Home ท่องปทุมวัน พล.ต.ท.ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ  ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ คนที่ 23

พล.ต.ท.ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ  ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ คนที่ 23

กว่าจะมาเป็นครูใหญ่สถาบันผลิตนายตำรวจสัญญาบัตร

เขาเป็นลูกชายคนเดียวของพ่อ ข้าราชการกรมที่ดิน และแม่ ข้าราชการกรมสรรพากร เป็นคนกรุงเทพฯโดยกำเนิด หลังจบจากโรงเรียนเทพศิรินทร์ รุ่น 97 พ่ออยากให้เป็นตำรวจ สอบเข้าเตรียมทหารรุ่น 24 นรต.รุ่น40

เส้นทางชีวิตราชการหลังพ้นรั้วสามพราน เริ่มจาก รอง สว.(สอบสวน) สน.ปทุมวัน รอง สว.(สอบสวน) สน.บางรัก สว.ศฝร.บช.น. สว.สส.สน.บางนา บก.น.5 บช.น. สว.กก. สส.บก.น.5 บช.น. รอง ผกก.สส.ภ.1 รอง ผกก.สส.ภ.7  รอง ผกก.จร. สน.ยานนาวา ผกก.สน.พลับพลาไชย 1 รอง ผบก.น.8 รอง ผบก.น.6 ผบก.น.1 ผบก.วจ.รอง ผบช.น.

คุณวุฒิการศึกษา
รปบ.(ตร.) จาก โรงเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.รุ่น 40)
พบ.ม.(รปศ.) เกียรตินิยม จาก สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)
น.บ. จาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
การจัดการดุษฎีบัณฑิตจาก มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต

“พอได้มาเรียนแล้วก็สนุก งานตำรวจมันก็สนุก ชอบขึ้นมาเรื่อยๆ รู้สึกผูกพันกับการเป็นตำรวจ…”

พล.ต.ท.เสนิตเริ่ม ก่อนเล่าให้ฟังถึงเส้นทางกว่าจะมาเป็น ผบช.โรงเรียนนายร้อยว่า

คือเราจบจากที่นี่ แล้วเรียนได้ที่ 1 ของนรต.40  อยู่ในบอร์ด ฮอลล์ออฟเฟรมของโรงเรียน คิดว่าครั้งหนึ่ง จะมีโอกาสได้ทำอะไรที่เป็นประโยชน์กับโรงเรียนที่เราจบมา พอดีท่าน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เมื่อครั้งยังเป็นผบ.ตร. แนะนำอยากให้มาช่วยพัฒนาโรงเรียน เลยยินดีเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกของสภาการศึกษาโรงเรียนนายร้อย 

ต่อยอดครูหวาน ผบช.คนที่22            

พอผ่านกระบวนการคัดสรร มาตรงนี้ ตั้งใจอยากให้โรงเรียน นรต. ได้ต่อยอดจาก หวาน (พล.ต.ท.ดร.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร) อดีตผบช.รร.นรต. คนที่แล้ว คือปกติสนิทกันกับหวาน เวลาไปดูงานต่างประเทศ  ก็ไปด้วยกัน  ได้คุยกันเรื่องสิ่งที่หวาน วางรากฐานเอาไว้หลายๆเรื่อง 

ยินดีมาต่อยอดในสิ่งที่เขาทำต่อไปให้เกิดผลสำเร็จ เพราะปีหนึ่งที่วางรากฐานไว้  ไม่มีใครทำได้เสร็จ หมายถึง คือเริ่มไว้ได้ แต่มันยังไม่จบ ต้องมาไล่เก็บให้เขา  

สร้างเด็กเป็นตำรวจมืออาชีพ

1.คือมาไล่เก็บให้เขา แต่ 2.คือความคิดผมเอง  มองโรงเรียนนายร้อยฯ เป็นที่ผลิตนายตำรวจสัญญาบัตร จากคนที่ไม่ได้เป็นตำรวจมาสู่กระบวนการไปเป็นตำรวจ เพราะฉะนั้น ต้องทำให้เขาเป็นตำรวจมืออาชีพ สร้างให้เด็กเป็นตำรวจมืออาชีพ   

ตรงกับที่พี่เด่น-พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. คือจริงๆ ตรงมาตั้งแต่สมัยพี่อู๋-อดุลย์ แสงสิงแก้ว  ท่านบอกว่า เป็นตำรวจมืออาชีพ เพื่อความผาสุกของประชาชน 

เก่ง-ดี-มีความสุข

ตามแผนที่จะเขียน 5 ปี ของโรงเรียนนายร้อยฯ ต่อไปนี้ที่เราจะทำ ต้องการจะสร้างเด็กที่เก่ง ดี และมีความสุข เก่ง หมายถึง  จะต้องเก่งด้านกฎหมายต้องชัดเจน เก่งเรื่องยุทธวิธี  เก่งในการสื่อสารต่อประชาชนได้ มีบุคลิกภาพที่ดี

ส่วนดี นี่ก็คือ จริยธรรม คุณธรรม พวกนี้คือสิ่งที่เราจะต้องปลูกฝังเขา ด้านอุดมคติตำรวจ ด้านความเป็นตำรวจ พิทักษ์สันติราษฎร์ ต้องหล่อหลอมให้อยู่ในสมอง ว่าทำอะไร ให้นึกถึงประชาชนเป็นที่ตั้ง สร้างเขาเป็นตำรวจอาชีพ 

ให้มีบาลานซ์ออฟไลฟ์

พอออกไปแล้ว เขาต้องนึกว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชน มีความสุข มีความผาสุกในชีวิต ส่วนมีความสุขนี่ก็คือพยายามจะสอนให้เขารู้จักการใช้บาลานซ์ออฟไลฟ์ ของชีวิต เรื่องของการให้เขามีโอกาสในเรื่องการเรียน มีโอกาสทำในเรื่องดนตรีในใจ มีกีฬาในใจ ศิลปะในใจ มีธรรมะในใจ 

ถ้าเขามีบาลานซ์ ของชีวิต เขาจะเป็นตำรวจที่มีความสุข ไม่เครียด เพราะอาชีพตำรวจมันเครียดมาก  

หาวิธีออกจากความเครียด

อย่างน้อยๆ เขารู้จักมีทางออก งานเครียดๆก็ไปฟังเพลง ไปเล่นดนตรี ไปวาดรูป หรือว่าจะไปทำงานศิลปะ เล่นกีฬา อะไรต่างๆเหล่านี้ จะช่วยให้เขาคลายเครียด การที่มีสังคมในกลุ่มของเขา จะทำให้ไม่เป็นโรคซึมเศร้า  ตำรวจเราช่วงนี้จะเห็นว่ามีการตายสูง ใช่ไหม  ต้องสอนให้เขารู้จักการบริหารชีวิตตัวเอง ให้มันลงตัว 

คุยทุกฝ่ายร่วมกันปั้นเด็ก 

ที่กลับมาโฟกัสที่ตัวเด็ก ทุกองคาพยพของโรงเรียน ผมคุยกับผู้บริหารทั้งหมดว่าทำยังไงจะให้มาคิดถึงจะสร้างเด็ก อย่างที่บอก อาจารย์จะต้องสร้างให้เด็กมีความรู้ ฝ่ายฝึกฝน ยิงปืน ยุทธวิธี จะสร้างยังไง ฝ่ายปกครองจะสอดแทรกเรื่องการมีคุณธรรม จริยธรรม ได้ยังไง บุคลิกภาพ การพูดหน้าแถว

  ต่างฝ่ายต้องมาช่วยกันคิด เอากำแพงแต่ละคน แต่ละหน่วย ออกไป แล้วช่วยกันคิดว่าจะทำยังไง ให้เด็กคนหนึ่งที่จะสร้างขึ้นมา 4 ปีเป็นอย่างที่คาดหวัง 

 กอน.-กอส.เป็นส่วนหนึ่งของรร.

โรงเรียนไม่ได้อบรมแค่นักเรียนนายร้อยตำรวจ  จะมี  กอน. กอส. มาระยะสั้นๆ แต่เขาก็จบปริญญาตรีมาแล้ว ต้องดูว่าจะหล่อหลอมเขายังไง ให้ช่วง 4-5 เดือน ที่อยู่กับเรา ให้เขาซึมซับความเป็นตำรวจเข้าไป  ตอนนี้ค่อนข้างจะทำกลุ่มนี้ให้เข้มข้นด้วย ไม่ทิ้งเขา ถือว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียน ไม่ใช่แค่ นรต.

ป้อนตำรวจอาชีพให้ตร.

สรุปคือว่า เราหันกลับมาทั้งหมด มาเน้นในส่วนของตัวเด็ก ที่จะสร้างให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้เป็นตำรวจมืออาชีพ นี่เป็นความฝันผมเลย  เป็นตัวหลักเลย 

ต่อยอดเรื่องศูนย์ไซเบอร์

ส่วนการที่จะต่อยอดที่ ครูหวาน ทำไว้ ในเรื่องศูนย์นวัตกรรม ความมั่นคงไซเบอร์ และการตรวจพิสูจน์ทางดิจิทัล   อันนี้ทำแน่นอน เพราะท่านสุวัฒน์ วางรากฐานไว้ให้ที่นี่เป็นศูนย์ฯ เราพยายามที่จะไปขอทุน แล้วเด็กเราเก่งมาก  ได้รางวัลเยอะเลย โดยเฉพาะเรื่องอาชญากรรมทางเทคโนโลยี คือเราเป็นสถาบัน จำเป็นต้องคิดให้ค่อนข้างยาว  สอดคล้องกับการที่เขาจะต้องเจริญเติบโต

เด็กๆต้องมีความรู้พื้นฐาน

สมมติว่าเขาจบจากโรงเรียนนายร้อย ต้องเติบโตต่อไปในอนาคต  มีคดีอาชญากรรมธรรมดา กับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี  ปัจจุบัน อาชญากรรมทางเทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้น จากที่เห็นว่า เปิดศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ ตั้งแต่เดือน มี.ค.65 ตอนนี้เข้าไป 9 หมื่นกว่า หรือเป็นแสนแล้วที่เป็นเคสที่เกิดขึ้น

เพราะฉะนั้นเด็กๆที่จะเป็นพนักงานสอบสวนในอนาคต  ต้องมีความรู้พื้นฐานคดีเกี่ยวกับพวกนี้ อย่างน้อยๆมีแนวทางทำคดีได้ในคดีเบสิก เช่น คดีทั่วๆ ไป เกี่ยวกับการฉ้อโกงทางออนไลน์  สามารถที่จะทำได้ และเข้าใจ เป็นพื้นฐานของเรื่องคดี อย่างคริปโตเคอเรนซี่   ต้องเข้าใจเบสิกที่มาที่ไป วิธีการในการโกง อย่างน้อยๆ จะต้องได้รับการเรียนรู้ 

ปรับหลักสูตรผลิตไซเบอร์โปลิศ

เรากำลังปรับหลักสูตรโรงเรียนนายร้อย  สอดคล้องกับCareer Path ที่ไปรองรับกับ สอท. ปอท.รองรับหน่วยงานที่ทำหน้าที่ด้านเทคโนโลยีของการสืบสวน จะสร้างเมเจอร์เรื่องเทคโนโลยีต่างๆ อีกหนึ่งเมเจอร์  พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์  ได้สนับสนุนว่าจะทำยังไง ที่จะผลิตตำรวจออกมาแล้วให้ไปอยู่ใน สอท. ปอท.  ที่จะไปสอดคล้องกับหน้างาน คือลงไปเลย 

ต้องมีเมเจอร์ให้เด็กเก่ง

ท่าน สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ได้ไปขอทุนปริญญาโท ปริญญาเอก มาให้ไว้รองรับ 3 ปีอยู่แล้ว  เราจะต้องสร้างเด็ก ไว้สู่Career Path ตรงนี้  ฉะนั้นจำเป็นที่จะต้องมีเมเจอร์ เพราะนักเรียนนายร้อย เลือกคะแนนสอบจากที่ 1 ถึงที่สุดท้าย เลือกตำแหน่งตอนจบ ถ้าเขาไม่มีเมเจอร์ตรงนี้ คนที่เรียนทางด้านเทคโนโลยีเก่ง จะไม่มีโอกาสได้เลือกที่ดีๆ เพราะเรียนเทคโนโลยีเก่ง จะท่องไม่เก่ง พอเรียนท่องไม่เก่ง ที่ก็จะอยู่หลังๆแล้วต้องไปอยู่ไกลๆ 

เพราะฉะนั้น ถ้ามีเมเจอร์ให้  แล้วให้คนกลุ่มนี้เลือกกันเอง แข่งกันเองในการที่จะไปอยู่ในสายนี้   น่าจะดีกว่า  ตอนนี้มาในทิศทางนี้ แต่ต้องให้ผ่านสภาการศึกษาก่อน อันนี้ยังเป็นเพียงแนวคิด แต่ทำมาจะตกผลึกแล้ว 

สอนแบบ“โมดูล”(Modules)

เราปรับการเรียนการสอนเป็นแบบโมดูล (Modules) เป็นการเอามาจากแคว้นบาวาเรีย ประเทศเยอรมัน  ไปดูงานมา  สมมติว่ามีเคสอะไรสักเคสหนึ่ง ก็เอาทั้ง ป.อาญา ป.วิอาญา สิทธิมนุษยชน หลักการใช้กำลัง และยุทธวิธี มารวมอยู่ในการสอน เหมือนสอนเป็นเคส เช่น มีคดีลักทรัพย์  จะเริ่มจากอะไร 

เวลาไปจับผู้ต้องหา เข้าไปในบ้านเขา คุณใช้กฎหมายอะไร เขาผิดอะไร มี ป.วิฯ อะไร มียุทธวิธี เข้าอย่างไร  หลักการใช้กำลังได้แค่ไหน หลักสิทธิมนุษยชนจะต้องคำนึงถึง เป็นอย่างไรบ้าง อันนี้คือสิ่งที่เราจะสอนเขา รวมเข้าไปในModules

เจ้าของตำราบินมาอบรม

ตอนนี้มูลนิธิฯของเยอรมัน มาสอนให้ที่โรงเรียน อบรมกันอยู่ แล้วเขามาดู Modules ที่เราทำไว้ จะสาธิตให้เขาดูว่าโอเค. ไหม มีข้อบกพร่องอะไรที่จะต้องทำต่อไปให้มันดีขึ้น  ระหว่าง 21-24 พ.ย.  จะเป็น 2 อันคือ ทำการเรียนการสอนเป็นแบบเมเจอร์ อีกอันหนึ่งคือให้มีโมดู่อยู่ในหลักสูตรด้วย   ถ้าทำสำเร็จ ผมว่าจะได้ตำรวจมืออาชีพเลย

ต่อไปจบ นรต.ได้2ปริญญา

จริงๆทำมาตั้งแต่สมัย พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย  อยากให้นักเรียนนายร้อย ได้ดูโอ  ได้ปริญญา 2 ใบ ท่านผลักดันให้มีนิติศาสตร์ ขึ้นมา ตอนนี้ เนติบัณฑิตยสภา ยอมรับว่า นิติศาสตร์ของเราเทียบเท่าจุฬาฯ ธรรมศาสตร์ รามคำแหง เป็นอีกปริญญาหนึ่ง สมมติว่า นักเรียนนายร้อยตำรวจเรา ที่เรียนได้ก็จะเป็น 4 ปี ได้ 2 ปริญญา

พยายามจะให้เกิดขึ้นได้ นี่ ถ้าผมทำเสร็จ แล้วเข้าสภาการศึกษา ได้เดือน ม.ค.ถ้าทำตามไทม์ไลน์นะ

เร่งให้เสร็จทันใช้ปีหน้า

ใจผมอยากให้เสร็จในเดือนหน้า ปีหน้าเลย การศึกษาปีหน้าเปิดมา ปี 1 ที่เข้ามาใหม่ให้เรียนในระบบใหม่นี้เลย เป็นรุ่นต่อไป ที่มาจากเตรียมทหาร  ถ้าไทม์ไลน์เราทัน   พยายามผลักดันเผื่อจะให้ทัน  ถ้าModulesเราตกผลึก  การที่มูลนิธิมูลนิธิฮันส์ไซเดล มาครั้งนี้ แล้วการที่เรามาคิดเรื่องเมเจอร์ต่างๆ แล้วดีเฟนกับสภาการศึกษาได้ ผมว่าเราใช้ได้ทันในปีหน้า

เป็นเซนเตอร์ผู้ใช้กม.

อีกอย่างคือ ผู้ช่วย.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ท่านอยากจะให้โรงเรียน เป็นศูนย์กลางการเรียนการสอนของผู้พิทักษ์ใช้กฎหมาย ในด้านงานสืบสวนสอบสวน หมายถึงว่า ทั้งอัยการ ราชทัณฑ์ ศาล ดีเอสไอ  ก็เหมือนมาใช้เราเป็นเบสเป็นเบื้องต้น เป็นจุดเริ่มต้นของงานสืบสวนสอบสวน ก็มาเรียนที่เราได้  มีคณาจารย์อยู่แล้ว


ตอนนี้อัยการ มาเรียนหลักสูตรเบื้องต้นของเขาที่เรา 4-5 วัน อัยการใหม่ เรื่องงานสืบสวนสอบสวนของตำรวจ ให้เข้าใจเรื่องรูปแบบการทำ ต่อไปอาจจะต้องประสานต่อไปที่ดีเอสไอ หรือทางต่างๆ ถ้ามีโอกาส

จอยร่วมสถาบันนิติวิทยาศาสตร์           

ส่วนทางด้านนิติวิทยาศาสตร์  กำลังจะทำเอ็มโอยูกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ แล้ว อว.แล้วก็โรงเรียนนายร้อย   เขาอาจจะซัพพอร์ตเรื่องแลป เรื่องความรู้ของเขาที่มี เราก็มีของเรามาประสานกัน ทำให้มันดีขึ้น เด็กๆ จะได้มีความรู้ด้านนี้ที่ดีขึ้น เหมือนจับมือกัน  ท่าน ผอ.ก็เป็นนรต. 45 พ.ต.อ.สุริยา สิงหโกมล ก็คอนแท็คกันได้  พยายามจะทำให้อะไรที่เรามี ที่เขามี มาจอยกันให้มันดีขึ้น  

3ชาติอาเซียนส่งเด็กมาเรียน

ส่วนเรื่องนักเรียนต่างชาติ เป็นเรื่องที่วางรากฐานกันมานาน ทำมาตั้งแต่ปี 2548  ตอนนี้มาเรียนภาษา  มีเมียนมา กัมพูชา เวียดนาม 3 ประเทศๆละ 2 คน ทั้งหมด 6 นาย แต่ก่อนมันจะ 4 แต่ตอนนี้ด้วยโควิด เพิ่งจะกลับมาใหม่  เลยมีแค่ 6 คน ตอนนี้นอนอยู่ที่สามพรานภิรมย์  ฝึกภาษาอยู่  ปีหน้าเปิดเทอมก็เรียนต่อ  คือเรียน 4 ปี อยู่กับเราเลย เราได้ทุน จาก ตร.แล้ว ในการที่จะดูแลกลุ่มเหล่านี้ 

มีประโยชน์เรื่องคอนแทค

จริงๆแล้ว ตร.มองถึงว่า อยากให้ไปมีความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น จีน รัสเซีย ที่จะมาแลกเปลี่ยน  จริงๆแล้ว ของจีน ตำรวจมณฑลยูนาน  มีแลกเปลี่ยนกับเราอยู่แล้วปกติ แต่ช่วงนี้โควิด ไปมาหาสู่กันไม่ได้ แต่คอนเฟอเรนซ์ คุยกับโรงเรียนต่างๆในอาเซียน น่าจะมีประโยชน์  

สมมติว่า มีงานที่จะต้องไปตามคดีอาชญากรรมข้ามชาติ เวลาไป เด็กพวกนี้จะช่วยประสานงานให้อย่างดีเลย เป็นเรื่องที่ดีมาก ที่เราจะมีการแลกเปลี่ยนคนอย่างนี้  

เสวนาออนไลน์ให้ความรู้สังคม

ปัจจุบันเพิ่มฟังก์ชั่นเรื่องทำประโยชน์ให้สังคม  มีเสวนาออนไลน์ เชิญอาจารย์มหาวิทยาลัยต่างๆที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ  ที่ผ่านมา เชิญ พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.สส.ภ.8 คนจับ สมคิด เดอะริปเปอร์ เชิญมาพูดว่าไอ้นี่มันเคยข่มขืนฆ่าไปแล้ว  ติดคุกแค่ไม่กี่ปี พอออกมาปุ๊บ ก็ฆ่าอีก

แล้วมี ส.ส.ที่ผลักดันเรื่องกฎหมาย  มีอาจารย์ทางด้านอาชญวิทยา จากมหิดล ที่มาพูด มีอาจารย์จากของเราที่เป็นพิธีกรให้ชาวบ้านรู้ว่า กฎหมายนี้มีที่มาในการออกอย่างไร แล้วสุดท้ายแล้วนี่ จะต้องมีมาตรการที่จะใช้แค่ไหน อย่างไร 

เป็นกิจกรรมที่ทำขึ้นมาเพื่อผลประโยชน์สาธารณะ ในฐานะที่เป็นโรงเรียน เป็นมหาวิทยาลัยที่เป็นแหล่งความรู้ เอาความรู้ของเรา ถ่ายทอดให้ประชาชนที่สนใจได้ฟัง ทำเป็นไลฟ์สด ทำเป็นคลิปไว้ ใครมาเปิดดูก็ได้ ทำให้มันครบวงจร  

สร้างเด็กซึมซับความเป็นตำรวจ

ส่วนเรื่องฝึกงานเด็กปี 1  อยากจะสร้างเขาก่อน ให้เขาเรียนรู้ความเป็นตำรวจ คือ นรต.นี่มันเด็กเลยมาจากข้างนอก ต้องขัดเกลาให้ความรู้ด้านกฎหมาย ไม่ใช่ว่า พอมาถึงแล้วจะไปฝึกงานเลย แล้วจะเอาอะไรไปฝึกไม่ได้หรอก แต่พอมาปี 2-3 ถึงจะสอดแทรก เรื่องพวกนี้  

เรียนรู้อยู่กับชุมชน        

นอกจากนี้ ยังมีพ่อแม่สมมติ ที่ให้เขาไปใช้ชีวิตอยู่กับชาวบ้าน ได้เรียนรู้ มีประสบการณ์ ได้เข้าใจ เป็นโครงการที่ทำมานาน  ตั้งแต่ท่านพงศพัศ ตั้งแต่ท่านอัมรินทร์ แล้วประเมินดีมาตลอด แต่เปลี่ยนจังหวัดไปเรื่อยๆ แล้วก็มีโครงการฝึกงานสัมผัสปัญหาชุมชนของปี 3  จะไปทำตามมูลนิธิต่างๆ ที่ช่วยแก้ปัญหาสังคมพวกนี้  

ให้เขาเห็นปัญหา ว่าเด็กที่มีปัญหาอย่างนี้จะแก้ยังไง ช่วยกันยังไง  ฝึกงานด้วย ตามโรงพักต่างๆ ของปี 4  ผมว่ามันจะทำให้เขาได้รับรู้ เป็นตำรวจมืออาชีพได้ 

ลงลึกรายละเอียดทุกโครงการ 

ทุกอันที่ทำ พยายามจะลงลึกอย่างใกล้ชิดให้มีประสิทธิภาพ ดูรายละเอียดของโครงการ จะทำอย่างไรให้ดีขึ้น  ไปดูเรื่องผลการประเมินของเก่า ว่ามีอะไรที่ยังไม่ดีก็ปรับปรุงให้มันดี  อะไรที่ควรจะเลิกก็เลิก  ไม่ใช่จะต้องยึดติด แต่ยังไม่มีที่จะต้องเลิก

วันก่อนเพิ่งให้เด็กๆที่ไปอยู่กับพ่อแม่สมมติ เป็นคนแถลงเองว่าเขารู้สึกยังไง ทำแล้วรู้สึกยังไงต่อหน้าผู้บังคับบัญชา ต่อหน้าเพื่อนๆ แล้วก็น้องๆ ที่จะต้องทำต่อไป  

เตรียมอุปสมบทหมู่ต้นปี

มีอุปสมบทอีก  เป็นเรื่องคุณธรรม จริยธรรม จะบวชที่วัดเทพศิรินทร์ ไปกราบสมเด็จฯ ท่านอนุญาตที่จะบวชให้ ประมาณ 100 คน    มี.ค.ช่วงปิดเทอม แต่ต้องเตรียมการตั้งแต่ ก.พ. เป็นโครงการสร้างจริยธรรม คุณธรรมของโรงเรียนที่เขาทำกันอยู่แล้ว 

นั่งสมาธิขัดเกลาจิตใจ           

ที่ทำไป  คือฝึกนั่งสมาธิทุกวันจันทร์-พฤหัส ที่ธรรมสถานของโรงเรียน จะเปลี่ยนไปแต่ละกองร้อย เข้ามาฝึกทุกวัน นั่งสมาธิ 20-30 นาที  สวดมนต์  อย่างน้อยขัดเกลาให้จิตใจสงบลงบ้าง 

:ความรู้สึกการมาเป็นครูใหญ่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ

คือผมอยู่ตรงไหน มีความมุ่งมั่นอยากจะทำตรงที่ผมอยู่ ให้มันดี ส่วนหนึ่งนะ ที่มีความตั้งใจ จะอยู่นานหรือไม่นาน แต่ว่ามาอยู่แล้วจะไม่เคยหยุดนิ่ง เช่น เราอยู่โรงเรียนนายร้อยฯ เหมือนกับเราตั้งใจมาทดแทนบุญคุณ ก็ทำให้มันดีที่สุด  ทั้งเรื่องการปรับหลักสูตร อะไรที่เกี่ยวกับการสร้างตำรวจมืออาชีพ หรือทำให้โรงเรียนมีชื่อเสียงในสังคม เอาศักยภาพของโรงเรียนมาบริการประชาชนด้วย เช่น การเสวนา  แต่ก่อนก็ไม่ค่อยมีการทำ ผมก็จัดเสวนา 


ติวเขียนโครงการได้ทุนวิจัย

แล้วให้อาจารย์จัดติวให้เขาเรื่องการเขียนโครงการยังไงให้ได้ทุนวิจัย   เอาอาจารย์ด้านนี้ที่เก่งๆ มาช่วย มาสอน ให้อาจารย์โรงเรียนนายร้อยฯ ได้เขียนเพื่อให้ได้เงินมาทำวิจัย แล้วต้องวิจัยที่มันเกิดประโยชน์ไปให้คนข้างนอกเขาใช้งานได้ ไม่ใช่วิจัยขึ้นหิ้ง  เขาก็เข้าใจกัน

  ถ้าเราเดินไปอย่างนี้ ไปเรื่อยๆ  โรงเรียนจะมีความเข้มแข็ง ทั้งอาจารย์ ทั้งฝ่ายปกครอง ทั้งครูฝึก ทั้งนักเรียน จะเป็นองคาพยพที่หนุนช่วยกัน ทำให้เป็นตำรวจมืออาชีพได้  

มิติใหม่คณะนิติศาสตร์ 

ที่จะทำเพิ่มเติมคือคณะนิติศาสตร์ เราจะเปิดให้นักเรียนนายร้อยที่จบจากโรงเรียนนายร้อยไป แล้วยังไม่มีวุฒินิติศาสตร์ แต่อยากได้วุฒินิติศาสตร์มาเทียบโอนจากหน่วยกิตเดิมที่มี  มาเรียนต่อได้ปริญญานิติศาสตร์ด้วย   ตำรวจชั้นประทวนก็มาเรียนได้ 

หรือตำรวจชั้นประทวนที่ไม่มีคุณวุฒิที่จะเป็นป้องกันปราบปรามได้  จะมีกฎหมายอาญา เรียนไม่กี่เล่มเป็นShort Course มาเลือกเรียนที่เราได้  เราก็ออกใบเซอร์ติฟิเคตให้ว่าเขาได้ผ่านวิชานั้น วิชานี้  ตามหลักเกณฑ์ของ ตร. สามารถนำไปปรับวุฒิ ไปอยู่งานป้องกันและปราบปรามได้  เป็นสิ่งที่คิดจะทำ ผมว่ามันดี  

เปิดหลักสูตร ป.โท3คณะ

ตอนนี้คณะตำรวจศาสตร์  คณะนิติวิทยาศาสตร์  คณะสังคมศาสตร์ มีปริญญาโทด้วย  เพิ่งจะเปิดไป  คิดว่าอันนี้จะทำให้มันเข้มแข็งขึ้น ผมจะลงไปดูรายละเอียดมากขึ้น หลังจากทำหลักสูตรของปริญญาตรีจบแล้ว จะไปไล่ดูหลักสูตรปริญญาโท มีอะไรที่จะต้องปรับปรุง แล้วจะโปรโมตมากขึ้น เป็นอีกฟังก์ชั่นหนึ่งที่จะทำ

ครับ….ทั้งหมดนี้คือความตั้งใจของพล.ต.ท.ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ครูใหญ่โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน ที่จะปั้นเด็กหนุ่มให้เป็นตำรวจอาชีพอย่างที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติและสังคมมุ่งหวัง

กากีกลาย10/12/65