“ต้องโทษที ต้องโทษที ต้องโทษทีนะ
อย่าว่ากัน อย่าว่ากัน อย่าว่ากัน
คงเข้าใจ คงเข้าใจ คงเข้าใจนะ”
เสียงร้องเพลง “เกรงใจ” ที่ไม่ได้รับความเกรงใจ…แต่กลับได้รับเสียงหัวเราะ และได้ใจคนฟังไปเต็ม ๆ
เพราะตำรวจที่ร้องเขาคิดแล้วว่า ธรรมดาโลกไม่จำ ! จะไล่วัยรุ่นกลับบ้านทั้งทีก็ต้องมีลีลากันหน่อย
แต่จะทำอย่างไร เมื่อคนเล่นกำลังติดลมจนมืดค่ำก็ยังสาดน้ำปะแป้งกันอยู่ เรียกว่าไม่ไล่ไม่เลิก
งานนี้ไม่รู้ว่าตำรวจ สน.ดอนเมืองไล่แบบใด..จนกลายเป็นไวรัลโด่งดังชั่วข้ามคืน
เหตุเพราะมีตำรวจยุค 90 ใช้เพลงกล่อมจนวัยรุ่นยอมกลับและไม่มีเสียงคัดค้าน…แถมยังวิ่งตามมาเคาะรถยนต์สายตรวจเพื่อขอให้พี่ตำรวจร้องต่ออีก 1 เพลง
ถึงตอนนี้หลายคนจะรู้แล้วว่าเจ้าของเสียงร้องเป็นใคร วันนี้เด็ดดาวจะพาไปทำความรู้จักเจาะลึกให้มากขึ้นกับตำรวจหนุ่มเจ้าของเสียงร้องเพลงเกรงใจ…ในวันสงกรานต์69วันนั้น
บอกได้คำเดียวว่านายตำรวจคนนี้ไม่ได้มีดีแค่เสียงร้อง แต่เพราะเขาใช้สมอง “คิดนอกกรอบ”
เขาคือ พ.ต.ท.วรภัทร สุขไทย รอง ผกก.ป.สน.ดอนเมือง หรือรองแมน จบโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 43 (นตท.43) และโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 59 (นรต.59) จบระดับปริญญาโท สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

เริ่มรับราชการที่บ้านเกิดสระบุรี ในตำแหน่งพนักงานสอบสวน (สบ 1) สภ.หนองแค สาขาหินกอง และโยกมาพื้นที่ข้างเคียงในสังกัด บช.ภ.1 ผ่านมาทั้งงานสอบสวน สืบสวน และงานป้องกันปราบปราม
ก่อนจะย้ายมาเป็น รอง สวป.สน.บางยี่ขัน, รอง สว.กก.2 บก.ป., สว.อก.กองวิจัยสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ, สวป.สน.บางซื่อ, รอง ผกก.ป.สน.บางซื่อ ปัจจุบันเป็นรอง ผกก.ป.สน.ดอนเมือง
รองแมน บอกว่า เพื่อนร่วมรุ่นทั้งเตรียมทหารและนายร้อยตำรวจต่างตั้งฉายาเขาว่า “แหนม” เพราะสมัยเรียนเขาชอบกินแหนมช่วงพักเบรคเป็นประจำ จนหลายคนลืมไปแล้วว่าเขาชื่อแมน รองแมนเล่าพลางหัวเราะ 555
เหตุเกิดที่ซอยโกสุม
รองแมน บอกว่า เราต้องสนองนโยบายตามที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. กำชับให้ตำรวจดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิดในเทศกาลสงกรานต์ โดยเฉพาะการดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ที่มีการเล่นสงกรานต์
ทางผู้บังคับบัญชา อยากให้เราปิดเกมสงกรานต์ช่วงค่ำให้ได้เร็วที่สุด เพราะชาวบ้านจะได้พักผ่อนไม่มีเสียงดังรบกวน
เขาและลูกน้องได้ออกตระเวนตรวจตามจุดต่างๆ และพบว่าบริเวณซอยโกสุม 43-45 มีการตั้งเครื่องเสียงตลอดเส้นทางเปิดเพลงดังกระหึ่ม แถมมีฝูงชนจำนวนมากกำลังเล่นกันอย่างสนุกสนาน ทำให้เกิดความแออัดทั้งคนและรถภายในซอย

เขาได้พูดกับลูกน้องว่า รถติดมากขนาดนี้จะทำยังไงดี ทันใดนั้นเสียงในหัวมันก็ลอยขึ้นมาว่า…ทำยังไงดีทำยังไงดี ทำยังไงดีนะ
ไม่ได้หวังดัง…แต่ผมหวังดี
เราอยู่กับคนหมู่มากต้องใช้จิตวิทยาในการควบคุมฝูงชน จะไปออกคำสั่งกับเด็กวัยรุ่นที่กำลังเล่นน้ำปะแป้งอย่างสนุกสนานให้กลับบ้านทันทีก็คงไม่ใช่เรื่องง่าย บางครั้งยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ เราก็เป็นวัยรุ่นมาก่อนเข้าใจในจุดนี้ดี คิดถึงใจเขาใจเรา
ประกอบกับตัวเองชอบร้องเพลงอยู่แล้ว จึงไม่รอช้า หยิบโทรโข่งขึ้นมาแล้วร้องเพลง “เกรงใจ”ของแร็พเตอร์ออกไป ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ผู้ถือไมค์ คือ ผู้ได้เปรียบ”
แม้จะใช้เสียงดังแต่ก็ทำให้คนฟังมีความสุขไม่หงุดหงิดและไม่คิดต่อต้าน ซึ่งก็ได้ผลมากเลยครับ ร้องได้แป๊บเดียว วัยรุ่นก็เริ่มทยอยกลับ เราจึงปิดเกมได้ตั้งแต่ 22:00 น. ในย่านโกสุม และทยอยปิดในซอยอื่น ๆ อีกเรื่อยมาจนถึง สน.ดอนเมือง
วัยรุ่นยอมยุติการเล่นด้วยดี แต่ที่ไม่มีท่าทีหยุดก็คือวิ่งมาขอให้ผมร้องต่ออีกเพลงครับ 555
รองแมน ยังเล่าต่อว่า
หลังแยกย้ายกลับบ้านผมก็หลับยาวจนถึงช่วงสายของอีกวันโดยไม่รู้ว่า เสียงร้องของผมในคืนวันที่ 13 นั้น จะโด่งดังและเป็นไวรัลในช่วงข้ามคืน
มารู้อีกทีก็เห็นคนส่งลิงค์มาให้ดู ภรรยาผมก็ขำมากด้วย และเขาก็เอาคลิปที่ผมร้องเพลงคืนนั้นมาให้ผมดูอย่างสนุกสนาน
ผมไม่นึกเลยว่าการแก้ปัญหาด้วยเสียงเพลงมันจะปังและดังขนาดนี้ครับ เพราะตอนที่ร้องนั้นมีจุดประสงค์เดียวคือ แก้ปัญหาเสียงดังและรถติดให้ได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว
https://vt.tiktok.com/ZSHc59Ff5/
ขอบคุณคลิปข่าวช่อง8

ร้อง เล่น เต้น เตือน
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกในการใช้เสียงเพลงควบคุมฝูงชน
เพราะก่อนหน้านี้เขาก็ได้ร้องเล่นเต้นโยก พร้อมทำท่า“ตะเบ๊ะ”เพลง “โอเคนะคะ”เหมือนต้นฉบับเป๊ะ ขณะเข้าตรวจสถานบันเทิงย่านบางซื่อ จนมีเสียงแซวจากวัยรุ่นที่มาเที่ยวว่า “พี่ตำรวจมาตรวจ หรือมาเต้น”
เรียกเสียงฮา จากบรรดาวัยรุ่นในผับได้อย่างดีและไม่มีการต่อต้านเมื่อทำการตรวจค้น คือเราเห็นคนกำลังสนุก ก็ไม่อยากขัดความสุขด้วยความสงัด จึงได้งัดมุกออกมา
3 คืนจัดไป…ไม่ซ้ำเพลง
หลังจากปล่อยเพลงเกรงใจในวันที่ 13 มาแล้วก็มี FC ติดตามจำนวนมาก พอออกตรวจการณ์วันที่ 14 ก็มีเด็กวิ่งมาถามว่าวันนี้พี่ตำรวจจะร้องเพลงอะไร
มองไปรอบๆ เห็นว่า มีวัยรุ่นบางคนเมาเดินเซไปมา ในใจก็คิดว่าจะไหวไหม จึงจัดไปให้อีก 1 เพลง คือเพลง “ไหวอ่ะป่าว” ของไทเทเนียม วัยรุ่น ก็ให้ความร่วมมืออย่างดี เพราะพี่ก็ร้องให้ตามคำขอ ซึ่งเขาก็น่ารัก เชื่อฟัง และต่างทยอยกลับบ้าน
ต่อมาวันที่ 15 ก็ต้องมาควบคุมเวลาปิดงานอีกเช่นเคย และวันนี้เป็นวันสุดท้าย รองแมนไม่พลาดที่จะจัดเพลงให้เข้ากับสถานการณ์งานนี้จึงหยิบเพลงจันทร์เจ้า ( Good Bye) ของวง Slot Machine มาจัดให้
แถมก่อนจบยังบอกด้วยว่า… เจอกันใหม่ปีหน้าขอให้เดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย
งานนี้ก็ได้ใจวัยโจ๋ เด็กวัยรุ่นทั้งหลายต่างพร้อมใจกันทยอยกลับบ้านตามคำร้องขอและเสียงร้องของรองแมน แม้สงกรานต์จะจบ แต่ยังมีการพูดถึงเรื่องนี้กันอย่างแพร่หลาย รองแมนบอกว่าสิ่งที่เขาทำไปอยู่ภายใต้แนวคิดที่ว่า “คิดใหม่ ทำใหม่ = ผลลัพธ์แบบใหม่”

ตำแหน่งอยู่ไม่นาน…ตำนานอยู่ตลอดไป
เพลงเกรงใจในวันสงกรานต์ที่สร้างตำนานให้วงการตำรวจ ถือเป็นภาพลักษณ์เชิงบวกในสายตาประชาชนที่ส่งผลให้การควบคุมเวลาและการรักษาความสงบเรียบร้อยในเทศกาลสงกรานต์ของพื้นที่สน.ดอนเมือง เป็นไปด้วยดีและมีประสิทธิผล
แม้จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่เขาเองก็ภูมิใจเพราะสามารถสร้างรอยยิ้มและสร้างความพึงพอใจได้ทั้งสองฝ่าย ที่สำคัญทำให้สถิติอาชญากรรมลดลงในช่วงปีใหม่ไทยด้วย
นี่อาจเป็นอีก 1 ตัวอย่างดี ๆ ของตำรวจที่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละและทำงานอย่างเต็มที่ ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมแบบเต็ม 10 ไม่หัก
เป็นคนตลก…ที่ไม่ตกประเด็น
นอกจากจะเคยได้รับรางวัล อินฟลูเอ็นเซอร์แล้ว พ.ต.ท.วรภัทรยังได้รับรางวัลที่สร้างชื่อในการทำงานสายป้องกันและปราบปรามหลายปีซ้อน อาทิ รางวัลสาขา “เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ดีเด่น ฝ่ายป้องกันและปราบปราม” จากมูลนิธิตำรวจไทย-นานาชาติ

ไม่เท่านั้น รองแมนยังเป็นตำรวจไทยคนแรกที่ของบ ฯ จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ในสมัยที่เป็นสว.ฝอ. อยู่กองวิจัย เพราะเขาไม่ต้องการให้งานวิจัยนั้นเป็นเพียงกระดาษอัดแน่นอยู่ในห้องสมุด จึงผุดไอเดีย ทำโครงการนวัตกรรมป้องกันปราบปรามอาชญากรรมยานยนต์ (NB-IoT GPS TRACKET)สามารถนำมาใช้งานได้จริง
วันนี้ตำรวจหนุ่มชาวสระบุรี ที่โลดแล่นอยู่ในยุทธจักรดาวเงินมากว่า 20 ปี ถือเป็นเพชรน้ำดี ดุจดวงดาวที่วาววับ ส่องประกายแสงแห่งวงการสีกากี…
ไม่ว่าเพชรเม็ดนี้จะตกไปอยู่ที่ใดก็ไม่มีคำว่า“เสียของ” อย่างแน่นอน
“เพชรน้ำหนึ่ง งามซึ้ง จึงเป็นยอดมณี ผ่องแผ้วสดสี เพชรดี มีหนึ่งในร้อยดวง”

เด็ดดาว…รายงาน25/4/69

























