะแสว่า น.ส.หวัง น่าจะลักลอบเข้ามาหลบซ่อนตัวอยู่ในย่านห้วยขวาง กรุงเทพฯ จึงเฝ้าติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด
กระทั่งพบว่า น.ส.หวัง กำลังวางแผนหลบเลี่ยงการตรวจสอบสถานะการพำนักในประเทศไทย ด้วยการทำ “วีซ่ารัน” (Visa Run) เพื่อเดินทางออกนอกประเทศแล้วกลับเข้ามาใหม่ หวังต่ออายุการพำนักในราชอาณาจักรให้ดูแนบเนียน
ต่อมาวันที่ 11 ก.ย. 2569 น.ส.หวัง โดยสารเครื่องบินเดินทางออกจากประเทศไทย มุ่งหน้าไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ชุดสืบสวนได้ติดตามความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง เนื่องจากทราบข้อมูลล่วงหน้าว่า น.ส.หวัง มีแผนเดินทางกลับเข้าประเทศไทยอีกครั้ง
หลังจากนั้นอีกไม่กี่วัน น.ส.หวัง เดินทางด้วยเครื่องบินจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย มาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่เฝ้าสังเกตการณ์จนพบว่า หลังเดินทางออกจากสนามบิน น.ส.หวัง เดินออกมาหยุดอยู่บริเวณริมถนน เป็นจุดนัดพบเพื่อเตรียมขึ้นรถหลบหนี จึงแสดงตัวเข้าควบคุมตัวไว้ได้ และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายไทย และผลักดันตัว น.ส.หวัง กลับไปรับโทษตามคำพิพากษาที่สาธารณรัฐประชาชนจีนต่อไป


























