ป.ตามรวบผู้ใหญ่ชิน หนีคดีจ้างฆ่าสจ.ท่าชนะ

วันที่ 19 ม.ค.65 พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการ  พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4 บก.ป. พ.ต.ท.เอกสิทธิ์ ปานสีทา รอง ผกก.4 บก.ป., พ.ต.ต.ศรัณย์ ศรีพักตร์ สว. กก.4 บก.ป. ร.ต.ท.นิติธร ประชันกาญจนา รอง สว.กก.สสน.บก.ป.ช่วยราชการ กก.4 บก.ป.

นำกำลังจับกุม นายชาญณรงค์ หรือจุก หรือ นายชิน อายุ 79 ปี ชาว จ.สุราษฎร์ธานี ข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรอง ได้ที่ ริมถนน พช.3025 บ้านโค้งผักชี ต.พุทธบาท อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์

สืบเนื่องจากเมื่อปี 2540 ขณะที่ นายชาญณรงค์  เป็นผู้ใหญ่บ้าน ม. 7 ต.ท่าชนะ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี และ น.ส.โสภิตา ภรรยา ที่ร่วมกันก่อตั้งห้างหุ้นส่วนจํากัด สุราษฎร์วังทองก่อสร้าง ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง ขึ้นมา

ได้ว่าจ้างกลุ่มมือปืน 4 คน ใช้ปืนสั้นและลูกซองถล่มยิง นายสิทธิโชค ธรรมเดชะ สจ.สุราษฎร์ธานี ในขณะนั้น  เสียชีวิตคาที่หน้าบ้านพักในพื้นที่ ต.วัง อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี

สำหรับมูลเหตุมาจากก่อนหน้าห้างหุ้นส่วนจํากัด สุราษฎร์วังทองก่อสร้าง ของผู้ต้องหา  ชนะการประมูลงานโครงการขุดลอกคลองตลิ่ง ของกรมพัฒนาที่ดิน ได้รับว่าจ้างดำเนินโครงการดังกล่าว

แต่ระหว่างดำเนินงานได้นําเครื่องจักรกลขนาดใหญ่เข้าขุดลอกคลองตลิ่ง ส่งผลให้พืชผลของชาวบ้านบริเวณริมคลองได้รับความเสียหาย  ได้รวมตัวแจ้งเรื่องต่อนายสิทธิโชค ผู้ตาย   สจ.สุราษฎร์ธานี ในขณะนั้นให้เข้ามาตรวจสอบ

ก่อนผู้ตายจะพากลุ่มชาวบ้านเข้าร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี จนมีคําสั่งให้ระงับโครงการ ชั่วคราว ส่งผลให้นายชาญณรงค์ และ น.ส.โสภิตา โกรธแค้น และนำมาสู่การว่าจ้างมือปืนสังหารโหดดังกล่าว

หลังเกิดเหตุตำรวจสามารถจับกุมกลุ่มมือปืนทั้ง 4 คนได้ ให้การซัดทอดเชื่อมโยงมาถึง นายชาญณรงค์ และ น.ส.โสภิตา  เป็นผู้ว่าจ้างด้วยเงิน 250,000 บาท นายชาญณรงค์ และ น.ส.โสภิตา  ติดต่อเข้ามอบตัวสู้คดี

ต่อมาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาจําคุก กลุ่มมือปืนผู้ก่อเหตุตลอดชีวิต  นายชาญณรงค์ และ น.ส.โสภิดา ผู้จ้างวาน ถูกตัดสินลงโทษประหารชีวิต

เมื่อคดีเข้าสู่การพิจารณาของศาลฎีกา ปี 2546 นายชาญณรงค์ และ น.ส.โสภิดา ได้ยื่นขอประกันตัว  ใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสด คนละ 1,000,000 บาท แต่เมื่อได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว กลับหลบหนีไม่มาฟังคําพิพากษาของศาลฎีกา ซึ่งมีคำพิพากษาตัดสินประหารชีวิต จึงมีการออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ดังกล่าว

ต่อมาเจ้าหน้าที่กก.4.บก.ป.สืบทราบว่า นายชาญณรงค์ ได้เปลี่ยนชื่อ หลบหนีมาซ่อนตัวอยู่ใน จ.เพชรบูรณ์ ประกอบอาชีพขายต้นโกโก้ เรื่อยมานานกว่า 10 ปี จนคดีเหลืออายุความอีกเพียงแค่ 1 ปี 10 เดือน จึงนำกำลังจับกุมตัวได้ดังกล่าว ทำให้เหลือเพียง น.ส.โสภิตา อีกรายที่ยังหลบหนีอยู่

สอบถาม นายชาญณรงค์รับสารภาพ และยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง นำตัวส่งศาลจังหวัดไชยา ดําเนินคดีต่อไป