พิเชษฐ เสาแบน และการแก้แค้นของแก๊งยา

15336

30กว่าปีที่แล้ว เสียงปืนเปรี้ยงดังสนั่นเมืองปากน้ำโพ พร้อมกับวิญญาณคู่อริช่างตัดเสื้อร้านดัง ที่ถือปืนทูตมรณะอยู่ในมือตัดสินปัญหา ก่อนหลบหนีไม่ยอมให้ตำรวจจับกุมชดใช้ความผิด

ตั้งแต่นั้น ภรรยาของช่างตัดเสื้อที่หลบหนีคดีฆ่า คอยเคี่ยวเข็ญให้ลูกชายเธอและเขา ต้องเป็นตำรวจ สวมชุดสีกากีให้ได้

 เด็กชายวัย14 ต้องออกจากโรงเรียนขาย โรงเรียนประจำจังหวัดนครสวรรค์ ไปเรียนกินนอนบ้านครูวัน ครูสอนกวดวิชา เพื่อเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ตอบแทนบุญคุณบุพการี
ความที่หัวดีเป็นทุน เขาทำคะแนนได้ดี สอบได้ทั้งทหารอากาศ และตำรวจ

 

เขาเลือกเส้นทางสุภาพบุรุษสามพราน เข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 60 สวมเครื่องแบบสีกากีสมใจแม่

ท่ามกลางความดีใจของคนเป็นพ่อที่ต้องคดีอาญา แอบมาดูความสำเร็จลูกชายถึงโรงเรียนนายร้อยตำรวจ 

เด็กหนุ่มลูกชายช่างตัดเสื้อ รับราชการไปตามจังหวะชีวิต กระทั่งกลับมารับตำแหน่งรองสารวัตรสืบเมืองนครสวรรค์ บ้านเกิด

ด้วยตำแหน่งหน้าที่และความเป็นหนุ่มวัยแสวงหา เขาเริ่มเที่ยวคบคนในวงการนครสวรรค์

 กระทั่งรู้จักกับ  อ.เจ้าของหอพักและนายทุนเงินกู้ในนครสวรรค์ เพื่อนรุ่นน้องสนิทสนมเที่ยวกันจนหัวหกก้นขวิด

ก่อนมาแตกกัน เพราะผู้กองหนุ่มลูกชายช่างตัดเสื้อรู้ว่า เบื้องหลัง ไอ้ อ. ที่เขาคลุกคลีตีโมงนั้น ค้ายาเสพติด

จากนั้นเขาได้เป็นสารวัตรหน่วยปฏิบัติการพิเศษจังหวัดกำแพงเพชร เขายังทำงานจับยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ชนิดถึงลูกถึงคน

เขาล่อซื้อยาเสพติด  จนเกิดการเข้าใจผิดเกือบปะทะกันเองกับตำรวจปราบปรามยาเสพติด ในสถานีขนส่งจังหวัดกำแพงเพชร

แต่นั่นทำให้เขาได้รับรางวัลปราบปรามยาเสพติดดีเด่น การันตีประวัติการทำงาน
กระทั่ง ไปจับกุมนักค้ายาเสพติดแก๊งหนึ่งได้ในพื้นที่  ได้ผู้ต้องหาและของกลางประมาณ 2 หมื่นเม็ด
ไม่นานมีตำรวจรุ่นพี่ในภาค 6 มาขอให้เขาคุยกับ อ. อดีตเพื่อนรุ่นน้อง
 ด้วยความเคารพรุ่นพี่รั้วเดียวกัน เขาทำตามคำขอ
อ.ก้มลงกราบเท้า บอกกับเขาว่า 1 ในผู้ต้องหาที่ถูกเขาจับที่กำแพงเพชร เป็นลูกน้องคนสนิท
พร้อมขอร้องอย่าให้มือปราบยาเสพติด ไปชี้ตัวในชั้นศาล

สารวัตรหนุ่มปฏิเสธ และขึ้นศาลชี้ตัวสมุนอ.จนศาลตัดสินลงโทษสถานหนัก ไอ้ อ.ถูกออกหมายจับ หนีหัวซุกหัวซุน

นั่นคือปฐมบทมรสุมชีวิต เพราะอีกไม่กี่เดือนต่อมา เขาถูกวางงานตัดต่อคลิปเสียงกล่าวหาเรียกรับเงิน จนถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย

แต่เขาชี้แจงและมีหลักฐาน ว่า ถูกลูกน้อง อ.วางงาน โดย  พ.รับสารภาพ ถูก อ .บังคับให้โทรศัพท์คุยกับเขา ขณะเมายา

ถึงกระนั้นก็ตาม  สารวัตรหนุ่มลูกอดีตช่างตัดเสื้อโดนสั่งขังไป7 วัน  ก่อนที่เขาจะย้ายไปเป็นสารวัตรตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่

โลกมันกลม และวิบากกรรมไม่หมดสิ้น

วันที่ 22 มิ.ย.62  ตำรวจปส.ชุดที่เขาหวิดจะปะทะกันที่ จ.กำแพงเพชร เมื่อ 2 ปีก่อน โคจรมาเจอกันอีกที่บ้านแม่ของเขาใน อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์

หลังจากตำรวจ ปส.และเจ้าหน้าที่ป.ป.ส.ตามรอยกล่องพัสดุบรรจุยาเสพติด ที่จ่าหน้าซองถึงเขา นายพิเชษฐ เสาแบน  ทั้งที่ปกติเขาไม่ได้พักอยู่บ้านนี้

นั่นคือที่มาของการระบายความอัดอั้นในเฟซบุ๊ก พิเชษฐ เสาแบน

“รอง สว. พนักงานสอบสวน 2 ปี ด้านกฎหมาย อยู่สืบสวนภาค 9 ห้าปี ในห้าปี ชุดคดีสำคัญ สามปี เป็น ชุดปราบยาเสพติดภาค 2 ปี จับยาแก้ไอ ยาเสพติด ทางไปรณีย์หาดใหญ่ มาไม่รู้กี่ครั้ง ต่อด้วย รองสว.สืบเมืองนครสวรรค์ 1 ปี สารวัตรสืบจังหวัด 1 ปี. สารวัตร หน่วยปฏิบัติการพิเศษอีก 2 ปี

แต่มีคนเชื่อว่า ผมสั่งยาเสพติดทางไปรษณีย์ ไปส่งที่บ้านที่มี ตา 71ปี ยาย 61 ปี สองคน อีกคนนึง พิการมา 8 ปี กินยา จิตเวช บ้านชั้นเดียวหลังเล็กๆ ที่อบอุ่น ส่งในชื่อตัวเอง ให้แม่รับแล้ววางไว้ แล้วมีตำรวจมาขอให้เปิดกล่อง แล้วบอกเป็นยาบ้า

ผมนี่ไม่สมควร จบจากสถาบันที่เรียนมา กราบขอโทษครูบาอาจารย์ที่สั่งสอนผมมาด้วย ผมโง่สิ้นดี ทำงานมา 12 ปี ได้แค่นี้ ระวังมาสามปี ตายน้ำติ้นจริงๆ คนเตือนมาเรื่อย จนถึงปี 61 คิดว่า จะจบแล้ว ยังไม่เลิก……” 

นี่คืออีกวิบากกรรม อีกบทพิสูจน์ที่ สารวัตรแย้-พ.ต.ท.พิเชษฐ เสาแบน จะต้องเอาตัวรอดให้พ้นจากการจองเวร ป้ายสีของแก๊งยาเสพติดคู่ปรับ

โดยมีบุพการีและชีวิตราชการเป็นเดิมพัน

กากีกลาย 24/6/62