มือปราบในตำนานทึ่งนักสืบรุ่นใหม่5จี

จบหลักสูตรกันไปเรียบร้อยสำหรับนักสืบ 5 จี นักสืบรุ่นพิเศษระดับรอง สารวัตร 42 นาย ที่พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.คัดสรรกันมา ฝึกอบรมในทุกศาสตร์ศิลป์ของบรรดานักสืบรุ่นพี่ รุ่นพ่อ เพื่อให้เท่าทันและก้าวนำในอาชญากรรมยุคปัจจุบันต่อเนื่องไปยังอนาคต

ใช้เวลาอบรม 4เดือน และมีคำสั่งแต่งโยกย้ายลงไปทำงานสายงานสืบสวนกองสืบทั่วประเทศ มีผลตั้งแต่วันที่ 16เม.ย.65

ได้คุยกับพล.ต.ท.วรรณรัตน์ คชรักษ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาลและผู้การกองปราบปราม ที่ได้เป็น 1 ในทีมงานของพล.ต.อ.สุวัฒน์ ในฐานะนักสืบอาวุโสเล่าให้ฟังถึงโครงการนักสืบรุ่นพิเศษ 5 จี โครงการถ่ายทอดดีเอ็นเอนักสืบ พล.ต.ท.วรณณรัตน์กล่าวถึง นักสืบรุ่นลูกรุ่นหลานด้วยความชื่นชมปลื้มใจที่สังเกตได้จากน้ำเสียง
  
เห็นด้วยแนวคิดบิ๊กปั๊ด
ที่มาที่ไปของนักสืบ 5 จี  เป็นความคิดของ ท่านสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง ต้องเท้าความไปก่อนว่า หลักสูตรสืบสวนเดิม ได้เปลี่ยนแปลงเมื่อ 20 ปีมาแล้ว คณะทำงานสืบสวนที่ผมและรุ่นเก่าๆที่ส่วนใหญ่จะเกษียณหมดแล้ว ยังเหลืออย่างใหม่ สุชาติ (พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผบ.ตร.)ที่จะเกษียณปีนี้  

มาปรึกษาหารือกัน ถ้าปล่อยให้โรงเรียนสืบสวน สอนวิชาสืบสวน แต่ว่ายังดำรงคงไว้ซึ่งการสอนแบบเดิมๆคงจะไปไม่รอด  เลยปรึกษากันสมัยนั้นนักสืบเก่าๆครบทุกหน่วย ทั้งกองปราบ นครบาลมาช่วยกัน ปรึกษาหารือกัน  เสร็จก็เสนอกรมฯ กรมฯก็อนุมัติ

หลักสูตรเดิม20กว่าปีแล้ว
ก็เขียนเงื่อนไข ว่ารุ่นหนึ่งต้องไม่เกิน 40 คน ต้องสอนให้ลึกเลย ให้ทันผู้ร้าย ต้องพัฒนาไปเรื่อยๆ  เอาครูผู้สอนที่เชี่ยว ชาญในสาขาต่างๆ ไม่ว่าจะด้านพิสูจน์หลักฐาน นิติเวช ทุกอย่าง เข้ามาสอนหมด ใช้เวลาเรียน 4 เดือน

เหตุผลที่ไม่ให้เกิน 40 คน เพราะเวลาไปดูงาน  ใช้รถคันเดียวได้ การกรุ๊ปปิ้ง การแบ่งกลุ่มดูงาน มันง่าย ไม่ต้องไปเรียนกันเป็น 100  ไม่อย่างนั้นจะไม่ได้ประโยชน์ หลักสูตรเดิมมันตั้ง 20 กว่าปีมาแล้ว  ผมก็ไปสอนทุกครั้งที่เปิดหลักสูตร คือเปิดกับปิดหลักสูตร ผมจะต้องไปทุกครั้ง จนเดี๋ยวนี้ ก็ยังทำอยู่

บิ๊กปั๊ดอยู่ในกลุ่มทีมสอน
โครงการ 5 จี ท่านสุวัฒน์ ท่านมีแนวความคิดเหมือนสมัยพี่โสภณ(พล.ต.ท.โสภณ วาราชนนท์) เป็น ผบช.แล้วสุวัฒน์ ก็อยู่ในกลุ่มในทีมงานที่จัดการสอนเป็นกรณีพิเศษ รุ่นนี้เดี๋ยวนี้เป็นผู้ใหญ่ เป็น พ.ต.อ.เป็นนายพล แล้ว เป็นนักเรียนนักสืบของนครบาล  แล้วสุวัฒน์  เมื่อเป็น ผบ.เขานึกถึงอันนี้

ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะการเขียนคำว่า 5 จี เพื่อให้เห็นว่า ปรับคุณภาพของนักสืบให้สูงขึ้น สอนให้ลึกขึ้น ให้ทันกับผู้ร้าย เพราะผู้ร้ายมันเปลี่ยน เช่น เรื่องไซเบอร์ อะไรต่างๆ เดี๋ยวนี้รุ่นเก่ามันไม่รู้เรื่องแล้ว  ที่เคยเรียน 10 ปี 20 ปีที่แล้ว  ต้องเอามาใหม่ ต้องปรับ แล้วคัดสรรบุคคลมาเรียน  

สมัยก่อนไม่เห็นค่าไม่ส่งคนเรียน
สมัยก่อนที่ผมปรับปรุงหลักสูตร  ผมนั่งหัวโต๊ะ มาใช้  ผบช.ของ บช.ต่างๆ บางคนก็ไม่เข้าใจ ไม่ส่งคนมาเรียน ไม่เห็นความสำคัญ แต่ตอนหลังพอเห็นคุณค่า สมัครเข้ามาเรียนเยอะ คนที่ชอบงานสืบสวนก็มาเรียน เสียดายอย่างเดียวว่า จบออกไปแล้ว บางคนไม่ได้รับการแต่งตั้งให้ทำงานในหน้าที่สืบสวน เขาอาจจะหวังการเติบโต ก้าวหน้าในหน้าที่ราชการด้วยตัวเขาเอง หรือตัวผู้บังคับบัญชา ที่ผสมผสานกัน

บางคนก็แตกต่าง ย่อยสลายไปทำงานด้านอื่น แต่ส่วนใหญ่ จะทำงานสืบสวน มันจะเป็นหัวใจ เป็นแกนของงานสอบสวนตำรวจ  เวลามีคดีสำคัญๆ เอาพวกนี้มาใช้ มันพูดกันรู้เรื่อง พูดกันง่าย ประชุมปรึกษาหารือ มันรู้ช่องทาง สั่งการอะไรต่างๆ มันเร็ว  
           

ผบ.ปั๊ดคัดมาเทรน 
ผบ.สุวัฒน์เขาคิดโครงการนี้ขึ้นมา ผมยินดีมากเลย  ธรรมดาหลักสูตรสืบสวน เดิมสอนอยู่ที่วิภาวดี กองบัญชาการศึกษา ตอนหลังย้ายไปสอนที่ศาลายา ศูนย์ส่งเสริมงานสืบสวนสอบสวน รุ่นนี้ รุ่นพิเศษ 5 จี เอาไปเรียนที่โรงเรียนนายร้อย แล้วตั้งคณะกรรมการคัดคนมาเรียนเป็นกรณีพิเศษ ท่าน ผบ.ตั้งคณะกรรมการคัด  เงื่อนไขคือ 1.ต้องผ่านงานสอบสวน อย่างน้อยต้องผ่านงานสอบสวนมาพอสมควร  
           
สำคัญสุดสอบสวนเป็น
สำคัญที่สุดต้องสอบสวนเป็นก่อน เพราะถ้านักสืบสอบสวนไม่เป็น มันไม่รู้ประเด็นว่าจะไปเจาะอะไรตรงไหน จะเอาอะไรเป็นพยานหลักฐาน จับเขามา ได้พยานหลักฐาน มาแล้ว มีคดีเกิด ควรจะไปเจาะตรงไหน เช่น ฆ่ากันตาย ต้องหาประเด็น ไม่ใช่หาแต่ผู้ร้าย

มันต้องหาพยานหลักฐานก่อน เพื่อมัดตัวผู้ร้าย ให้พนักงานสอบสวขออนุมัติออกหมายจับ นี่คือการรวบรวมพยานหลักฐาน การแสวงหาพยานหลักฐานต่างๆ พอสอบสวนเสร็จ ก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายสืบสวน เพราะฉะนั้น สอบสวนกับสืบสวน แยกกันไม่ได้

จบแล้วจับส่งลงกองสืบ         
ถ้าหลังจากเรียนจบแล้ว เป็นไปได้ 100% ต้องถูกแต่งตั้งไปทำหน้าที่ฝ่ายสืบสวน อันนี้เป็นเรื่องที่ ผบ.เขาพูด ตอนอบรม ผมฟังเขามาแล้ว อาจจะไม่ได้กลับหน่วยเดิม อาจจะแต่งตั้งไปตามหน่วยงานที่เขาคงจะมีคณะตรวจสอบ ว่าควรจะไปอยู่หน่วยไหนๆ เพราะรายชื่อที่มานี่ จะไลน์ส่งให้ มันจะมีมาจากทั่วประเทศ

รุ่นพิเศษมีผู้หญิงด้วย
มีผู้หญิง 4 คน ความรู้สึกที่มีผู้หญิง ก็ดี เพราะงานสืบสวนมันต้องใช้คน  สมัยอยู่สืบเหนือ ไอ้จอย  ยังถูกใช้ไปสืบหาข่าว ไปนั่น ไปโน่น ให้นั่งประกบ ให้ไปหาคน นี่ ตำรวจต้องทำงานสืบสวน ต้องมีผู้หญิงด้วย ไม่งั้น ต้องไปไหว้วานคนนอก บางครั้งต้องเข้าไปแสดงตัว ไปล่อ เอาตัวไปติดผู้ร้าย เพื่อให้ได้ใกล้ชิด  แต่ไม่ใช่ว่าเอาตัวไปแลกนะ  

ระดมทุนพาดูงานเมืองนอก
เขาก็จะไปดูงานอเมริกากัน  ส่วนหนึ่งเป็นเงินที่มอบหมายให้วินัย ทองสอง สมาคมตำรวจ สนับสนุน  ผมก็ช่วยสนับสนุนไป อัศวิน ขวัญเมือง ก็ให้มา ผมไปขอเอง ให้เด็กๆได้ไปเพิ่มสมรรถภาพ เพิ่มทักษะ ความรู้ เขาจะไปดูเอฟบีไอ เพราะวันนั้นพูดกัน วันเปิดผมก็ไปด้วย นั่งคุยกัน บอกว่า 5 จี มันต้องไม่เหมือนหลักสูตรปกติ มันต้องพิเศษหน่อย

คุยไปคุยมา ปรีชา ธิมามนตรี เป็นตัวประสาน ใช้งบพอสมควร ก็ช่วยกันคนะไม้ละมือ รุ่นเก่าๆ นักสืบ รุ่นเก่าๆ  ใช้สมาคมตำรวจ เป็นสื่อกลางในการสนับสนุน ผบ.ท่านก็สนับสนุน อยู่เบื้องหลัง  

หัวใจงานสืบสวนในอนาคต
โครงการนี้ดีมาก พวกนี้จะเป็นหัวใจของงานสืบสวนในอนาคต จะฝังลึกให้เป็นนักสืบเลย แล้วก็จะเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต เหมือนผู้ใหญ่สมัยนี้ ตอนที่พี่โสภณ เขาอบรมไว้  ก็มาทำงานสืบสวน ลิงค์กันหมด ต้องผ่านการคัดเลือกมา เขาเรียกไปสัมภาษณ์รายคนเลย  ต้องมีโปรไฟล์มา

รุ่นนี้รุ่นสมัครเข้ามาหมด  สมัครมาเป็นร้อย ก็ไม่ได้เอาทั้งร้อย แต่คัดเหลือกันมาแค่ 40 คน คัดมา เขาตั้งกติกาเลย เขามีครูต้นแบบ  พวกคณะทำงาน พวกนักสืบทั้งนั้น  

           

รู้ทันเทคโนโลยี่สู้คนร้าย
สำคัญอย่าเป๋ ไปใช้มันด้านอื่นแล้วกัน พวกนี้มันต้องคร่ำหวอด ผู้ร้ายเดี๋ยวนี้ถ้าเราไม่เรียนรู้ ไม่ทันมันนะ ไม่ได้ เอาแค่เทคโนโลยีใหม่ๆ มันก็แย่แล้ว  ที่เห็น มันไม่ถึงกับต่าง แต่มันพิเศษกว่า ที่เขาลงลึกในบางประเด็น แล้วแต่คณะทำงานเขาจะเจาะลึก 1.คือต้องอัพเดทปัจจุบันเลย   พฤติกรรมอะไรต่างๆ ของผู้ร้ายทั้งหมด มีที่มาที่ไป ต้องเรียนรู้ ต้องเจาะให้ได้ ว่าจะแก้ยังไง  เป็นเรื่องของเทคโนโลยี

เจ้าพ่อมาเฟียหมดยุค
เจ้าพ่อ มาเฟีย เดินถนน ระยะหลัง ไม่ค่อยมีนะ รุ่นเก่ามันหมดไป รุ่นใหม่ยังไม่เกิดขึ้นชัดเจน มีแต่พวกซ่าๆ  สังคมปัจจุบัน ไม่มีมาเฟีย เจ้าพ่อ มีแต่พวกรุ่นเก่า ที่มันหมดเชื้อแล้ว  รุ่นหลังนี่ ไม่เหมือนเก่า เหมือนเก่านี่สืบง่ายกว่า ซุ้มไหนๆ

เดี๋ยวนี้มันไม่ใช่ มันซ่าไปหมด เจอหน้ากันก็ยิงกัน แล้วมันไม่กลัวใคร เห็นไหม สังเกตดู ที่ออกมา แต่ละคน มันไม่กลัวใคร ตรงนี้ ก็มีวิธีกำราบ

เด็กรุ่นใหม่วัย30 เป็นหัวโจก
คือพวกนี้เขาสอนว่า วิธีจะสืบสวนพฤติกรรมของคน ที่จะทำอะไรที่ผิดปกติไปจากชาวบ้าน เขาจะสอน ไม่เอาตัวคนเป็นตัวตั้ง เอาพยานหลักฐาน รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อไปว่าไอ้นี่ทำผิด เราจะไม่หมายหัวว่า ไอ้นี่เป็นเจ้าพ่อ ไอ้นี่เป็นข้อมูลท้องถิ่น ทั่วไป  ถ้ารุ่นใหม่ เด็ก อายุ 30 ยังเป็นหัวหน้าแก๊งได้

แต่มันไม่ได้กว้างใหญ่ไพศาล มันไม่ถึงกัน แค่ในโซเชียลทำให้มันดัง สมัยก่อนมันถึงกันนะ สายตะวันออก สายเมืองกาญจน์ มันถึงกันหมด ฉะนั้นเวลาจะสืบที่เพชร ไม่จำเป็นต้องไปที่เพชร ไปที่เมืองชลก็ได้ เดี๋ยวมันก็ถึง

พวกนี้มันใจต่อใจไง เฮ้ย กูฝากมึงคนวะ ก็ฝากไป ใช้ใจ  ถ้าพูดว่ากูฝาก แสดงว่า ไอ้นี่อยู่ไม่ได้แล้วเขต 2 เอาไปไว้เพชร ก็ไปอยู่ เขาก็รับไว้ ฉะนั้นเวลาหาข่าว จะแบบนี้ นี่คือวิธีการทำงาน เขาจะสอนแบบนี้ ไม่ใช่ว่าจะเจาะคนนี้ แล้ว มุ่งแต่คนนี้ เขาจะต้องสอนหลายๆ เรื่อง  

5จีมีเป้าหมายชัดเจน
คือ 5 จี ดีที่สุดก็คือ 1.เขามีความตั้งใจที่จะเป็นนักสืบแน่ๆ เพราะว่าเขาสมัครเข้ามา แล้วคัดเลือก เพราะฉะนั้นคุณสมบัติ คุณภาพต่างๆ ผมว่าเพอร์เฟค  อย่างรุ่นก่อนๆ หน่วยส่งมา แล้วกลับไปก็ไม่ได้แต่งตั้ง บางทีก็กลับไปเป็นนายเวร ไปทำงานอย่างอื่น นี่คือความชื่นชมปลาบปลื้ม

แต่สมัยนี้ ผบ.เขายืนยันว่า เขาจะหาวิธีว่า จบแล้วทุกคนจะได้รับการแต่งตั้งให้ได้ไปทำงานสืบสวนแน่นอน เป้าหมายชัดเจนมากๆ  2.คือเน้นอาชญากรรมพิเศษๆ ที่คนร้ายพัฒนาของมันไปเรื่อย 

นี่คือความปลาบปลื้มชื่นชมของนักสืบบิ๊กเนมระดับตำนาน ระดับปรมาจารย์ ที่เห็นการพัฒนาของตำรวจรุ่นลูกรุ่นหลานในการถ่ายทอดทักษะความรู้ความสามารถจากรุ่นสู่รุ่นให้ก้าวหน้าและเท่าทันยุคสมัยในการรับมือเหล่าร้ายในทุกรูปแบบ

สมกับคำว่าผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ อย่างแท้จริง

กากีกลาย25/4/65