รองผกก.ภูเก็ต มีรายได้เสริม ไม่ต้องพึ่งส่วย

9788

 

ภูเก็ต ไข่มุกอันดามัน ตอนนี้ตำรวจที่นั่นกำลังเซไปเซมาจากพิษร้องเรียนส่วยภูเก็ต 100 ล้าน ย้ายกันระนาว แต่นายตำรวจคนนี้ไม่ยี่หระ เพราะมีช่องทางหารายได้พิเศษด้วยการใช้เวลานอกราชการ ไปพากย์มวยในสนามมวยไทยหลายแห่งในจ.ภูเก็ต กากีกลาย เคยบันทึกเรื่องของนายตำรวจคนนี้ พ.ต.ท.ประมวล จ่ายกระโทก รองผกก.สส.สภ.กมลา จ.ภูเก็ต ไว้เมื่อเดือนส.ค.ที่ผ่านมา

ถึงตอนนี้เจ้าตัวมีช่องทางหารายได้เสริมอีก ด้วยการขายมะพร้าว โดยร่วมกับรุ่นน้อง คือ เอ๋-ปณชัย ชัยนิมิตร ในพื้นที่ จังหวัดภูเก็ต รับมะพร้าวมาจากสวนอัมพวา ตอนนี้เดินตลาดในพื้นที่กมลาและป่าตอง แนวโน้มตั้งเป้าว่าจะให้ครอบคลุมทั้งจังหวัดภูเก็ต

พ.ต.ท.ประมวลบอกว่า การหารายได้เสริมมีช่องทางอีกมากที่สุจริตและไม่ผิดกฎหมาย อาจจะต้องเหนื่อยหน่อย แต่ถ้าเราเป็นตำรวจที่ได้รับการยอมรับจากประชาชน การเข้าไปพูดคุยและขายสิ่งของที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดและนักท่องเที่ยวแล้วน่าจะไปได้สวย พอดีมีน้องที่ร่วมธุรกิจ ไปตรวจสอบพื้นที่ เจาะหาสินค้าที่จะมาขายพบว่า มะพร้าวนำ้หอม จังหวัดภูเก็ตมีความต้องการสูงมาก ประมาณเดือนละ 80,000 ลูกหรือมากกว่านี้

“จริงๆ ที่นี่จะมีคนนำมะพร้าวนำ้หอมจากอัมพวามาขายน้อยมาก เพราะต้นทุนและค่าขนส่งสูง พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่จะสั่งมาจาก นครศรีฯ,พังงา,สุราษฎร์ฯ,ชุมพร ค่าขนส่งมาตำ่ แต่เขาขายส่งแพง เราจึงนำมะพร้าวที่แตกต่าง ในเรื่องของรสชาติที่ดีกว่า โดยนำมะพร้าวให้แม่ค้าขายปลีกเขาลองชิม เสนอราคาถูก เอากำไรน้อย แต่ขายได้ปริมาณมาก ตอนนี้ ได้รับการตอบรับจากพ่อค้าแม่ค้าดีมากครับ เราเดินตลาดเอง สร้างความเชื่อมั่นการันตีให้เขา ตอนนี้ได้รับการยอมรับและมีสั่งเข้ามาเรื่อยๆ ครับ เราส่งทั้งทลาย ลูกละ 20 บาท แต่ถ้าเป็นแบบควั่น ลูกละ 22 บาท…”

“นอกจากเป็นอาชีพเสริมแล้วอยากเป็นตัวอย่างให้ตำรวจน้องๆดูว่า อาชีพอะไรก็ได้ที่ทำแล้วถูกกฎหมาย ไม่ไปรีดไถ เป็นเรื่องที่ควรกระทำ ไม่ว่าเราจะยศอะไร คิดแล้วลงมือทำ ผมว่าโอกาสเราที่จะประสบความสำเร็จก็มี…….”พ.ต.ท.ประมวลว่าอย่างนั้น


สำหรับพ.ต.ท.ประมวล จัดเป็นนักสู้ชีวิตอีกคน บ้านเกิดอยู่นางรอง บุรีรัมย์ อยู่แค่ ป.2 ย้ายบ้านตามพ่อแม่มาทำไร่ข้าวโพด ไร่มันสำปะหลังที่ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา พออายุ 15 ปี เผชิญโลกกว้างไปเรียนต่อ ม.4-ม.6 ที่โรงเรียนปทุมเทพวิทยาคาร จ.หนองคาย ระหว่างนั้นเป็นพนักงานเสริฟในไนท์คลับแห่งหนึ่ง จนจบ ม.6

ก้าวเข้าสู่เส้นทางสีกากี ด้วยการเป็นนักเรียนพลตำรวจ รุ่นที่ 37 รร.ภ.7 จว.นครปฐม ปี 2530 รับตำแหน่งครั้งแรกเป็นลูกแถว งานสืบสวน สภ.ต.ฉลอง อีก 3 ปี ย้ายมาเป็น ผบ.หมู่งานสืบสวน สภ.อ.กะทู้ (สภ.ป่าตองปัจุบัน) ทำงาน 7 ปี เจอผู้บังคับบัญชาเป็น นรต.จบใหม่ มาเรียกไอ้นำหน้าชื่อ เกิดความรู้สึก เราอายุเยอะกว่าเยอะนะ ทำไมต้องเรียกไอ้ด้วยวะ เลยคิดในใจ ถ้าเราเป็นนายคนเราจะยังให้เกียรติรุ่นพี่ที่อาวุโสตลอดไป จะไม่เรียกไอ้เด็ดขาด

จากจุดนั้น รองมวลเลยเรียนต่อระดับ ป.ตรี นิติศาสตร์ มสธ.เมื่อปี 2537 ขณะเรียนก็มุ่งมั่นตั้งใจสูง เลิกดื่มสุราสูบบุหรี่โดยเด็ดขาด จนเรียนจบปี 2541 ตั้งตารอไปสอบนายตำรวจ ครั้งแรกไม่ผ่านเพราะทำข้อสอบไม่ทัน เมื่อเปิดสอบอีกครั้ง เลี่ยงไปสอบสายจ่าสิบตำรวจที่เขาเปิดรับภายใน ผู้ที่เป็นตำรวจยศ จ.ส.ต.-ด.ต.ที่มีอายุรับราชการครบ 12 ปีขึ้นไป มีผู้สมัคร 8,000 กว่าคน เอา 70 คน และเขาเป็นหนึ่งในนั้น เข้าอบรมนายร้อย รุ่น นรอ.1/44 ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อบรม 8 เดือนจบ

ปี 2545 รับราชการตำรวจ ยศ ร.ต.ต.ตำแหน่ง รอง สวป.สภ.อ.เกาะลันตา ภ.จว.กระบี่ มีการฝึกประกวดการฝึกตำรวจประจำปี ได้รางวัลชนะเลิศระดับจังหวัด เป็นตัวแทนจังหวัดกระบี่ ไปฝึกแข่งอีก 7 จังหวัด ได้รองชนะเลิศลำดับ 1 แต่ประมวลได้รับรางวัล ครูฝึกทางยุทธวิธีดีเด่นในปีนั้น (รางวัลนี้เคยได้รับ 2 ครั้ง เมื่อตอนเป็นชั้นประทวนสมัยเป็นครูฝึกให้กับ สภ.ต.ทุ่งทอง )

สมัยอยู่เกาะลันตา ทำงานตำรวจชุมชนสัมพันธ์ ออกพบปะชาวบ้านครบ 32 หมู่บ้าน และพากย์ฟุตบอลให้กับชุมชน สมัยนั้นรอบชิงชนะเลิศทีไรจะมีเรื่องทุกครั้ง ไม่ไล่ทำร้ายกรรมการ ก็พังโต๊ะที่มีถ้วยอยู่ นำเอากฎกติกาการเล่นฟุตบอลไปบรรยายให้เขาเข้าใจ การพากย์ที่เร้าใจ น่าติดตามแฝงมุขตลก สนุก ช่วยให้เค้าผ่อนคลายได้ หลังจากนั้นปากต่อปาก หมู่บ้านไหนมีการแข่งขัน ก็จะได้รับเชิญไปบรรยายเกมโดยไม่คิดค่าตัว

ปี 2547 ย้ายกลับมารับตำแหน่ง รองสว.สส.สภ.ต.ทุ่งทอง ติดตามคดี ปล้นทรัพย์นักศึกษา มอ.และวันรุ่งขึ้น ปล้นทรัพย์และข่มขืนพนักงานโรงแรม ใช้เวลา ไม่ถึง 48 ชม.จับกุมผู้ต้องหาได้ 6คนพร้อมของกลาง

ได้รับประกาศเกียรติคุณเป็นข้าราชการตำรวจด้านงานสืบสวนและปราบปรามดีเด่น จาก ผบช.ภ.8 ปี 2549 ศึกษาต่อระดับปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต คณะมนุษยศาสตรสังคมศาสตร์ สาขาพัฒาสังคม จนจบเมื่อปี 2551

ปี2553 รับตำแหน่ง สวป.สภ.ทุ่งทอง ทำงานด้านป้องกันปราบปรามและด้านมวลชนสัมพันธ์เรื่อยมา
กระทั่งปี 2558 ย้ายไปเป็น สวป.สภ.กะทู้(ป่าตองปัจจุบัน) ได้รับรางวัล 3 ประกาศเกียรติคุณ คือตำรวจมวลชนสัมพันธ์ ของ ภ.จว.ภูเก็ต ป้องกันปราบปรามดีเด่น ของ ผบช.ภ8 (จับกุมผู้มีอิทธิพลที่ขึ้นบัญชีของตร.ไว้พร้อมอาวุธสงคราม)
และ ตำรวจมวลชนสัมพันธ์ดีเด่น ของภาค 8 รับประกาศเกียรติคุณ ของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา

ได้รับ 3 รางวัลพร้อมประกาศเกียรติคุณ แต่ปี 2559 ถูกย้ายไปอยู่ สภ.กมลา พื้นที่ติด สภ.ป่าตอง ทำงานด้านมวลชนสัมพันธ์ต่อ ปีนี้ได้รางวัลชนะเลิศตำรวจชุมชนมวลชนสัมพันธ์ดีเด่นระดับจังหวัด และได้รองชนะเลิศลำดับที่ 1 ในระดับภาค 8 เปลี่ยนภาพที่ประชาชนมองตำรวจในแง่ลบ ทำงานเชิงรุกเข้าหาพบปะเยี่ยมเยือนถึงบ้านแสวงหาความร่วมมือให้มากขึ้น ปัจจุบันปัญหาความขัดแย้งลดลง มองภาพลักษณ์ตำรวจในแง่ดีมากขึ้น กระทั่งปี 2560 ได้เลื่อนตำแหน่งเป็น รองผู้กำกับสืบสวน สถานีตำรวจภูธรกมลา และได้รับประกาศเกียรติคุณ ของ ภ.จว.ภูเก็ต เป็นตำรวจดีเด่นด้านงานสืบสวน

เมื่อบวกกับความขยันในการทำมาหากินในทางที่ถูกต้อง ถือเป็นอีก 1ตัวอย่างตำรวจสู้ชีวิต….

กากีกลาย 23/11/60