Sunday, August 2, 2026
More
    Homeข่าวเด่นรอบวัน“รองจ๋อนครบาล”ทลายแก๊ง "Black Money" รวบคู่หูผิวสีหลังแจ็กพอตมาตุ๋นตำรวจในงานโชว์รถ

    “รองจ๋อนครบาล”ทลายแก๊ง “Black Money” รวบคู่หูผิวสีหลังแจ็กพอตมาตุ๋นตำรวจในงานโชว์รถ

    นครบาลเปิดปฏิบัติการ “หลอกซ้อนลวง“ คนร้ายคู่หูนักต้มตุ๋นชาวไลบีเรีย เฟอะฟะเลือกเหยื่อ“ไฮโซเก๊”สลัดลุกซ์ชุดปราบยาเสพติด บชน.แฝงตัวมาในงานแสดงรถหรู“กลโกงคลาสสิคระดับโลก ถูกเฉลยหมดเปลือกทุกขั้นตอน น้ำยาวิเศษทำเงินดำมูลค่าถึง 6 ล้าน US คิดเป็นเงินไทย 200 ล้านบาท

    เมื่อเย็นวันที่ 1 ส.ค. 69 ฃ
    พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. , พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. , พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. นำโดยพล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. , พ.ต.อ. วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. , พ.ต.ท.มาโนชย์ ทองแก้ว รอง ผกก. สส.บก.น.5 , พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. , ร.ต.อ. เลิศวริศ วรปรีชา รอง สว.ฝอ.บก.สส.บช.น. พร้อมกำลัง ศอ.ปส.บช.น.
    วางแผนจับกุมตัวผู้ต้องหา 4 รายดังนี้

    1.นาย เรมี่  อายุ 35 ปี ชาวไลบีเรีย ถูกแจ้งข้อหา “ร่วมกันเป็นอั้งยี่”
    2.นายเดวิด อายุ 40 ปี ชาวไลบีเรีย ถูกแจ้งข้อหา “ร่วมกันเป็นอั้งยี่และเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต”
    3.น.ส.นากัว  อายุ 35 ปี ชาวแคมมารูน ถูกแจ้งข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”
    4.น.ส.ไคเซีย  อายุ 21 ปี ชาวแคมมารูน ถูกแจ้งข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยที่การอนุญาตให้อยู่ราชอาณาจักรสิ้นสุด”

    ตรวจยึดของกลาง ดังนี้  1.ธนบัตรลักษณะคล้ายเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ใบละ 100 ดอลลาร์ 11 ใบ2.ธนบัตรเคลือบสาร (เงินดำ) 3 ใบ 3.กระดาษสีขาวขนาดเท่าธนบัตร 60,000 ฉบับ 4.น้ำยาไม่ทราบชนิด (อยู่ระหว่างตรวจพิสูจน์) 4 ขวด 5.อุปกรณ์การแปลงสภาพธนบัตรหลายรายการ 6.โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง (พบข้อมูลคลิปเครื่องผลิตธนบัตรดอลลาร์ปลอม และกรรมวิธีในการหลอกลวงเหยื่อลักษณะ “การล้างธนบัตร” หรือ Black Money Scam จำนวนมาก)

    พฤติการณ์กล่าวคือ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. เปิดเผยว่าสืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. ได้สืบสวนขยายผลเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ ชาวผิวสี มาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเมื่อวันที่ 26 ก.ค. 69  ได้สืบสวนติดตามคนร้ายรายสำคัญในเครือข่ายกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติในพื้นที่ย่านซอยนานา โดยได้เฝ้าติดตามพฤติกรรมผู้ต้องสงสัยไปที่งานรวมรถหรูแห่งหนึ่งในพื้นที่กรุงเทพฯ

    ชุดสืบสวนได้อำพรางตัวเป็นไฮโซเก๊ผู้สนใจรถหรู จนสะดุดความสนใจของคนร้าย โดยที่คนร้ายเสนอตัวจะหาเงินทุนมาซื้อรถยนต์หรูให้  พยายามหว่านล้อมสรรพคุณความร่ำรวยของตนเองว่าเป็นเงินทุนจากธุรกิจมืด มีเงินสดอยู่6 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 200 ล้านบาท (สองร้อยล้านบาท) แต่ทว่าเงินสดเหล่านั้นติดอยู่ที่ด่านสรรพกร

    คนร้ายชักชวนให้ชุดสืบสวนในคราบไฮโซเก๊ ร่วมลงทุนเป็นเงินสดไทยจำนวน 150,000 บาท อ้างเพื่อใช้สำหรับจ่ายใต้โต๊ะ พร้อมข้อเสนอว่าหากได้กระดาษจำนวนดังกล่าวออกมาแล้ว จะสามารถใช้กรรมวิธีเปลี่ยนสภาพจากกระดาษเปล่าให้กลายเป็นธนบัตรดอลลาร์สหรัฐฉบับจริงได้ครบตามจำนวนที่ได้แจ้งไว้  เสนอส่วนแบ่งให้จำนวน 40 เปอร์เซ็นต์

    คนร้ายยัง “นัดหมาย” จะสาธิตกรรมวิธีการเปลี่ยนสภาพจากกระดาษเปล่าให้กลายเป็นธนบัตรดอลลาร์สหรัฐฉบับจริงโชว์ให้ดูอีกด้วย โดยคนร้ายไม่ทราบเลยว่าแท้จริงแล้วคนที่สนทนาอยู่ด้วยคือ “ตำรวจอำพราง”

    กระทั่งเย็นวันที่ 1 ส.ค. 69 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. วางแผนปฏิบัติการ “หลอกซ้อนลวง” ปฏิบัติการทลายขบวนการกลโกงสุดคลาสสิคที่ทำมาอย่างยาวนาน เพื่อจับกุมคนร้ายให้ได้แบบคาหนังคาเขา

    เมื่อถึงเวลานัดหมายคนร้าย 2 รายได้เดินทางมาพบตามนัด โดยไม่รู้ตัวว่าได้ย่างกายเข้าถ้ำเสือ  ทำทีนำกระดาษสีขาวขนาดเท่าธนบัตรฉบับ 100 ดอลลาร์ถูกนำไปเคลือบสารเคมี (หรือทาแป้ง/ไอโอดีน) จนกลายเป็นสีขาว/สีดำบังตาไว้ล่วงหน้า โดยคนร้ายได้นำของเหลวมาทากับกระดาษสีขาวจนแปลงสภาพกลายเป็นธนบัตร 100 ดอลลาร์ อ้างว่าเป็นสารเคมีพิเศษ แต่แท้จริงเป็นเพียงวิตามินซีละลายน้ำ ล้างคราบชั้นนอกออก ทำให้เห็นหน้าเงินจริงที่ซ่อนอยู่ข้างใน

    ทว่าขณะที่คนร้ายทั้งสองรายร่ายมนต์ต้มตุ๋นอยู่ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับจ้องทุกทิศทาง และตัวเหยื่อที่คนร้ายกำลังต้มตุ๋นนั้นก็คือตำรวจอำพราง หลังจบปาหี่เจ้าหน้าที่อำพรางจึงแปลงกายจากเหยื่อกลายเป็นผู้ล่า แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมกับเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. ที่ซุ่มรอเข้าจับกุมอยู่รอบทิศทาง ทำให้คนร้ายทั้งสองรายตกอยู่ในอาการงุนงงเป็นอย่างมาก

    เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาคนร้ายทั้งสองว่า “ร่วมกันเป็นอั้งยี่และเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนทำการตรวจยึดธนบัตรและอุปกรณ์การต้มตุ๋นอีกหลายรายการก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน ดำเนินคดีตามกฏหมาย

    ต่อมาขยายผลหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้พบพยานหลักฐาน เกี่ยวกับการผลิตธนบัตรดอลลาร์ปลอมเป็นจำนวนมาก  ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสถานที่ต้องสงสัย ผลการตรวจค้นพบ กระดาษสีขาวขนาดเท่าธนบัตร   60,000 ฉบับ ซึ่งถูกตระเตรียมใช้พิมพ์เงินดอลล่าร์ปลอมราว 6 ล้าน ดอลล่าร์สหรัฐ ภายในห้องพักของผู้ต้องหารายที่ 1 ย่าน ถ.ลาซาล

    จากการตรวจสอบห้องพักของคนร้ายรายที่ 2 ย่านหัวหมาก พบธนบัตรปลอม (เงินดำ) และหลักฐานอีกหลายรายการ และพบบุคคลต่างด้าวชาวแคมมารูน อีก 2 ราย  ได้จับกุมในข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ซึ่งได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก ดำเนินคดีตามกฏหมาย
     
    พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า แผนประทุษกรรมที่คนร้ายจะใช้หลอกลวงเหยื่อนั้นคือรูปแบบ “Black Money Scam” หรือ”สแกมธนบัตรดำ (หรือธนบัตรขาว)” โดยใช้หลักการทางเคมีพื้นฐานบวกกับ “มายากลต้มตุ๋น” (ใช้ปฏิกิริยาของไอโอดีนและแป้ง หรือใช้สารละลายสีที่เคลือบไว้ออก) มาสร้างภาพลวงตาให้เหยื่อเชื่อว่ากระดาษเปล่ากลายเป็นเงินจริงได้

    กลโกงนี้มีมาตั้งแต่ยุค 1990 และกระจายไปทั่วโลกทั้งในยุโรป สหรัฐอเมริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย เมื่อเหยื่อหลงเชื่อว่าทำได้จริง มันจะมอบกระดาษขาวปึกใหญ่ ซึ่งคราวนี้เป็น กระดาษเปล่าธรรมดา ไม่ใช่แบงก์จริงเคลือบ พร้อมหลอดน้ำยาปลอม แล้วจะเชิดเงินหนีไป

    การหลอกลวงลักษณะนี้ประชาชนโดยส่วนใหญ่เคยได้ยินหรือได้อ่านมาบ้างแล้ว ทว่ากลับไม่เคยมีใคร “ได้เห็นกับตา”  การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการ “เปิดโปง” กลลวงนี้ได้ให้ประชาชนได้เห็น

    ในชั้นจับกุม นาย เรมี่ ผู้ต้องหาที่ 1 ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา  ให้การว่า “ตนเองมีเครือญาติอยู่ในประเทศไนจีเรีย  ในคดีนี้ตนเองไม่รู้เรื่องใดๆทั้งสิ้น ที่ตนเองได้แสดงการลอกคราบธนบัตรไปนั้นตนเองจำไม่ได้ว่าทำสิ่งใดลงไป”

    ส่วน นายเดวิด ผู้ต้องหาที่ 2  รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา  ให้การว่า “สิ่งที่ตนเองได้ทำในวันนี้นั้น มีประสงค์เพื่อหลอกลวงให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่า พวกตนมีธนบัตรดอลลาร์สหรัฐของจริงที่ผ่านการใช้กรรมวิธีเปลี่ยนสภาพให้เป็นคล้ายกระดาษเปล่า อยู่จำนวนประมาณ 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ200 ล้านบาท อยู่จริง

    โดยใช้กลอุบายเป็นวิธีการสาธิตกรรมวิธีการเปลี่ยนกระดาษเปล่าให้เป็นธนบัตรดอลลาร์สหรัฐฉบับจริง เพื่อให้เหยื่อตายใจ และยอมส่งมอบทรัพย์สินให้ โดยถ้าหากว่าได้เงินแล้ว พวกของตนก็จะตัดขาดการติดต่อจากเหยื่อไป และแบ่งเงินที่หลอกลวงมาได้เท่ากันคนละครึ่ง

    ยังรับต่อไปว่า กระดาษเปล่าตัดขอบขนาดใกล้เคียงธนบัตร จำนวน 1 ถุงใหญ่ ของกลางรายการที่ 14 นั้น วันนี้ (1 ส.ค.2569) เวลาประมาณ 12.00 น. ตนได้ไปว่าจ้างร้านพิมพ์เอกสารเพื่อให้ช่วยตัดกระดาษเปล่าให้มีขนาดเท่าธนบัตรฉบับจริง”

    สุดท้ายนี้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช น / รองโฆษก ตร.เตือนภัยว่า “กลโกงลักษณะ “Black Money Scam” มีมาอย่างยาวนานตั้งแต่ยุค 1990 โดยใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์และมายากลต้มตุ๋นสร้างภาพลวงตา หากใครพบเห็นพฤติกรรมลักษณะนี้ อย่าหลงเชื่อเด็ดขาด เพราะไม่มีทางเปลี่ยนกระดาษเปล่าให้กลายเป็นเงินของจริงได้ เป็นเพียงมุกหลอกลวงเพื่อทรัพย์สินเท่านั้น”

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments