รถด่วนอันตราย-ร.ต.ท.ชัยยุทธ ผิวบัวเผื่อน

 

รถด่วนอันตราย เป็นฉายาที่สื่อมวลชนสายกีฬาขนานนามให้ ร.ต.ท.ชัยยุทธ ผิวบัวเผื่อน เมื่อครั้งยังเป็นนักฟุตบอลทีมชาติไทย

แต่มีเหตุต้องแขวนสตั๊ดก่อนเวลาอันควร หลังประสบอุบัติเหตุขาขวาขาดตั้งแต่ปี 2526 

ได้รับการตอบแทนด้วยการรับราชการตำรวจหลังรักษาบาดแผลหายก่อนเกษียณอายุเมื่อปี61 แต่ต้องเทียวไปเทียวมา รพ.ตำรวจเพื่อรักษาสุขภาพจากโรคมะเร็งและโรคหัวใจที่รุมเร้า ก่อนเสียชีวิตเมื่อวันที่8 พ.ค.64

ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวและคนที่รักพี่ทุกคน 1ในนั้นต้องมีป๋าลอ-ชลอเกิดเทศ รวมอยู่ด้วย

ขอนำเสี้ยวหนึ่งของชีวิตพี่ที่เราได้คุยกันผ่านตำนานมือปราบพระกาฬ ชลอ เกิดเทศ เพื่อระลึกถึงพี่อีกครั้งครับ

ตำนานมือปราบพระกาฬ ชลอ เกิดเทศ โดยกิตติพงศ์ นโรปการณ์

115.นักบอลตัวเก่งถูกตัดขา

 “นายครับ….ผมหนุ่ย อภินันท์ ครับ….”อาคันตุกะปลายสายแสดงตัวด้วยน้ำเสียงฟังแล้วไม่สู้ดีเท่าไหร่
                
“ว่าไงไอ้หนุ่ย มีอะไรวะ  …..”
        
ชลอตอบรับหลังรู้ว่าคนในสายคือ หมวดหนุ่ย-ร้อยตำรวจโทอภินันท์ เกตุษเฐียร รองสารวัตรแผนก 2 กองกำกับการ 2 กองปราบปราม อดีตนักบอลเยาวชนสโมสรราชประชา
        
“ไอ้ลูกหมี ผิวบัวเผื่อน ถูกรถชนครับนาย ตอนนี้อยู่โรงพยาบาลวชิระ สามเสนครับ….”
        
นายตำรวจมือปราบสีหน้าเครียดขึ้นมาทันที เขาซักถามรายละเอียดเบื้องต้นไม่กี่คำ ก่อนสั่งให้จ่าตั๋น ตำรวจคนสนิทที่ทำหน้าที่คนขับเปลี่ยนเป้าหมาย  มุ่งตรงไปที่วชิระพยาบาล หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า โรงพยาบาลวชิระ ทันที
        ———————————————————————————————
         
ไอ้ลูกหมี ผิวบัวเผื่อน หรือ ชัยยุทธ ผิวบัวเผื่อน นักฟุตบอลวัย 26 ตัวเก่งทีมชาติไทย และสโมสรราชประชา ตำแหน่งปีกขวา ฉายา รถด่วนอันตราย
จัดเป็นนักบอลลูกรักคนหนึ่งของชลอ ในฐานะที่เขาเป็นหัวเรือใหญ่ทีมชาติ ด้วยความที่ถูกใจการวิ่งเล่นบอลที่หนักและวิ่งเร็ว ถึงแม้จะสูงแค่ 165 เซนติเมตร แต่ร่างกายก็เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแข็งแรงเป็นมัดๆ
โดยเฉพาะที่กล้ามเนื้อต้นขา ประกอบกับผมดกหนาดำ จึงเป็นที่มาช่ือ ไอ้ลูกหมี ของรองผู้การนักกีฬาคนนี้
        
นอกจากเป็นลูกรักชลอแล้ว ยังเป็นนักบอลที่ หม่อมเจต-พลตำรวจตรี หม่อมราชวงศ์ เจตจันทร์ ประวิตร นายตำรวจนักกีฬาผู้ก่อตั้งสโมสรราชประชา
ให้ความรักความเอ็นดู ชัยยุทธ   ลูกชายแม่ค้าขายอาหารตามสั่ง ใกล้สถานรถไฟจิระ หน้าค่ายสุรนารี โคราช หนุ่มน้อยตัวป้อมที่มุ่งตามหาฝันการเป็นนักฟุตบอลทีมชาติ   
        
หลังจากสโมสรราชประชา โดยความคิดของหม่อมเจต เร่งให้ป้ันเด็กใหม่ เพื่อกู้ชื่อเสียงของทีมที่ตกต่ำหลายปี
ด้วยการประสานทีมฟุตบอลเขต 3 โคราช ที่เพิ่งคว้าแชมป์กีฬาเขตที่จังหวัดอุดรธานี ปีพุทธศักราช 2520 เข้ามาทดสอบกับทีมราชประชาที่สนามศุภชลาศัย
ก่อนที่เด็กหนุ่มจากเมืองย่าโม ที่ร่วมทีมคว้าแชมป์ให้กับเขต 3 และยังพ่วงดีกรีเป็นทีมนักเรียนไทยมีจังหวะมาเข้าร่วมทดสอบแข้ง
สุดท้ายชัยยุทธ ถูกเรียกเข้ามาร่วมทีมราชประชา 2 หรือ ทีมพัฒนาเยาวชน พร้อมๆกับติดทีมชาติไทยชุดบี  ในเวลาไล่เลี่ยกัน
        
อย่างไรก็ตาม ในปีนั้น สโมสรราชประชา ยังปลุกผีไม่ขึ้น ตกรอบแรกทั้งถ้วยพระราชทานประเภท ก. และ ถ้วยพระราชทานควีนส์คัพ
แต่ทีมราชประชา 2  ยังกู้หน้าคว้าแชมป์ประเภทเยาวชนไว้ได้
        
นักเตะเยาวชน หรือราชประชาชุด 2 ได้แก่ สมปอง นันทประภาศิลป์ อาคม เจือสุวรรณ มาด๊าด ทองท้วม ครรชิต ดอกไม้คลี่  ศักดริน ทองมี สุทธิพงษ์ วุฒิสุพงษ์ วิรุฬ ทองพิลา กสินสาร โสมี กุลบัณฑิต วรราช ทวีศักดิ์ ทองมี สนธิศักดิ์ บุญเรืองขาว
         
แน่นอน มีเด็กหนุ่มจากเมืองย่าโมโคราช นาม ชัยยุทธ ผิวบัวเผื่อน ร่วมอยู่ในทีมเยาวชนของราชประชาอยู่ด้วย
        
สไตล์การเล่นบอลที่ เร็ว หนักหน่วง  ไม่กลัวใคร  เป็นที่มาของฉายารถด่วนอันตราย ชัยยุทธ ไม่สร้างความผิดหวังให้กับราชประชา
เขาเป็นที่รักของหม่อมเจต เพราะเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง ยิงทุกแมทช์ในฟุตบอลถ้วยระดับสโมสร โดยเฉพาะนัดสำคัญๆ  
        
หม่อมเจต ตบรางวัลด้วยการให้ชัยยุทธเข้าเป็นตำรวจดับเพลิง สังกัด แผนก 6 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจดับเพลิงเหมือนนักบอลคนอื่นๆ
เพื่อให้มีเงินเดือนเลี้ยงตัว และเป็นทางเลือกในการประกอบอาชีพอีกทางหนึ่ง นอกจากการเล่นฟุตบอล
        
ส่วนการเล่นในนามทีมชาติที่ ชัยยุทธ อยู่ในทีมชุดบี ติดได้แค่ 2ปี ก็คว้าตำแหน่งที่ 3 ในการแข่งขันถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 12  ปีพุทธศักราช 2522  
        
ทัวร์นาเมนต์เดียวกันนั้น ทีมชาติไทยชุดเอ ที่มีชลอ เกิดเทศ เป็นผู้จัดการทีม หลังได้รับการทาบทามจากพันเอกอนุ รมยนนท์ นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย สมัยที่ 2
สร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการฟุตบอลไทย ด้วยการเข้าชิงชนะเลิศกับเกาหลีใต้ และเฉือนชนะไปหวุดหวิด 1 ประตูต่อ 0 จากฝีเท้าของ ดาวยศ ดารา คว้าถ้วยพระราชทานคิงส์คัพเป็นครั้งแรก
        
กระทั่งปีพุทธศักราช 2523 ราชประชา  คว้าแชมป์ถ้วยพระราชทานประเภท ก. ได้เป็นครั้งที่ 3 ในประวัติศาสตร์สโมสร
        
สำหรับฟุตบอลพระราชทาน ประเภท ถ้วย ก. มีทั้งหมด  10 สโมสร เตะกันทั้งหมด 9 ครั้ง ทุกทีมเจอกันหมด แล้วเอาทีมที่ได้ 1 ที่ 2 มาชิงชนะเลิศ 
ที่ 1 คือราชประชา ส่วนที่ 2 คือทหารอากาศ  มีดาวรุ่ง ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน เป็นกองหน้านัดแรกที่เจอกัน ราชประชาเอาชนะได้จากฝีเท้า ชัยยุทธ ผิวบัวเผื่อน
        
เจอกันนัดชิงที่สนามศุภชลาศัย ครึ่งแรก ทหารอากาศนำก่อน 1-0  จากฝีเท้า ไอ้โอ้-วิชิต เสชนะ
แต่พอเตะครึ่งหลังไม่ถึงนาที  แค่เริ่มเขี่ยบอล สุนทรา กล้าณรงค์ รับลูกโยนจากเจ้าป้ำ-วรวรรณ ชิตะวณิช ทำชิ่งกับชัยยุทธ ก่อนรถด่วนอันตรายจะใช้ความเร็วยิงประตูตีเสมอ 1-1
         
เจ้าตัวมักคุยให้ชลอฟังด้วยความภูมิใจถึงประตูนี้ เข็มนาทียังไม่กระดิกด้วยซ้ำ
        
หลังได้ประตูตีเสมออย่างรวดเร็ว ราชประชาได้ใจ ชัยยุทธ และมาด๊าด ทองท้วม ใช้ความเร็ววิ่งสลับทำลายแนวรับของแดนหลังลูกทัพฟ้าจนปั่นป่วน
ก่อนที่ราชประชาจะยิงแซงเม็ดที่ 2 ด้วยการหมุนตัวตีลังกายิงอย่างสวยงามของมาด๊าด เป็นประตูชัยคว้าแชมป์ถ้วย ก.ไปได้ในที่สุด
        
ราชประชากลับมามีชื่อยิ่งใหญ่ในสังเวียนลููกหนังเมืองไทยอีกครั้ง ขุนพลแข้งแต่ละคนล้วนเป็นผลผลิตของนักเตะเยาวชนราชประชาที่ก้าวขึ้นชุดใหญ่
อาทิ  วศิณ มาศพงศ์ ประพันธ์ เปรมศรี  สุทิน-สุรัก ไชยกิตติ  บัณฑิต สถิตโยธิน สมภพ วรรณโก ประพนธ์ พงษ์พานิช สุนทรา กล้าณรงค์ วรวรรณ ชิตะวณิช กู้เกียรติ เอี่ยวเจริญ และชัยยุทธ ผิวบัวเผื่อน
        หากฟุตบอลคิงส์คัพ คือรายการที่ยิ่งใหญ่ เพราะเป็นถ้วยที่ในหลวงพระราชทาน เป็นถ้วยเกียรติยศสูงสุดของประเทศ  ไม่มีถ้วยฟุตบอลใบไหนอีกแล้วในเอเชียที่จะยิ่งใหญ่เท่า เป็นถ้วยที่นักฟุตบอลทีมชาติอยากเล่นมากที่สุด  
        
ทำนองเดียวกัน ฟุตบอลควีนส์คัพ เป็นการแข่งขันฟุตบอลของทีมระดับสโมสรประจำปี จัดแข่งขันขึ้นในประเทศไทย จัดการแข่งขันขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่พุทธศักราช 2513   ถ้วยรางวัลของการแข่งขันนั้น ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ
        
ราชประชา ก้าวไม่หยุด คว้าแชมป์ควีนส์คัพครั้งที่ 11 ในเดือนตุลาคม ปีพุทธศักราช 2524 ด้วยการชนะทีมปักกิ่งจากประเทศจีนได้ 1-0 จากลูกเตะมุม ชัยยุทธ เปิดให้สุนทรา กองหน้าตัวกลั่นโหม่งเข้าเป็นประตูโทน
        
พอขึ้นปีพุทธศักราช 2525 ราชประชา คว้าถ้วยพระราชทานประเภท ก. มาได้อีกครั้ง หลังชนะแบงก์กรุงเทพ ที่มีหลอ-พิชัย คงศรี หนุ่ย-เฉลิมวุฒิ สง่าพล เป็นตัวหลัก 

โดยเอาชนะไปได้ 2-1 ถือว่าเป็นครั้งที่ 2 ที่ราชประชาอัญเชิญ 2 ถ้วยศักดิ์สิทธิ์ของทั้ง 2 พระองค์มาไว้้ที่สโมสร หลังจากพยายามมาเกือบ 10 ปี
                
ไม่เท่านั้น ราชประชายังได้รับเชิญให้เข้าร่วมการแข่งขันรายการ ตูกูมูด้า คัพ ที่ประเทศอินโดนิเซีย

ราชประชาไปประกาศศักดาเจ้าลูกหนังอาเซียน ด้วยการคว้าแชมป์ทันทีในปีแรกที่ร่วมรายการ
                
ปี 2525  ถือเป็นปีที่ยิ่งให้ที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรราชประชา ตั้งแต่ก่อตั้งมา 15 ปี

รายชื่อขุนพลแข้ง ราชประชาชุด “ทริปเปิ้ลแชมป์” มีชื่อ ชัยยุทธ ผิวบัวเผื่อน รถด่วนอันตราย กำลังสำคัญรวมอยู่ด้วย
        
โดยปีนี้ ชัยยุทธ ได้รางวัล “ดาวเด่นถ้วยพระราชทานประเภท ก.” จากหนังสือพิมพ์ตะวันสยามอีก 1รางวัลเป็นโบนัส  
        ——————————————————————————————
         
ชลอก้าวเท้าสวบๆเดินเข้าไปในโรงพยาบาลวชิระ เข้าไปซักถามไอ้ลูกหมี ชัยยุทธ ที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงห้องผู้ป่วยรวม  มีผ้าพันกอซพันขาขวาเป็นก้อนนูนออกมา

ท่ามกลางบรรดาเพื่อนนักเตะทั้งทีมชาติและทีมสโมสรไม่ว่าจะราชประชา และสโมสรท่าเรือ ทีมที่อยากจะได้ตัวชัยยุทธไปอยู่ร่วมทีม ยืนดูอาการด้วยความเป็นห่วง
        
แต่เมื่อทั้งหมดเห็นแขกที่มาเยี่ยมใหม่เป็นใคร ต่างยกมือไหว้ ถอยฉากให้ชลอเข้าไปพูดคุย โดยมีจ่าตั๋นและหมวดหนุ่ย-อภินันท์ ที่เดินทางมาถึงล่วงหน้ายืนอยู่ข้างเตียง

ขณะที่เจ้าหน้าที่พยาบาลเริ่มเข้ามาขอให้บรรดาเพื่อนนักฟุตบอลทยอยออกไปด้านนอก เพราะนอกจากเสียงจะรบกวนผู้ป่วยแล้ว  สถานที่ยังคับแคบ แต่ก็เริ่มเข้ามาดูแลผู้ป่วยมากยิ่งขึ้น หลังรู้ว่าผู้ป่วยรถชนที่เพ่ิงรับตัวว่าเป็นนักฟุตบอลทีมชาติ
        
ชัยยุทธ รถด่วนอันตรายทีมชาติไทย ยกมือไหว้อุปนายกสมาคมฟุตบอล ผู้จัดการฟุตบอลทีมชาติ หลังเห็นชลอเข้ามายืนอยู่ข้างเตียง ขณะที่ชลอเอามือจับไหล่ส่งสายตาด้วยความห่วงใย
        
“เป็นไงมาไงวะ ถึงมานอนตรงนี้ …..”
        
ชลอถามพยายามให้เป็นเรื่องสนุกเพื่อปลุกขวัญ
         
“ผมนัดแฟนผมที่เรียนอยู่พาณิชยการสยาม ว่าจะขี่มอเตอร์ไซค์ไปรับ พอรับเสร็จก็ขี่จะกลับจากฝั่งธนฯข้ามสะพานซังฮี้ จะกลับบ้านที่คลองเตย

จังหวะอยู่บนสะพาน ผมก็ขี่จยย.มาช้าๆ เพราะถนนเป็นลูกระนาด ปักป้ายติดเตรียมปิดซ่อมใหญ่ ผมก็ขี่ชิดซ้ายขอบฟุตปาทมาเรื่อยๆ……”
        
รถด่วนอันตรายที่หมดสภาพ เพราะขาที่ถูกพันด้วยผ้ากอซหนาเตอะ และถูกรอกยกขึ้น รอการผ่าตัดดามเหล็ก กัดฟันข่มความเจ็บที่มาเยือนเป็นระยะ ถึงแม้จะถูกระงับด้วยยาแก้ปวดในทันทีที่ถูกนำมาถึง แต่นั่นก็เกือบ 2 ชั่วโมงมาแล้ว แต่เขาก็พร้อมที่จะให้รายละเอียดกับผู้เป็นนายใหญ่ทีมชาติ
        
“ ทีนี้ รถบรรทุกขวดเบียร์เปล่ามันวิ่งตามหลังผมขึ้นมาแซงขวา แต่ดันมีรถเมล์วิ่งสวนมา มันเลยตบกลับเข้าซ้ายอีกครั้ง ล้อหลังมันเลยเบียดเข้าที่โคนขาขวาผม บดเข้ากับถังน้ำมันมอเตอร์์ไซต์เต็มแรง

แฟนผมกระเด็นตกลงไปนั่งกับพื้นแต่ไม่เป็นไรมาก ส่วนตัวผมกับมอเตอร์ไซค์ถูกลากไปด้วย ก่อนรถมันจะสะบัดจนผมตีลังกา ตอนลงมาขาขวาฟาดพื้นถนนอย่างแรง รู้เลยว่ากระดูกช่วงเหนือหัวเข่าหัก……”
        
ชลอฟังพร้อมขยับปากเบ้หน้าเพราะนึกภาพตามไปด้วย ก่อนหันไปถามพวกกลุ่มเพื่อนนักบอล โดยไม่ได้เจาะจงใครคนใด
        
“แล้วไอ้คนขับรถมันอยู่ไหนวะ….”
        
“หนีครับนาย….พอมันรู้ว่าเฉี่ยวชนคน มันไปจอดรถทิ้งไว้ที่ตีนสะพาน แต่ตอนนี้ผมประสานพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางโพไว้เบื้องต้นแล้ว เป็นรถของใคร บริษัทอะไร  กำลังประสานหาตัวอยู่ว่าใครเป็นคนขับครับ…..”
        
หมวดหนุ่ยอดีตนักฟุตบอลเยาวชนราชประชา รุ่นพี่ชัยยุทธ ที่ได้โควตาจากพลตำรวจตรี หม่อมราชวงศ์เจตจันทร์ ประวิตร ผู้ก่อตั้งสโมสรราชประชา มาเป็นตำรวจดับเพลิง ก่อนย้ายมาอยู่กองปราบฯเป็นคนตอบ
        
“ดีมาก …..เดี๋ยวมึงเป็นธุระตามเรื่องนี้เลย เอาตัวมาให้ได้….”
        
ชลอสั่งเสียงเฉียบ แต่สร้างความอุ่นใจให้กับนักฟุตบอลหนุ่มน้อย และบรรดานักฟุตบอลที่อยู่ในขณะนั้นยิ่งนัก  ที่นายใหญ่ตำรวจในฐานะบอสใหญ่ทีมชาติไม่นิ่งดูดาย ตามล่าหาตีนผีที่เฉี่ยวชนคนแล้วหนี
        
ขณะเดียวกัน ชลอคิดในใจ ไม่รู้ว่ารถด่วนอันตราย ปีกขวาทีมชาติจะกลับมาโลดแล่นอันตรายได้เหมือนฉายาอีกหรือไม่ เพราะจากสภาพที่เขาเห็น ดูแล้วหนักเอาการ
        
เช่นเดียวกับ หม่อมเจต-พลตำรวจตรี หม่อมราชวงศ์เจตจันทร์ ประวิตร หลังรู้ข่าวประสานกับผู้กำกับดับเพลิงสามเสนเพื่อนรุ่นเดียวที่เทพศิรินทร์ เข้าประสานกับแพทย์โรงพยาบาลวชิระ เพื่อดูแลอาการของ รถด่วนอันตราย กำลังสำคัญของสโมสรด้วยความเป็นห่วง        
                                    (อ่านต่อฉบับหน้า)
            
ตำนานมือปราบพระกาฬ ชลอ เกิดเทศ โดยกิตติพงศ์ นโรปการณ์


116.นักบอลตัวเก่งถูกตัดขา

อาการบาดเจ็บของ ชัยยุทธ หนักกว่าที่ทุกคนคิด เพราะผลจากการที่เส้นเลือดใหญ่ขาด ทำให้เซลส์ตาย  เจ้าตัวไข้ขึ้นต้องนอนร้องโอดโอยทุกวัน

จนเพื่อนๆนักบอลโดยเฉพาะ เจษฏาภรณ์ ณ พัทลุง เชิดศักดิ์ ชัยบุตร นาวี สุขยิ่ง และเพื่อนๆจากสโมสรท่าเรือมาเห็นสภาพ

เลยรวมตัวกันช่วยเหลือทำเรื่องขอย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาลกรุงเทพ ซอยศูนย์วิจัย ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชน

พร้อมๆกับแจ้งข่าวนี้ไปทางชลอ เพื่อขอความช่วยเหลืออีกครั้ง

ทันทีที่ทราบข่าว นายตำรวจหนุ่มเลือดนักกีฬากลับมาช่วยดูแลเรื่องการย้ายโรงพยาบาลจนเรียบร้อย

คราวนี้ชลอเดินทางมาเยี่ยมไอ้ลูกหมีของเขาทุกเย็น  นั่งคุยอยู่กันจนมืดจนค่ำ พร้อมบอกความคืบหน้าของการติดตามโชเฟอร์ตีนผีเพื่อมาดำเนินการตามกฎหมายเป็นระยะ

บ่อยครั้ง  ชลอที่เสร็จจากภารกิจประจำวันเดินทางมาเยี่ยม ชัยยุทธ เจ้าลูกหมีของเขา พอออกจากห้องก็ไม่ได้รีบกลับไปไหน ยังนั่งจิบบรั่นดีอยู่ในคอฟฟี่ช็อปที่ชั้นล่างของโรงพยาบาลจนเป็นที่รู้กัน

แต่ข่าวร้ายยังไม่หมด  ไม่กี่วันต่อมาหมอที่รักษาอาการของเจ้ารถด่วนอันตราย แจ้งความคืบหน้ากับชลอ ที่ได้ฟังแล้วถึงกับไม่เชื่อหูตัวเอง

“เรามีความจำเป็นต้องตัดขาคุณชัยยุทธครับ…..”

“เฮ้ยมันหนักถึงขนาดนั้นเลยเหรอหมอ….”

รองผู้การกองปราบถาม ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจ ขณะที่หมอหนุ่มใหญ่วัยไล่เลี่ยชลอพยักหน้าแทนคำตอบ

ชลอมารู้ทีหลัง ว่าหม่อมเจต ก็มีความคิดเหมือนกับชลอ ประธานสโมสรราชประชาพยายามยื้อแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพให้รักษาขาขวาของนักบอลหนุ่มกำลังสำคัญของทีมสโมสร และทีมชาติไทย

เพราะยังหวังที่ชัยยุทธ จะหายดี และกลับมาเล่นบอลได้อีกครั้ง แต่ความหวังนั้นก็ริบหรี่ลงเรื่อยๆ

ก่อนหน้าที่หมอจะนำเรื่องบอกกับชลอ เจ้าตัวก็รู้ตัวแล้ว ความหวังจะกลับมาเล่นบอลได้เหมือนเก่าแทบจะไม่มี

อย่าว่าแต่จะเล่นบอลเลย การกลับมาเดิน2 ขา ก็ยังยาก   เพราะขาขวาท่อนล่างของเขาเหมือนจะไม่มีความรู้สึก

มีอยู่วัน เขานอนอยู่บนเตียง เหงื่อเต็มตัวแฉะเต็มเสื้อผ้า  ที่ไหนได้กลายเป็นเลือดเสียที่ไหลออกจากขาซึมผ่านผ้าปูที่นอนจนเปียก

เพื่อนนักบอลที่เข้ามาเห็น คือ นาวี สุขยิ่ง นายประตูสโมสรท่าเรือ และทวี ทองอ่อน จากแบงก์กรุงเทพ ถึงกับตะโกนเสียงหลงเรียกหมอให้รีบมาดู เพราะไม่รู้ว่าเลือดอะไรไหล

ส่วนเจ้าตัวคนป่วยถึงกับหน้าถอดสี เพราะตอนแรกคิดว่าเป็นเหงื่อ

หนักกว่านั้น ก่อนที่หมอจะตัดสินใจผ่าตัดขา ขณะที่นักฟุตบอลหนุ่มอนาคตไกลนอนรอการรักษาไปตามอาการ

เพื่อนนักบอล2-3 คนที่มาเยี่ยมในห้อง บ่นกันหลังได้กลิ่นเหม็นเน่าเหมือนหนูตาย ต่างคนช่วยกันพากันเดินดูในห้องน้ำ ถังขยะ เพื่อหากลิ่นที่ว่านั้น แต่ไม่พบ

สุดท้ายเมื่อเลิกผ้าห่มที่คลุมขาขวาออก ทุกคนแทบช็อก เรียกหมอมาดูกันอีกรอบ

เพราะขาขวาของชัยยุทธ ดาวรุ่งสโมสรราชประชา บริเวณเหนือท่อนเข่าเล็กน้อย มันบวมช้ำเหมือนจะขึ้นอืด

แถมยังมีสีม่วงช้ำเลือดช้ำหนอง เหตุจากไม่มีเลือดมาเลี้ยง และนั่นคือต้นเหตุของกลิ่นหนูตายที่ทุกคนตามหา

หมอเจ้าของไข้มาถึง สั่งให้ทุกคนออกจากห้องเพื่อล้างแผล พร้อมสั่งให้กระดิกนิ้วเท้าที่ดำคล้ำแทบทุกนิ้ว

แต่ชัยยุทธ ทำได้แค่พลิกขาซ้ายขวาไปมา แต่เป็นไปด้วยความยากลำบาก

ชัยยุทธใจคอเริ่มไม่สู้ดีแล้วตอนนั้น เพราะนอกจากจะเห็นสภาพเท้าขวาชั่งทองของเขาบวมเป่ง หมอที่กำลังล้างแผลก็มีสีหน้าเคร่งเครียดไม่พูดจาด้วย

แต่ชัยยุทธ ยังทำใจ คิดว่าหมออาจจะตัดแค่นิ้วก้อยเท่านั้น

ด้วยสภาพสภาวะการเงินของคนป่วย สภาพการรักษาพยาบาล ผสมกับความเชื่อของชลอ และหม่อมเจต  ว่า แผลที่ขาขวาของชัยยุทธจะหาย

รวมทั้งการผ่าตัดดามขาที่หักในครั้งแรก ส่งผลให้ขาขวานักเตะทีมชาติที่กำลังจะกลายเป็นอดีต เน่าเพราะเชื้อโรคเข้าไปกินกระดูกจนแพทย์ที่ให้การรักษามีความเห็นต้องตัดขาเพื่อสกัดการลุกลามของเชื้อโรคที่จะกินกระดูกมากไปกว่านี้

สุดท้ายหมอนัดผ่าตัดขาชัยยุทธในวันที่ 6 มกราคม

ระหว่างนั้น หลังเสร็จภารกิจประจำวัน ชลอยังเทียวมาเทียวไปเยี่ยมชัยยุทธอยู่ทุกเย็น พูดคุยกันเสร็จ จะลงมาปักหลักอยู่ที่คอฟฟี่ช็อปชั้นล่างโรงพยาบาลแห่งนั้น นั่งจิบบรั่นดีเฮนเนสซี่สีเอสโอพีตัวโปรดก่อนให้ลูกน้องขับรถกลับเข้าบ้าน
——————————————————————————————-

ค่ำคืนก่อนผ่าตัด2-3 วัน และยังอยู่ในห้วงเทศกาลแห่งความรื่นเริง เทศกาลปีใหม่ 2526

ภายในคอฟฟี่ช็อปของโรงพยาบาลสุดหรูของกรุงเทพมหานคร รองผู้การกองปราบฯในชุดซาฟารี นั่งอยู่โต๊ะด้านในสุด โดยหันหน้าออกนอกร้าน ตามปกติวิสัย

มีจ่าตั๋น  จ่ายะ 2 นายตำรวจชั้นประทวนคนสนิทนั่งอยู่ด้วย หลังทั้งหมดขึ้นไปดูสารทุกข์สุขดิบรถด่วนอันตราย ที่ตอนนี้นอนพังพาบรอการขึ้นเขียงผ่าตัดในเร็ววัน

หมวดป๊อก-ร้อยตำรวจโทโรจนะ สมุนไพร และหมวดหนุ่ย-ร้อยตำรวจโทอภินันท์ เกตุษเฐียร รองสารวัตรแผนก 5 กองกำกับการ2 กองปราบปราม และตำรวจติดตาม 2-3 คน ในชุดนอกเครื่องแบบตามเข้ามาสมทบ

โดยมีชายวัยเกือบ60 ปี ร่างสูงผอมเกร็ง ท่าทางเหมือนกรรมกรหาเช้ากินค่ำ ดวงตาทั้งคู่มองไปทางซ้ายทีขวาทีอย่างวิตกกังวล  เดินอยู่คู่กับหญิงสาวอ่อนวัยอายุประมาณ 20 ปีเศษ ท่ามกลางวงล้อมตำรวจกองปราบปรามกลุ่มนี้ และทั้งคู่ถูกนำตัวเข้ามาหาพันตำรวจเอกชลอที่นั่งอยู่ก่อนหน้า

“ นี่ครับนาย ลุงชล ที่ขับรถบรรทุกเบียร์เปล่าชนไอ้ชัยยุทธแล้วหนี ตามไปได้ตัวที่บางปะแก้วครับส่วนผู้หญิงนี่ลูกสาวลุงชลครับ ……”

หมวดหนุ่ย-อภินันท์ อดีตนักเตะเยาวชนสโมสรราชประชา  รับคำสั่งชลอให้ไปตามตัวโชเฟอร์ตีนผีที่ชนนักฟุตบอลฝีเท้าดีจนหมดอนาคต รายงานผู้บังคับบัญชาที่นั่งอยู่ตรงหน้า

“ไงมึง มีอะไรจะแก้ตัวมั้ยไอ้ชล……”

ชลอซักเสียงเข้มตามแบบฉบับ ส่วนมือก็ยังถือแก้วบรั่นดีเขย่าไปมา ตาแดงก่ำ เพราะซัดไปหลายแก้ว

“ไม่มีครับท่าน ผมยอมรับผิดทุกอย่าง เพียงแต่ตอนเฉี่ยวชน ผมไม่รู้ว่ามีคนเจ็บ แต่ที่ต้องจอดรถหนี เพราะกลัวไม่มีเงินชดใช้ค่าเสียหายคู่กรณีครับ  …..”

ลุงชล ตีนผีตอบเสียงสั่น เพราะรู้อยู่แล้วว่านั่งอยู่กับใคร ขณะที่ลูกสาวลุงชลนั่งก้มหน้า เอามือของเธอกุมมือพ่อที่สั่นเทาเพราะความกลัว

“ทำไมถึงกลัวไม่มีเงินชดใช้วะ….”ชลอถาม

คือผมเพิ่งไปยืมโฉนดที่นาญาติที่บ้านนอก ไปประเมินเป็นหลักทรัพย์ประกันตัวลูกเขย ผัวลูกสาวผมคนนี้คดีฆ่าคนตายครับ พอเกิดรถเฉี่ยวชนกลัวจะต้องเสียเงินอีก เลยตัดสินใจทิ้งรถหนี…”

“แล้วตอนนี้ ทำมาหากินอะไร ….”

ชลอถามเป็นข้อมูล โดยในใจกะว่าจะให้ลุงชลตีนผีชนแล้วหนี ชดใช้ค่าเสียหายเป็นค่าหยูกค่ายารักษาพยาบาลให้กับไอ้ลูกหมี รถด่วนอันตราย ที่นอนซมมาเกือบเดือนบ้าง

“ตอนนี้ผมทำขนมตาลขายประทังชีวิตไปวันๆแถวๆทางรถไฟบางปะแก้ว…”

ตีนผีรถบรรทุกเบียร์ตอบ

ชลอหันไปมองหมวดหนุ่ยหมวดป๊อก 2 นาย

ตำรวจอดีตนักบอลสโมสรราชประชา และสโมสรตำรวจที่นั่งอยู่ข้างๆเหมือนจะถามว่าที่ลุงชลตีนผีพูดมาเป็นเรื่องจริงหรือแก้ตัว

อย่างรู้ความหมาย หมวดหนุ่ยกล่าวตอบสายตาผู้บังคับบัญชา

“จริงครับนาย ผมกับตำรวจโรงพักบางโพ ตรวจสอบแล้วเป็นเรื่องจริงครับ ตอนนี้ลุงชลขายขนมตาลหาเลี้ยงชีพไปวันๆ

ปกติพักอยู่คนเดียว เพราะเมียตายไปนานแล้ว ส่วนลูกสาวเพิ่งมาอยู่กับพ่อ เพราะผัวมันยังอยู่ในคุกครับ…..”

สงสัยมันจะเป็นเวรกรรมของไอ้ลูกหมีแหง กำลังจะรุ่ง รถมาชนเอาขาขาด แถมคู่กรณีดูๆก็ไม่มีปัญญาจะชดใช้ค่าเสียหาย ชลอคิด แต่ลุงชลโพล่งออกมา

“ผมขอผ่อนได้ไหมครับนาย ผมก็ชอบดูบอลครับ พอรู้ว่าเป็นทีมชาติด้วย ผมเสียใจจริงๆ ผมจะไปหาเงินมาช่วยเป็นค่ารักษา 2 หมื่นนะครับ แต่จะขอผ่อนจ่ายเดือนละ 2,000……”

“เออ….ก็ดีเหมือนกัน ถ้ามึงไหว เอางี้ หนุ่ย มึงพาลุงกับลูกสาวขึ้นไปดูไอ้ลูกหมี ให้ทั้ง 2 ฝ่ายพูดคุยเรื่องค่ารับผิดชอบอะไรยังไง เสร็จแล้วเอาตัวไปบางโพ ให้เจ้าของท้องที่ดำเนินคดีไปตามกฎหมาย….”

ชลอสั่ง

หลังจากนั้น ชลอยังนั่งคิดอยู่ จะหาเงินจากไหน มาเป็นค่ารักษาให้กับลูกน้องนักฟุตบอลที่ตอนนี้คงจะเป็นเงินมากโข

ถ้าคู่กรณีขับรถเบนซ์ หรือบีเอ็มดับบลิว ก็ว่าไปอย่าง เบื้องต้นคงต้องประสานสมาคม ขอเงินบางส่วนจากการขายบัตรการแข่งขันฟุตบอลบอลระหว่างทีมโมนาโค จากประเทศฝรั่งเศส ที่จะมากระชับมิตรกับทีมชาติไทยที่สนามศุภชลาศัยในช่วงอาทิตย์นี้
——————————————————————————————–

เย็นวันที่ 6 มกราคมหลังผ่าตัดขาขวา รถด่วนอันตราย ชัยยุทธ ผิวบัวเผื่อน

ชลอ พร้อมด้วยหมวดป๊อก หมวดหนุ่ย ประทักษ์ เหตระกูล นายประตูสำรองสโมสรตำรวจ ลูกชายบิ๊กหนังสือพิมพ์สีบานเย็น มายืนจับขอบเตียงหน้าห้องไอซียู หลังการผ่าตัดเสร็จ

ถึงจะสะลึมสะลือ แต่นักฟุตบอลเลือดย่าโมรู้ตัวว่าขาขวา ข้างถนัดที่ตะบันลูกฟุตบอลเข้าประตูคู่แข่งมานักต่อนัก บัดนี้มันไม่เหลือแม้แต่ให้ยืน เพราะถูกหมอหั่นทิ้งตั้งแต่เหนือหัวเข่าขึ้นไป8 นิ้ว

รถด่วนอันตรายที่หมดพิษสงลงโชว์ลวดลายในสนามฟุตบอล ยกมือไหว้ชลอและคนที่มาเยี่ยม เขาเห็นชลอยืนหน้าตาแดงก่ำ และเอ่ยปากทักหลังเห็นขาขวาหายไปเกือบถึงโคนขา

“เหลือเท่านี้เหรอวะ ไอ้ลูกหมี….”

เท่านั้นเอง อดีตนักฟุตบอลทีมชาติ และสโมสรราชประชาที่นอนอยู่บนเตียงถึงกับร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อายใคร

ไม่นาน ชลอในฐานะอุปนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย นำเงินที่ได้จากการแข่งขันฟุตบอลที่สนามศุภชลาศัย มาจ่ายเป็นค่ารักษาเฉพาะค่าผ่าตัดก่อน  6 หมื่นบาท

จากนั้นชลอเดินเรื่องต่อผลักดันให้สมาคมฟุตบอล มอบเงินช่วยเหลือแก่ชัยยุทธที่ประสบอุบัติเหตุขาขาด

รวมทั้งนักกีฬาฟุตบอลทีมชาติที่ได้รับบาดเจ็บในกรณีต่างๆอีกหลายคน  โดยมี พรเทพ เตชะไพบูลย์ นักการเมืองหน้าใหม่ของคนเมืองหลวง ที่ชลอดึงให้เข้ามาช่วยเรื่องค่ารักษาพยาบาลในส่วนของชัยยุทธเพราะหมดไปหลายแสนบาท

แต่เคราะห์กรรมเหมือนจะกระหนำซ้ำชัยยุทธ ไม่สิ้น เมื่อแว่วว่า กรมตำรวจมีคำสั่งให้ปลดพลตำรวจชัยยุทธ ผิวบัวเผื่อน สังกัดกองบังคับการตำรวจดับเพลิงออกจากราชการ เพราะเห็นข่าวการทุพลภาพ ถึงขั้นตัดขาจากหน้าหนังสือพิมพ์

ชัยยุทธ นำข่าวร้ายที่ว่า บอกต่อไปยังหมวดหนุ่ยอภินันท์ นายตำรวจนักฟุตบอลราชประชารุ่นพี่ให้ไปขอความช่วยเหลือจากชลอ

“เฮ้ย… จะปลดเปิดอะไรมันคาเตียง มันอุตส่าห์เล่นทีมชาติ รับใช้ชาติมาขนาดนี้ ยังจะมาปลดอีก ปลดไม่ได้….”

แล้วปลดไม่ได้จริง เมื่อชลอ พร้อมกับหม่อมเจต ช่วยกันเดินเรื่องเข้าหารือกับอธิบดีกรมตำรวจ-พลตำรวจเอกณรงค์ มหานนท์ จนยกเลิกคำสั่งให้ออกจากราชการ

ซ้ำยังเลื่อนจากพลตำรวจเป็นสิบตำรวจตรี สังกัดแผนก6 กองกำกับการ2 กองบังคับการดับเพลิง นั่งโต๊ะทำงานอำนวยการเป็นการตอบแทนที่เคยสร้างคุณความงามดีให้กับประเทศชาติ