พันศักดิ์ มงคลศิลป์ นักฆ่าบูรพาทิศ

2182

“พันศักดิ์” ฆ่า…ใช้หนี้บุญคุณ
จากตำรวจสู่มือปืนยิงเสี่ยปั๊มน้ำมัน

เช้าตรู่วันสิ้นเดือนกันยายน 2561 เกิดเหตุคนร้ายยิงเสี่ยเจ้าของสถานีบริการน้ำมัน “ศรีสุวรรณรุ่งเรือง” จ.สระแก้ว เสียชีวิต

ทราบชื่อคือ นายประชา วรทัด อายุ 52 ปี โดยนางปาลิดา ภรรยาก็ถูกยิงเข้าที่แขนและกลางหลังได้รับบาดเจ็บสาหัส

ตำรวจภูธรภาค 2 เจ้าของพื้นที่ ร่วมกับตำรวจภูธร จ.สระแก้ว ประชุมด่วนก่อนส่งฝ่ายสืบสวนหาเบาะแสผู้คนร้ายทันที

เพียงแค่ 5 วันหลังก่อเหตุ พล.ต.ต.สุรจิต ชิงนวรรณ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สระแก้ว (ขณะนั้น) เปิดเผยว่า ได้ขอศาลให้ออกหมายจับผู้ต้องหา 2 คนแล้ว

หลังทีมสืบสวนผู้ชำนาญการทำการสอบสวนโดยใช้ทั้งหลักนิติวิทยาศาสตร์และใช้เทคโนโลยีในการตรวจสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียดรอบคอบ

โดยเฉพาะการให้ปากคำของนางปาลิดา ภรรยาของผู้ตายซึ่งรอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์ ที่ให้ข้อมูลเป็นประโยชน์กับตำรวจ

รวมถึงเบาะแสที่สำคัญจากการลงพื้นที่สืบสวนสอบสวนพบว่า “มือปืน” ภาคตะวันออก ที่ยังรับงานฆ่าอยู่นั้นมีไม่กี่คน

หนึ่งในนั้นคือ นายพันศักดิ์ มงคลศิลป์ อายุ 62 ปี หรือ พ.ต.ท.พันศักดิ์ มงคลศิลป์ อดีตนายตำรวจนักสืบที่เข้าสู่ด้านมืดหลงพัวพันเกี่ยวข้องกับคดีอุ้มฆ่าหลายคดี

ตำรวจได้ออกหมายจับในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร

ส่วนอีกคนที่ถูกออกหมายจับคือ นางธนพร สุขโขจัย อายุ 50 ปี หญิงคนสนิทที่มีหมายจับติดตัวจากคดียักยอกทรัพย์

ตำรวจภูธร จ.สระแก้ว ได้ตั้งรางวัลนำจับให้กับผู้แจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา เป็นเงิน 50,000 บาท

เช่นเดียวกับทาง กองบังคับการปราบปราม ก็ได้โพสต์ภาพและข้อมูลของนายพันศักดิ์ ลงเพจ “กองปราบปราม” ตั้งรางวัลนำจับ 50,000 บาท ให้ผู้ที่พบเห็นหรือมีเบาะแส

นั่นแสดงให้เห็นว่า นายพันศักดิ์ หรืออดีตตำรวจนักสืบนายนี้ มีค่าหัวเป็นที่ต้องการมากขนาดไหน

เมื่อเปิดประวัติแฟ้มอาชญากร นายพันศักดิ์ระหว่างที่รับราชการตำรวจยศ “พันตำรวจโท” เคยต้องโทษในคดีอุ้มฆ่า 2 แม่-ลูก “ศรีธนะขัณฑ์” อันโด่งดัง ตั้งแต่ปี 2537

หลังจากถูกควบคุมตัว รับสารภาพว่าได้รับคำสั่งจากบิ๊กตำรวจคนหนึ่งให้ไปดักอุ้ม 2 แม่ลูก เพื่อเอามาเป็นเงื่อนไขต่อรองในการเค้นความลับเรื่องเพชรซาอุฯ

ก่อนจะให้ลูกน้องใช้ไม้ทำร้ายจนแม่-ลูกเสียชีวิต แล้วช่วยกันอำพรางเหตุการณ์ให้เป็นอุบัติเหตุ ศาลพิพากษาให้จำคุก 40 ปี แต่ภายหลังได้รับการลดหย่อนเรื่อยมา กระทั่งพ้นโทษออกมาเป็นอิสระในปี 2555

เมื่อออกมาแล้ว ก็ยังตกเป็นผู้ต้องหาคดีอุ้มฆ่า “เสี่ยอ้วนตลาดโรงเกลือ” เผานั่งยาง ในปี 2558 แล้วหลบหนีไปในระหว่างประกันตัว

จากการสืบสวนของตำรวจพบว่า นายพันศักดิ์กบดานวนเวียนอยู่แถวชายแดนไทย-กัมพูชา ก่อนจะกลายเป็นผู้ต้องหาก่อเหตุยิงเสี่ยเจ้าปั๊มน้ำมันรายล่าสุด

ตำรวจได้ตั้งประเด็นการสังหารครั้งนี้ว่าน่าจะเกิดจากความขัดแย้งทางธุรกิจ

หลังจากออกหมายจับได้ 1 สัปดาห์ นายพันศักดิ์และนางธนพร ก็จนมุมการไล่ล่าของตำรวจกองปราบ ระหว่างหลบหนีอยู่ในรีสอร์ทแห่งหนึ่งใน อ.ปลวกแดง จ.ระยอง

พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป) ขณะนั้นยังทำหน้าที่รักษาราชการแทน ผบก.ป เปิดเผยการสอบปากคำนายพันศักดิ์เบื้องต้นว่า

ผู้ต้องหาให้การภาคเสธ คือรับสารภาพแค่ว่ารับงานจัดหาอาวุธปืน แต่ปฏิเสธว่าไม่ใช่คนลงมือยิง โดยได้ส่งอาวุธปืนให้กับบุคคลอีก 2 คนทำการสังหาร

ส่วนผู้ว่าจ้างคือนายดำรงค์ฤทธิ์ กิตติวราภรณ์ หรือเสี่ยท้ง เจ้าของปั๊มน้ำมันใน จ.สระแก้ว ได้ฆ่าตัวตายไปแล้ว ที่ อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ โดยได้ค่าจ้างเป็นเงินหลักแสนบาท

“สาเหตุที่นายพันศักดิ์ ตกลงรับจ้างงานนี้ เพราะรู้จักสนิทสนมกับนายดำรงค์ฤทธิ์ มาก่อน ในสมัยที่รับราชการตำรวจอยู่

อีกทั้งในช่วงที่นายพันศักดิ์มีปัญหา ได้รับความเดือดร้อนจะให้ยืมเงิน ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ จนอยู่ในช่วงหลบหนีคดีต่างๆ นายดำรงค์ฤทธิ์จะเป็นคนที่คอยให้ความช่วยเหลือตลอด

เมื่อนายดำรงค์ฤทธิ์ขอความช่วยเหลือมา นายพันศักดิ์จึงตอบรับงานนี้ เพราะถือว่านายดำรงฤทธิ์เป็นคนที่มีบุญคุณ”

ผู้การกองปราบ ยังบอกอีกว่า นายพันศักดิ์และนางธนพร ได้ใช้เส้นทางในหลายจังหวัดในการหลบหนี จนไปกบดานกับเพื่อนสนิทกับลูก และมีเพื่อนที่รู้จักกันในเรือนจำคอยช่วยในการหลบหนี

ทั้งนี้รีสอร์ททางกองปราบได้เบาะแสก่อนเข้าจับกุมก็อยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร ทั้ง 2 คนจะอยู่แต่ในห้องพักและสั่งอาหารมารับประทาน ไม่ยอมออกไปไหน

อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลว่า นายประชา เสี่ยเจ้าของปั๊มน้ำมันที่ถูกยิงเสียชีวิตเคยมีปัญหาเรื่องที่ดินที่สร้างสถานีบริการน้ำมันแห่งนี้ เนื่องจากซื้อที่ดินต่อจากนายดำรงฤทธิ์ หรือเสี่ยท้ง

หลังจากนั้นเสี่ยท้งต้องการจะซื้อปั๊มน้ำมันคืน เพราะเห็นว่ากิการรุ่งเรืองขึ้น ซนายประชาไม่ยอมขาย เกิดการทะเลาะและขัดแย้งกันมาตลอด 2 ปี แต่ทางครอบครัวไม่ได้ระแวงว่าเสี่ยท้งจะจ้างคนมาฆ่าเพราะรู้จักกันมานานแล้ว

อีกทั้งเสี่ยท้งเองก็พิการมานานกว่า 30 ปี ทำกิจการแล้วก็ขาดทุนบอกขายให้กับหลายคน ถ้าใครบริหารกิจการได้ดีก็อยากได้คืน โดยขอซื้อคืนโดยไม่บอกว่าจะให้ราคาเท่าไร

แต่สุดท้ายแล้ว หลังจากที่นายประชาถูกฆ่าได้ 5 วัน ก็ปรากฏว่ามีคนพบศพ นายดำรงฤทธิ์ หรือ เสี่ยท้ง จมน้ำเสียชีวิตอยู่ภายในสระพร้อมรถเข็นวีลแชร์ ที่สระน้ำ ในทุ่งนาหนองขอน ทิศตะวันออกเฉียงใต้ อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ

ตำรวจเองก็เชื่อว่านายดำรงฤทธิ์เสียชีวิตจากการจมน้ำ

ปิดคดีหนี้บุญคุณที่ “เสี่ยท้ง” เคยช่วยเหลือนายพันศักดิ์มาโดยตลอด จนทำให้อดีตตำรวจนักสืบต้องกลายเป็นนักฆ่าที่มีชื่อเสียงไปทั่วทั้งภาคตะวันออก