Saturday, May 25, 2024
More
    Homeข่าวเด่นรอบวัน“รองโจ๊ก”แถลงสรุปคดี “แอม ไซยาไนด์”

    “รองโจ๊ก”แถลงสรุปคดี “แอม ไซยาไนด์”


    พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ แถลงความคืบหน้าคดี “แอม ไซยาไนต์”ดำเนินคดี 15 คดีพร้อมดำเนินคดีเพิ่มอีก 2 ราย

    กรณีเมื่อวันที่ 14 เม.ย.66 พบผู้เสียชีวิตคือ น.ส.ศิริพร ขันวงษ์ เสียชีวิตในพื้นที่ สภ.บ้านโป่ง ภ.จว.ราชบุรี  ต่อมาจับกุม นางสรารัตน์ หรือแอม ดำเนินคดีในข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะขยายผลจนทราบว่า นางสรารัตน์ฯ ได้มีพฤติกรรมในการวางแผนฆ่าเหยื่อจำนวนหลายราย โดยประสงค์ต่อทรัพย์สินและหวังปลดหนี้ที่เอามาจากผู้ตาย ตามที่สื่อมวลชนและโซเชียลมีเดียได้นำเสนอไปแล้วนั้น

    กรณีดังกล่าว พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.  สั่งการให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. สืบสวนขยายผลการก่อเหตุของ นางสรารัตน์ฯ ทั้งหมด  ได้มีการตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนร่วมกันระหว่าง น., ภ.4, ภ.7 และ บก.ป. เพื่อร่วมกันรวบรวมพยานหลักฐานในการสืบสวนคดีการฆาตกรรมเหยื่อทั้งหมด ซึ่งขณะนี้คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนสามารถสรุปเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดของ นางสรารัตน์ฯ ได้ทั้งหมด 15 คดี มีรายละเอียดดังนี้

    รายที่ 1 น.ส.มณฑาทิพย์ ขาวอินทร์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 7 ก.ค.58 ภายในคอนโดพื้นที่ สน.ทองหล่อ รู้จักกับ นางสรารัตน์ฯ ตั้งแต่ช่วงที่อยู่ อ.สามพราน จ.นครปฐม โดย นางสรารัตน์ฯ เสนอตัวช่วยดูแลอาคารปล่อยเช่าให้ในระหว่างที่ผู้ตายเดินทางไปอยู่กับสามีที่ต่างประเทศ และจะขับรถไปรับที่สนามบินทุกครั้งที่กลับไทย

    ในวันเกิดเหตุ นางสรารัตน์ฯ ได้ขับรถไปรับผู้ตายที่สนามบิน แล้วนำมาส่งที่คอนโดที่พัก ก่อนจะพบเสียชีวิตในวันต่อมา นอกจากนี้พบว่า นางสรารัตน์ฯมีการเอาเงินจากผู้ตายไป รวมถึงทรัพย์สินภายในอาคารปล่อยเช่าได้สูญหายไปหลังจากผู้ตายเสียชีวิต

    รายที่ 2 น.ส.นิตยา แก้วบุบผา เสียชีวิตเมื่อวันที่ 23 ส.ค.63 ภายในห้องพักพื้นที่ สภ.โพรงมะเดื่อ ภ.จว.นครปฐม ก่อนเสียชีวิต ผู้ตายกับ นางสรารัตน์ฯ  นำรถยนต์ไปจำนำจนได้เงินมา  150,000 บาท จากนั้นนางสรารัตน์ฯ ได้ขับรถมารับผู้ตายออกไปรับประทานอาหาร แล้วกลับมาส่งที่ห้องพัก และพบผู้ตายเสียชีวิตในบ้านพักในวันต่อมา โดยเงินจากการจำนำรถดังกล่าวได้สูญหายไป หลังเกิดเหตุ นางสรารัตน์ฯ ยังให้สามีของผู้ตายนำเงินจำนวน 150,000 บาท ไปไถ่รถคืนและเอารถยนต์คันที่ผู้ตายใช้สอยไปเป็นของตนเอง

    รายที่ 3 น.ส.สาวิตรี บุตรศรีรักษ์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 พ.ย.63 ที่บ้านพักในพื้นที่ สภ.เมืองมุกดาหาร รู้จักกับ นางสรารัตน์ฯ เนื่องจากเล่นแชร์วงเดียวกัน และเป็นภรรยาตำรวจเหมือนกัน

    ก่อนเสียชีวิต ผู้ตายได้ทวงเงินค่าแชร์  600,000 บาทจาก นางสรารัตน์ฯ แต่ไม่ได้รับการชำระแต่อย่างใด ต่อมา นางสรารัตน์ฯ ได้ส่งยาลดความอ้วนซึ่งปลอมปนสารพิษไซยาไนด์มาให้ผู้ตายทางไปรษณีย์ ผู้ตายทานยาดังกล่าวและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

    รายที่ 4 น.ส.ดาริณี เทพทวี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.63 ภายในบ้านพักพื้นที่ สภ.สามพราน ภ.จว.นครปฐม รู้จักกับ นางสรารัตน์ฯ จากการที่พักอาศัยอยู่ใกล้กัน เนื่องจากสามีเป็นข้าราชการตำรวจด้วยกัน และเล่นวงแชร์รวมถึงมีการกู้ยืมเงินด้วยกัน ซึ่ง นางสรารัตน์ฯ เป็นหนี้ผู้ตายอยู่ 60,000 บาท

    ก่อนเสียชีวิต นางสรารัตน์ฯ ขับรถมารับผู้ตายไปรับประทานข้าวมันไก่ที่ตลาดสามพราน ต่อมาผู้ตายมีอาการแน่นหน้าอก นางสรารัตน์ฯ จึงพามาส่งบ้าน และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

    รายที่ 5 นายสุรัตน์ ทรพับ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 6 ม.ค.64 ที่บ้านพักในพื้นที่ สภ.ลูกแก ภ.จว.กาญจนบุรี รู้จักกับ นางสรารัตน์ฯ เนื่องจากเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม

    ก่อนเสียชีวิต นางสรารัตน์ฯ ได้ยืมเงินของผู้ตายไป 60,000 บาท จากนั้นนางสรารัตน์ฯ ได้ขับรถยนต์มารับผู้ตายออกไปรับประทานอาหารที่ร้านกาแฟ ก่อนจะพากลับมาส่งที่บ้าน และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

    รายที่ 6 ร.ต.อ.หญิง กานดา โตไร่ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 9 ส.ค.65 นอนเสียชีวิตอยู่ภายในรถยนต์ของตนเองบนถนนในพื้นที่ สภ.เมืองนครปฐม รู้จักกับ นางสรารัตน์ฯ จากการเล่นวงแชร์วงเดียวกัน และมีการยืมเงินจากผู้ตาย

    ก่อนเสียชีวิต ผู้ตายได้มีการโอนเงินให้กับ นางสรารัตน์ฯ 150,000 บาท จากนั้นนางสรารัตน์ฯ ได้พาผู้ตายไปดูดวงที่ จ.สมุทรสาคร และรับประทานอาหารด้วยกัน ก่อนที่ผู้ตายจะขับรถไปส่งนางสรารัตน์ฯ ที่บ้านพัก และพบผู้ตายเสียชีวิตในรถในเวลาต่อมา

    รายที่ 7 น.ส.รสจรินทร์ นิลน้อย เสียชีวิตเมื่อวันที่ 10 ส.ค.65 ที่ร้านขายผักในตลาดสดมหาชัย พื้นที่ สภ.เมืองสมุทรสาคร รู้จักกับ นางสรารัตน์ฯ เนื่องจากอยุ่ในวงแชร์ของ นางสรารัตน์ และถูกนางสรารัตน์ฯ กู้ยืมเงินบ่อยครั้ง ก่อนเสียชีวิต นางสรารัตน์ฯ ได้ยืมเงินผู้ตายอีกจำนวน 60,000 บาท จากนั้น นางสรารัตน์ฯ ได้ขับรถมาหาผู้ตายที่ตลาด และซื้อสลัดมาให้ จากนั้นผู้ตายได้นั่งกินสลัดและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

    รายที่ 8 นางจันทร์รัตน์ วงศ์ไกรสิน เสียชีวิตเมื่อวันที่ 15 ส.ค.65 ที่บ้านพักในพื้นที่ สภ.ชะอำ เพชรบุรี รู้จักกับ นางสรารัตน์ฯ เนื่องจาก นางสรารัตน์ฯ ได้หลอกลวงให้ผู้ตายเอาเงินมาปล่อยกู้

    ก่อนเสียชีวิต ผู้ตายได้มีการนัดพบกับ นางสรารัตน์ฯ ที่ปั๊มน้ำมันใกล้บ้าน และได้ทานยาจาก นางสรารัตน์ฯ อ้างว่าช่วยรักษาอาการลองโควิด จากนั้นจึงได้กลับมาที่บ้านและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

    รายที่ 9 นางมณีรัตน์ พจนารถ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 10 ก.ย.65 ที่ตลาดนครปฐมในพื้นที่ สภ.เมืองนครปฐม รู้จักกับ นางสรารัตน์ฯ มาประมาณ 3-4 ปี เนื่องจาก นางสรารัตน์ฯ เป็นญาติของคนรู้จัก และได้มายืมเงินของผู้ตายไปปล่อยกู้ต่อ โดยจะได้ดอกเบี้ยในอัตราสูง

    ก่อนเสียชีวิต นางสรารัตน์ฯ ได้นัดผู้ตายไปพบที่ตลาดนครปฐม ก่อนจะล้มหมดสติและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

    รายที่ 10 น.ส.กะณิกา ตุลาเดชารัตน์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 12 ก.ย.65 ที่ร้านกาแฟภายในปั๊มน้ำมัน พื้นที่ สภ.โพธาราม ภ.จว.ราชบุรี รู้จักกับ นางสรารัตน์ฯ เนื่องจาก นางสรารัตน์ฯ ได้หลอกลวงให้ผู้ตายนำเงินไปไถ่ทองจากโรงรับจำนำ เพื่อนำไปขายต่อทำกำไรจำนวน 650,000 บาท

    วันเกิดเหตุ นางสรารัตน์ฯ ได้ชวนผู้ตายไปไถ่ทองจากโรงรับจำนำ จากนั้นได้พาผู้ตายมาที่ร้านกาแฟที่เกิดเหตุ ก่อนจะล้มลงหมดสติและเสียชีวิต โดยทองที่ไปไถ่มานั้นสูญหายไปด้วยพร้อมกับโทรศัพท์มือถือของผู้ตาย

    รายที่ 11 น.ส.กานติมา แพสะอาด มีอาการเจ็บป่วยเมื่อวันที่ 23 ก.ย.65 ที่หน้าร้านหมูกระทะ พื้นที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี โดยเกิดอาการหลังจากพบกับ นางสรารัตน์ฯ ที่ห้างโรบินสัน จ.กาญจนบุรี โดย นางสรารัตน์ฯ ได้นำยาแคปซูลมาให้กินอ้างว่าเป็นยาแก้ไอพร้อมกับน้ำส้ม 1 ขวด หลังดื่มกินแล้ว ได้ขับรถออกจากห้าง แต่ไม่นานก็เกิดอาการแน่นหน้าอกหายใจไม่ออก จนต้องโทรเรียกรถพยาบาล และเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลจนหายดี

    รู้จักกับ นางสรารัตน์ฯ เนื่องจากสามีของทั้งสองคนเป็นตำรวจจบ นรต.รุ่นเดียวกัน และกู้ยืมเงินอีกจำนวน 250,000 บาท

    หลังเกิดเหตุ นางสรารัตน์ฯ ยังได้นำยาแคปซูลซึ่งอ้างว่าเป็นยาลดน้ำหนักมาให้อีก 1 กล่อง แต่ยังไม่ได้ทาน ต่อมาได้ตรวจพบสารพิษไซยาไนด์ปลอมปนอยู่ในแคปซูลยาดังกล่าว

    รายที่ 12 น.ส.ผุสดี สามบุญมี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 20 พ.ย.65 ที่บ้านพักในพื้นที่ สภ.ดอนตูม ภ.จว.นครปฐม รู้จักกับ นางสรารัตน์ฯ เนื่องจาก นางสรารัตน์ฯ เล่นแชร์วงเดียวกัน และได้กู้ยืมเงินของผู้ตายนำไปปล่อยกู้ต่ออีกทอดหนึ่ง ซึ่งนางสรารัตน์ฯ ยังค้างชำระหนี้ให้กับผู้ตาย

    คืนก่อนเสียชีวิต ผู้ตายได้มีการนัดพบกับ นางสรารัตน์ฯ ก่อนจะกลับบ้าน และพบนอนเสียชีวิตในเช้าวันต่อมา

    รายที่ 13 นายสุทธิศักดิ์ พูนขวัญ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 12 มี.ค.66 ภายในห้องพักพื้นที่ สภ.เมืองอุดรธานี รู้จักกับ นางสรารัตน์ฯ เนื่องจากทั้งสองได้คบหาในเชิงชู้สาวกัน และได้มีการร่วมลงทุนปล่อยเงินกู้ที่ จ.อุดรธานี

    ก่อนเกิดเหตุ นางสรารัตน์ฯ ได้เดินทางมานอนค้างคืนกับผู้ตาย เพื่อเดินทางไปทำบุญวันเกิดของ นางสรารัตน์ฯ ในวันเกิดเหตุ และได้แวะปั๊มน้ำมัน จากนั้น นางสรารัตน์ฯ ได้มีการให้ผู้ตายทานยาอ้างว่าเป็นยารักษาริดสีดวง จนผู้ตายเกิดอาการแน่นหน้าอก และล้มลง นำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ นางสรารัตน์ฯ ยืนยันจะนำตัวผู้ตายออกจากโรงพยาบาลกลับไปดูแลที่บ้าน จนผู้ตายเสียชีวิตในเวลาต่อมา

    นางสรารัตน์ฯ ซึ่งอ้างตัวเป็นภรรยาไม่อนุญาตให้มีการผ่าชันสูตรศพในเวลานั้น นอกจากนี้ ทรัพย์สินต่างๆของผู้ตาย เช่น สร้อยคอทองคำ, สร้อยข้อมือทองคำ, รถยนต์ และทรัพย์สินอื่นถูกผู้ต้องหาเอาไป

    รายที่ 14 พ.ต.ต.หญิง นิภา แสงจันทร์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 1 เม.ย.66 พบเสียชีวิตอยู่ที่องค์พระปฐมเจดีย์ พื้นที่ สภ.เมืองนครปฐม รู้จักกับ นางสรารัตน์ฯ เนื่องจากมีบ้านพักอยู่ใกล้กันที่ จ.นครปฐม และ นางสรารัตน์ฯ ได้ยืมเงินผู้ตายหลายครั้ง

    ก่อนวันเกิดเหตุ ผู้ตายได้มีการเบิกเงินสดจำนวน 140,000 บาท ออกมาและนำมามอบให้ นางสรารัตน์ฯ เพื่อวิ่งเต้นโยกย้ายตำแหน่ง และไปทานข้าวด้วยกันที่องค์พระปฐมเจดีย์ ก่อนจะพบหมดสติเสียชีวิตโดยเงินจำนวนดังกล่าวหายไป

    รายที่ 15 น.ส.ศิริพร ขันวงษ์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 14 เม.ย.66 พบเสียชีวิตที่ศาลาประชาคมบ้านโป่ง พื้นที่ สภ.บ้านโป่ง ภ.จว.ราชบุรี รู้จักกับ นางสรารัตน์ฯ โดย นางสรารัตน์ฯ ได้มีการชักชวนมาเล่นแชร์ โดยมีการโอนเงินให้ นางสรารัตน์ เป็นเงิน 20,000 บาท

    ก่อนเสียชีวิต นางสรารัตน์ฯ ได้ขับรถพาผู้ตายไปที่ท่าน้ำบ้านโป่ง เพื่อไปปล่อยปลา ก่อนจะล้มลงหมดสติและเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยหลังเกิดเหตุ นางสรารัตน์ฯ ได้นำกระเป๋าถือพร้อมเงินสด 50,000 บาทของผู้ตายไปด้วย

    สำนวนคดีทั้ง 15 คดีนั้น ได้มีการสอบปากคำพยานมากกว่า 900 ปาก มีเอกสารเกี่ยวกับคดีทั้งหมดมากถึง 26,500 แผ่น

    มีการดำเนินคดีผู้ต้องหารวมจำนวน 3 ราย ประกอบด้วย
    1. นางสรารัตน์ (15 คดี)
    ความผิดฐาน พยายามฆ่าผู้อื่นฯ และฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อตระเตรียมการ หรือเพื่อสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอื่น เพื่อจะเอา หรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้, ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และปลอมปนอาหาร ยา หรือเครื่องอุปโภค บริโภคอื่นใด เพื่อบุคคลอื่นเสพ หรือใช้ และการปลอมปนนั้นเป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตายฯ

    2. พ.ต.ท.วิฑูรย์ (1 คดี)
    ความผิดฐาน เพื่อจะช่วยผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษ หรือรับโทษน้อยลง ร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสียหรือทำให้สูญหาย หรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด

    3. น.ส.ธันย์นิชา (1 คดี)
    ความผิดฐาน เพื่อจะช่วยผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษ หรือรับโทษน้อยลง ร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสียหรือทำให้สูญหาย หรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด

    นอกจากนี้ ในส่วนของผู้จัดจำหน่ายสารไซยาไนต์ในล็อตที่นางสรารัตน์ฯ ได้สั่งซื้อออนไลน์และนำไปก่อเหตุดังกล่าว ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตรวจยึดของกลางดังกล่าวไว้ได้นั้น เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนขยายผลหาผู้ที่จัดจำหน่ายสารอันตรายดังกล่าว เพื่อจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

    พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ กล่าวว่า คดีดังกล่าว ถือเป็นคดีประวัติศาสตร์ของประเทศไทยอีกคดีหนึ่ง ที่ผู้ต้องหามีการวางแผนฆาตกรรมเหยื่อมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายปี ใช้การวางยาพิษเพื่อให้เหยื่อเสียชีวิตในลักษณะเหมือนการเสียชีวิตจากการเจ็บป่วย ด้วยภาวะการทำงานของหัวใจล้มเหลว เพื่อมิให้ญาติผู้ตายพบข้อพิรุธสงสัย โดยหวังเอาทรัพย์สินจากเหยื่อ หรือเพื่อประโยชน์ในการล้างหนี้ที่เคยหยิบยืมกันมา

    ในคดีนี้ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำหน้าที่ในการรวบรวมพยานหลักฐาน กระทำด้วยความละเอียดรอบคอบและพยายามแสวงหาพยานหลักฐานมาให้ได้มากที่สุด เนื่องจากหลายเหตุการณ์ผ่านมาเป็นระยะเวลาหลายปี อาจมีความยากลำบากในการรวบรวมพยานหลักฐาน แต่เจ้าหน้าที่ทุกคนก็ได้ทำอย่างเต็มที่จนมีพยานหลักฐานมากพอ สามารถสั่งฟ้องดำเนินคดีกับผู้ต้องหาได้

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments