ผู้กองบี ตร.เป็นอาชีพที่มีเกียรติ

6500

 

หน้าที่ 44 ผู้กองบี ตำรวจสวยพราวเสน่ห์แห่งกองบัญชาการท่องเที่ยว

ร้อยตำรวจเอกหญิง ศรัญญา วิริยะ หรือผู้กองบี รอง สว.ฝอ.กส บช.ศ. ช่วยราชการ บช.ทท.

ผู้กองสาวในวัย 30 ปี เกิดเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2531 พื้นเพเป็นคนจังหวัดนนทบุรี

เรียนจบจากชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนราชินี ระดับปริญญาตรีจบจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ก่อนบินลัดฟ้าไปเรียนต่อที่เมืองเบอร์มิงแฮมจบระดับปริญญาโทในสาขา MSC การจัดการและการตลาด ก่อนจะกลับมาประเทศไทยและเข้าอบรมหลักสูตร กอส.รุ่นที่ 38 และหลักสูตรการสืบสวนคดีอาญารุ่นที่ 99

ทัศนคติกับตำรวจ

ตอนที่บียังเรียนใช้ชีวิตอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยนั้นรู้สึกว่าอาชีพตำรวจนั้นเป็นอะไรที่ไกลตัวมาก ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะมีโอกาสได้มาเป็นตำรวจหญิงในทุกวันนี้ เนื่องจากที่บ้านหรือครอบครัวนั้นไม่มีใครเป็นตำรวจหรือรับราชการใดเลย

เวลาที่บีออกไปไหนมาไหน เมื่อเจอตำรวจก็จะรู้สึกว่าตำรวจนั้นมีความน่าเกรงขามซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติของประชาชนคนทั่วไปรู้สึกกัน

เพราะเวลาที่เราทำอะไรผิด ก็จะมีหลักกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่พอเข้ามาสัมผัสจริงนั้นตำรวจต่างหากที่จะต้องกลัวว่าประชาชนจะทำผิดกฎหมายหรือเปล่า

ถ้าถามว่าทำไมถึงอยากมาเป็นตำรวจ

“บีก็คงต้องตอบว่า” เพราะตอนเด็กๆบีได้รับการปลูกฝังมาตลอดว่าการรับราชการตำรวจนั้นเป็นอาชีพที่มีเกียรติ ได้ดูแลประชาชนรากหญ้าที่ได้รับความเดือดร้อนต่างๆ ซึ่งตำรวจนั้นก็เปรียบเสมือนยารักษาโรคช่วยบรรเทาหรือคลี่คลายคดีให้อาการที่เจ็บป่วยลดน้อยลง

หลังจากนั้นพอเติบโตขึ้นมาได้ยินคำว่า “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” บ่อยเข้า ก็เลยอยากจะเข้ามาทำงานราชการบ้าง ก็ถือว่าเป็นความโชคดีส่วนหนึ่งที่หลังจากเรียนจบปริญญาโทและได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการทำงานบริษัทเอกชนมาประมาณหนึ่งปี ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เปิดรับสมัครสอบพอดีจึงเดินทางไปสอบตามความตั้งใจไว้ก่อนจะมีโอกาสเข้ารับราชการตำรวจตามที่ตั้งใจไว้

“หลังจากนี้มีโปรเจคจะเรียนต่อภาษาอะไรไหม?

เมื่อรับผิดชอบหน้างานท่องเที่ยว” ผู้กองบีแอบบอกกับแฟ้มไม่ลับสีกากีว่า ใจจริงตอนนี้คิดว่าจะเรียนต่อภาษาจีนเนื่องจากว่าเป็นภาษาทางการไปแล้ว เพราะไปในหลายๆประเทศนั้น ภาษาจีนแทบจะเป็นอีกภาษาหลักที่หลายประเทศใช้สื่อสารพูดคุยกัน …

ไม่แน่ว่าเราทั้งหลายอาจจะได้ยินได้ฟังผู้กองบีพูดภาษาจีนกันเร็วๆนี้นะจ๊ะ…

แรงบันดาลใจในอาชีพตำรวจของบี

ถ้าพูดถึงการทำงานแบบดุดันต้องยกให้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. “รองโจ๊ก” พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. “รองปิ่น” และที่เป็นนายตำรวจรุ่นใหญ่นิสัยดีต้องยกให้ “บิ๊กหมาย” พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. บุคคลที่เอ่ยถึงทั้งหมดนี้เป็นตำรวจที่ทำงานชนิดหามลูกหามค่ำกันอดหลับอดนอนเพื่อประชาชนจริงๆ

คติประจำใจ : รักษาความดี ดั่งเกลือรักษาความเค็ม