มาร์ค-ธีรเดช บุญตา มุ่งมั่นขยันซ้อม

525

Enjoy The Hit Ep.94

ก๊อกๆๆ ผ่างๆๆ สวัสดีแฟนคลับบทความ Enjoy The Hit เพื่อเยาวชนคนเก่งของนาย ต.ทุกๆท่าน

ขอแจ้งกับทุกๆท่านอีกครั้งว่า นาย ต. มีความยินดีที่จะเขียนเรื่องราวให้กำลังใจกับน้องเยาวชนทุกคนทุกระดับฝีมือ ไม่ใช่ว่าจะเขียนให้แต่น้องๆที่ตีเก่ง ผลงานเยี่ยม โปรไฟล์ดีๆเท่านั้น

นาย ต.มีจุดประสงค์อยากจะให้โอกาสให้กำลังใจกับเด็กๆที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ ครอบครัวมีพิมพ์เขียวที่ดี สามารถมาแชร์กันเพื่อประโยชน์ของกลุ่มนักกอล์ฟเยาวชนเราได้

บางทีเด็กหรือผู้ปกครองที่เพิ่งพาลูกหลานเข้าวงการใหม่ๆจะได้มีโอกาสเรียนรู้ ตั้งธงหรือเข็มทิศของเด็กๆได้ถูกทางมากขึ้นได้บุญนะเออ..นาย ต. จะบอกให้

นาย ต .ขอแสดงความยินดีกับ “โปรแจ๊ส”อติวิชญ์ เจนวัฒนานนท์”ที่สามารถ จบอันดับที่ 3…ในกอล์ฟยูโรเปียน ทัวร์ ที่โคแซงชัน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้อย่างสง่างาม มาแรงแซงทุกโค้งจริงๆ นาย ต. และน้องๆเยาวชนทุกคนเป็นกำลังใจให้นะครับ

​สำหรับในสัปดาห์นี้ นาย ต. จะแนะนำให้รู้จักกับหนุ่มน้อยอนาคตโปรอีกคนหนึ่งครับ

เจ้าของฉายา Mark Ilroy (เท่ชะมัด555)

น้องมาร์ค ด.ช.ธีรเดช  บุญตา อายุ 11 ปี

เรียนชั้นป.5ที่โรงเรียนเกวลินวิทยา ลูกชายสุดหล่อของคุณพ่อประมิตร บุญตา และคุณแม่สุนิษา บุญตา ทั้ง 2 ท่านประกอบอาชีพรับจ้าง(พนักงานบริษัทฯเอกชน)

น้องมาร์คเริ่มเล่นกอล์ฟตั้งแต่อายุได้ 8 ขวบ โดยติดตามคุณพ่อไปสนามซ้อมไดร์ฟกอล์ฟ แต่ที่คุณพ่อไป ก็คิดเพียงแค่ไปออกกำลังกายแค่นั้น โดยมีเพื่อนเป็นคนคอยสอนให้ จึงได้สอนให้น้องมาร์คด้วย

นั่นเป็นครั้งแรกที่น้องมาร์คมีโอกาสได้จับไม้กอล์ฟ และลองตี น้องมาร์คบอกกับพ่อว่า

“สนุกดีชักจะติดใจเสียแล้ว แอบกระซิบบอกพ่อว่า มาร์คอยากเล่นกอล์ฟ”

คุณพ่อลองซื้อไม้กอล์ฟเก่ามาให้ 3 ชิ้น ในราคาชิ้นละ 100 บาท และพามาร์คไปซ้อมบ่อยขึ้นโดยคุณพ่อเป็นคนสอนเอง

ผ่านไปเกือบเดือน เจ้านายคุณพ่อทราบเรื่องเข้า เรียกคุณพ่อไปถามและให้คำแนะนำว่า

ควรให้ลูกเรียนกับโปร จะดีกว่า เพราะลูกจะได้มีความรู้ที่ถูกต้อง

พร้อมทั้งติดต่อโปรที่รู้จักให้ แถมยังมอบไดร์ฟเว่อร์ ของลูกสาวท่านมาให้น้องมาร์คใช้ในการฝึกซ้อมอีกด้วย

ครอบครัวตัดสินใจให้น้องเรียนกับโปแจน ตั้งเป้าหมายว่าเรียนแค่เพียง 10-20 ชั่วโมง พอให้ลูกได้มีความรู้ติดตัวก็พอ

แต่กลับกลายเป็นว่า หลังจากเริ่มเรียนกอล์ฟกับโปร น้องมาร์คมีความมุ่งมั่น ขยันซ้อมอย่างหนักและต่อเนื่อง

ด้วยอาชีพของคุณพ่อ-คุณแม่ ที่ต้องทำงานในโรงงานฯ ทำให้น้องมี เวลาซ้อมน้อยมาก ซ้อมได้แค่วันหยุดเท่านั้น

คุณพ่อพาน้องมาร์คไปส่งไว้ที่สนามซ้อมตั้งแต่ 7 โมงเช้า และไปรับกลับตอนประมาณ 1 ทุ่ม

ระยะแรกๆน้องใช้ลูกซ้อมถึงวันละ15 -21 ถาดต่อวัน (โอ้โหหห…ฟิตจริงๆ)

หลังฝึกซ้อมผ่านไป 3 เดือน ลองสมัคร ลงแข่งขันกับรายการ ISF เป็นการแข่งขันจริงจังเป็นครั้งแรก มีทั้งความตื่นเต้น ความผิดพลาด

แต่สิ่งสำคัญคุณพ่อพบว่าน้องมีความสุขและ รู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายและอารมณ์ ทำให้ครอบครัวตัดสินใจที่จะสนับสนุนอย่างเต็มที่ และแข่งขันอย่างต่อเนื่อง

ได้แชมป์แรกจากรายการนี้ด้วย และแชมป์รายการต่างๆอีกหลายรายการ เช่น TGA, TSGU, JJGA, TJGF, TKG, FJGT, AMG และรายการแข่งขันเฉพาะกิจอีกหลายรายการ

มีทั้งชนะเลิศ รองแชมป์ กวาดถ้วยรางวัล มาแล้วร่วม 30 ใบ แต่ก็มีทั้งพ่ายแพ้อย่างหลุดลุ่ยก็หลายครั้ง แต่ไม่ทำให้น้องมาร์คเกิดความท้อถอย

น้องมาร์คมีจุดเด่นคือ ความขยันและอดทน ไม่เคยเกี่ยงงอนเรื่องการฝึกซ้อม และซ้อมอย่างมีวินัยมาก...

ซ้อมพัตต์กับที่บ้าน วันพุธ,พฤหัส ,ซ้อมชิพกับตาข่ายที่คุณพ่อทำให้หน้าบ้าน วันจันทร์, อังคาร ซ้อมกับโปรฯ วันเสาร์ / วันอาทิตย์ หากไม่มีรายการแข่งขัน

ที่ขยันขนาดนี้เพราะอยากเก่งเหมือน Rory McIlroy ไอดอลของน้อง

น้องมาร์คมีรางวัลที่ภาคภูมิใจเป็นพิเศษคือ ได้แชมป์ระดับนานาชาติรายการ Sarawak chief minister 20’th ที่สนาม Damai Golf & Country club ประเทศมาเลเซีย

ในวันแรกยังตามผู้นำเป็นนักกีฬาจากชาติเจ้าภาพอยู่หลายคะแนน แต่ก็ฮึดสู้และพลิกกลับมาชนะ คว้าแชมป์ได้อย่างเหลือเชื่อ(เยี่ยมยอดเลยครับ)

หนุ่มน้อยคนนี้มีความสามารถพิเศษด้านอาหารอีกด้วย คุณพ่อบอกว่า ทำสต็กหมูได้อร่อยมาก (ว่างๆมาทำให้โค้ช นาย ต. ทานบ้างนะครับ555)

ส่วนอนาคตวางแพลนไว้ว่า จะใช้กีฬากอล์ฟเพื่อเป็นช่องทาง เข้าเรียนมหาวิทยาลัย(ในประเทศ) หากมีโอกาสเป็นได้มากกว่านั้น ก็ถือว่าเป็นกำไรสูงสุดของชีวิต

นาย ต. ต้องขอขอบพระคุณผู้ใหญ่ใจดี คุณอติชาติ อรรถกระวีสุนทร(ลุงหนุย) กรรมการบริหาร และคุณสุนทร จิตต์สันติสุข(ลุงหมู)  ผู้จัดการทั่วไป สนามกอล์ฟเดอะวินเทจกอล์ฟคลับ

มอบโอกาสให้น้องมาร์คได้ฝึกซ้อม (อย่าลืมให้โอกาสเด็กๆคนอื่นๆอีกนะครับเจ้านาย…)

และคุณศิริพงษ์ อัศวพิมพ์จินดา ผู้อำนวยการบริษัท เอทีเอ แคสติ้ง เทคโนโลยี จำกัด ที่ให้คำปรึกษากับครอบครัวมาโดยตลอด


สุดท้ายคุณพ่อฝากข้อคิดไว้ว่า

การที่เราก้าวเดินตามจังหวะ ตามโอกาส และตามความสามารถของเรา ถือว่าเป็นการก้าวเดินที่มั่นคงและแน่นอนกว่าการที่เราจะวิ่งไปตามเส้นทางที่มีผู้กำหนดให้

เหมือนคำพูดที่น้องมาร์คบอกกับคุณพ่อในครั้งที่อยู่ในช่วงตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตทางด้านกีฬากอล์ฟของน้องว่า

 เป็นตัวของตัวเรา ดีที่สุด”

นาย ต.หวังว่าจะได้เห็นน้องมาร์คก้าวไปถึงฝั่งฝันได้สำเร็จนะครับ ตราบใดที่ใจเราไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคขวากหนาม ความสำเร็จต้องมาถึงเราเข้าสักวันไม่ช้าก็เร็วครับ

นาย ต. เป็นกำลังใจให้ครับสวัสดี