ย่ิงโตย่ิงส้ินเปลืองอุปกรณ์

พูดถึงอุปกรณ์ในการเล่นเทนนิสที่จำเป็น ก่อนหน้านี้ผมเคยเอ่ยถึงไปบ้างแล้วแต่ก็ไม่ได้แจงรายละเอียดอะไรมากนัก เอาเท่าที่มีประสบการณ์ในแต่ละส่วนมาเล่าสู่กันฟัง ซึ่งผู้ปกครองทุกคนที่ให้ลูกเล่นเทนนิสจะเข้าใจดีครับว่า มีอุปกรณ์ส้ินเปลืองอะไรบ้างที่จำต้องควักกระเป๋าจ่ายกันจนแทบจะลืมไปเลยว่าเป็นเงินเท่าไหร่ ถ้ามีใครไปจัดทำบัญชีแต่ละปีเห็นตัวเลขค่าใช้จ่ายแล้วมีหวังอาจเป็นลมให้ลูกเลิกเล่นเทนนิสก็เป็นได้

ย้อนไปตอนลูกเร่ิมเล่นเทนนิสใหม่ๆส่ิงสำคัญคือแร็กเก็ตครับ วันแรกโค้ชแนะนำให้ซื้อแค่ไม้เดียวก็พอเล่นเก่งเมื่อไหร่ค่อยซื่อเพิ่ม ส่วนใหญ่แล้วโค้ชจะได้ส่วนลดตามยี่ห้อที่ตัวเองมีคอนเน็กชั่นกับบริษัทตัวแทนจำหน่ายในบ้านเราตรงนี้มีข้อดีไปอย่างที่ลูกศิษย์อาจซื้อได้ถูกกว่าตลาด

เทนนิสวัยเด็กไม้อันเดียวขึ้นเอ็นครั้งหนึ่งตีกันยาวหลายเดือนกว่าเอ็นจะขาด แต่ส่วนใหญ่เอ็นจะหย่อนต้องใช้วิธีตัดทิ้งเสียมากกว่า ส่วนรองเท้าก็ซื้อไชส์เด็กเล็กที่ราคาถูกหน่อย คู่หนึ่งใช้กัน 3-4 เดือนจนดอกยางหมดลื่นใช้ไม่ได้ก็ซื้อใหม่ แต่ถ้าอยู่ในช่วงออกแข่งได้แล้วอาจต้องย่นเวลาเร็วขึ้นคู่ละ 2-3 เดือน ส่วนไม้เทนนิสก็ใช้แค่ 2 อันก็พอเพราะยังไงโอกาสเอ็นขาดยากอยู่แล้ว

นอกนั้นก็มีกระเป๋าเทนนิส เสื้อผ้าสำหรับแข่งสัก 4-5 ชุดก็พอ ถ้าเป็นเสื้อผ้าแบรนด์ไทยราคาถูกกว่าเสื่อนอกยี่ห้อดังเป็น 10 เท่า ยกเว้นผู้ปกครองคนไหนอยากให้ลูกดูดีอาจต้องจ่ายแพงตามรสนิยมเฉพาะตัว

อุปกรณ์เล่นเทนนิสช่วงเด็กดูเหมือนจะไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรมากมาย แต่พอเล่นไปๆถึงอายุ 12 ปีขึ้นไปเร่ิมเห็นความแตกต่างชัดเจนครับ เพราะอุปกรณ์แต่ละอย่างที่เคยมีระยะเวลาการใช้งานนานก็ต้องเปลี่ยนบ่อยขึ้น

นักเทนนิสหลายคนอาจมีสปอนเซอร์เข้ามาช่วยซับพอร์ต เช่นแร็กเก็ต กระเป๋า เอ็น รองเท้า และเสื้อผ้า แม้จะไม่ได้เต็มร้อยแต่ก็พอช่วยลดค่าใช้จ่ายผู้ปกครองไปได้บ้าง

แต่การให้สปอนเซอร์บ้านเรายังเป็นระบบอุปถัมภ์เสียส่วนใหญ่ เด็กเก่งมีผลงานส่วนมากจะสู้เด็กเส้นไม่ได้ บางคนไม่เคยติดทีมชาติ ผลงานก็ลุ่มๆดอนๆแต่ได้แรงหนุนอุปกรณ์ครบครันทุกปี ทั้งที่บางคนตลอดทั้งปีแทบจะเลิกเล่นหรือไม่เคยลงแข่งรายการใดๆเลย หรือบางคนแข่งแต่ไม่มีอะไรโดดเด่น แต่ก็ยังได้รับการสนับสนุนต่อเนื่องทุกปี ส่วนเด็กคนไหนผลงานดีกลับถูกหมางเมิน เหตุเพราะไม่ใช่เด็กของใคร

เมื่อระบบสปอนเซอร์บ้านเราเป็นอย่างนี้ก็คงหนีไม่พ้นผู้ปกครองหรอกครับที่ต้องแบกรับภาระ ย่ิงลูกโตขึ้นแข็งแรงขึ้นอุปกรณ์ต่างๆก็ต้องเปลี่ยนบ่อยไปตามวัย แร็กเก็ตที่เคยใช้ 2 อันก็ต้องเพิ่มจำนวนครับ

คำนวนคร่าวๆอย่างลูกผมตอนนี้อายุ 18 ปี เป็นช่วงย่างเข้าสู่วัยฉกรรจ์ เฉลี่ยแล้วต้องใช้ไม้ปีละ 4-6 อันๆละ 5-8 พันบาท ซึ่งก็แล้วแต่รุ่นและยี่ห้อ แต่ทุกยี่ห้อราคาใกล้เคียงกัน กระเป๋าใช้ปีละ 1 ใบๆละ 3-5 พันบาท รองเท้าปีละไม่ต่ำกว่า 8-10 คู่ๆละ 3-5 พันบาท ขึ้นอยู่กับรุ่น ถ้าตกเทรนด์แล้วราคาก็ถูกหน่อย เฉลี่ยแล้วคู่หนึ่งใช้ไม่เกิน 1.5-2 เดือน

ส่วนเอ็นที่เคยขึ้นครั้งหนึ่งใช้ได้เป็นเดือนก็ต้องขึ้น 2-3 วันครั้ง เพราะขาดบ่อย บางวันตีได้แค่วันเดียวเอ็นขาดต้องขึ้นใหม่ เฉลี่ยแล้วช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาลูกผมใช้เอ็นปีละ 6-7 ม้วนๆละ 3-5 พันบาท แต่เอ็นบางชนิดที่นักเทนนิสชั้นนำของระดับโลกเขาใช้กันมีราคาสูงถึงม้วนละ 10,000 กว่าบาท ม้วนหนึ่งตัดใช้ได้ประมาณ 17 เส้น

แต่ถ้าใครซื้อปลีกที่ร้านตัดแบ่งขายตกเส้นละ 3-5 ร้อยบาทยังไม่รวมค่าขึ้นเอ็น โชคดีหน่อยที่บ้านเราถูกกว่าต่างประเทศมาก โดยเฉพาะที่ญี่ปุนลูกผมเคยไปแข่งแล้วเอ็นขาดต้องจ่ายค่าขึ้นเอ็นมหาโหดถึง 1,000 บาท แพงกว่าบ้านเราถึง 10 เท่า

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ของอุปกรณ์ส้ินเปลือง ที่นักเทนนิสทุกคนต้องใช้ ยังไม่นับรวมค่าอื่นๆ อีกจิปาถะ

จริงอยู่ถึงแม้อุปกรณ์เหล่าน้ีจะมีสปอนเซอร์ช่วยบ้าง แต่ผมเช่ือว่ากว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของนักเทนนิสในบ้านเรายังต้องพึ่งพาครอบครัวเป็นหลักครับ

———————————- เดอะวินเนอร์