รื้อคดีนักฆ่าสีกากี

Crime Track / Wassayos Ngamkham

คลี่คดีตำรวจนอกรีตรับจ้างฆ่า – รื้อแฟ้มคดีเก่าพบเพียบ “ตำรวจกลายเป็นมือปืน”

จ่าสิบตำรวจ อนันต์ หินชีระนันท์ หรือ “จ่าหิน เมืองเพชร” อดีตตำรวจชั้นประทวนสังกัดตำรวจสันติบาล ไม่ใช่ตำรวจในคราบของมือปืนรายแรกและไม่น่าจะเป็นรายสุดท้ายที่อดีตตำรวจผันตัวมาเป็นมือปืนรับจ้าง เพราะพฤติกรรมที่ตำรวจนอกคอกกลายมาเป็นมือปืนนั้นมีให้เห็นทุกยุคทุกสมัย

ตำรวจเองยอมรับว่าการแกะรอยจับกุมตำรวจโจรด้วยกันเองนั้นเป็นเรื่องที่ยากกว่าคดีทั่วไป นั่นเป็นเพราะ “ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่” แต่ล่าสุดตำรวจมือปืนรายนี้ก็ถูกตำรวจกองปราบฯตามรวบตัวเอาไว้ได้ก่อนที่จะขึ้นชั้นเป็นหัวหน้าซุ้มตัวเอ้แห่งวงการเถื่อนเมืองเพชร

จ่าหิน สืบตำนานมือปืนเพชรฯ

ก่อนหน้านี้นักสืบภูธรและสายสืบเมืองกรุงบอกตรงกันว่า “ซุ้มมือปืน” กำลังจะเลือนหายไปสังคมไทย แต่จะมีมือปืนหน้าใหม่ผุดขึ้นมารับงานอิสระตามกระแสแนวโน้มของสังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปเนื่องจากซุ่มมือปืนในรูปแบบเก่าถูกตำรวจสืบสวนมือดีกัดติดจนยากที่จะหาที่ยืนอยู่ได้ แต่กระนั้น อนันต์ หินชีระนันท์ หรือ จ่าหิน วัย 41 ปี ที่มีประวัติข้องเกี่ยวกับคดีฆ่าคนตายมากมายหลายคดีกลับพยายามขึ้นชั้นตั้งซุ้มมือปืนรับจ้าง จนเป็นที่รู้กันดีในถิ่นคนดุเมืองเพชรบุรีว่าเขาคืออดีตตำรวจ ใจถึงพึ่งได้ กล้าได้กล้าเสีย ไม่เคยกลัวใคร ทำให้เขารับงานเด็ดชีพเหยื่อเป้าหมายมาไม่น้อยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ออกเพราะยิง รปภ.ดับปี47

ชุดสืบสวนกองปราบปรามได้กลิ่นนี้ ทำให้ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผู้กำกับการ 1 กองปราบปราม (ผกก. 1บก.ป.) สั่งการให้ พ.ต.ท.ศราวุธ จันต๊ะวงค์ สารวัตรกองกำกับการ 1 กองปราบปราม (สว.กก.1 บก.ป) และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.1 บก.ป. เขาสืบสวนอย่างลับๆ จนได้ข้อมูลว่า “จ่าหิน” เข้าสู่วงการมือปืนรับข้างหลังต้องโทษคดีฆ่าคนตายเมื่อปี 2547 จากคดียิง รปภ.คุมสถานบันเทิงแห่งหนึ่งใน จ.ภูเก็ต เหตุเพียงเพราะไม่พอใจคำพูดคำจาของผู้ตาย เขาได้ตัดสินใจใช้อาวุธปืนคู่กายเป่าลมหายใจของ รปภ.หนุ่มผู้นี้ด้วยกระสุนมรณะจนดับแดดิ้น นี่สาเหตุที่ทำให้ชีวิตราชการต้องจบลงก่อนที่จะได้ติดดาบติดติดดาว แล้วหันเข็มทิศพาชีวิตให้เข้าสู่วังวนของด้านมืดจากผู้พิทักษ์และเป็นผู้สลัดวิญญาณของเหยื่อบริสุทธิ์

อย่างไรก็ตามเขาไม่ใช่ตำรวจคนแรกของวงการสีกากีที่หันเหเข้าสู้วิชาชีพมือปืนรับจ้าง ย้อนกลับไปดูจะพบว่ามีตำรวจนอกรีตอีกหลายนายที่ผกชีวิตตัวเองสู่ดินแดนอสูร

ย้อนรอยกากีทมิฬ ชัยวัฒน์ กำไล

หนึ่งในนั้นคือ ส.ต.ท.ชัยวัฒน์ กำไล อายุ 36 ปี อดีตตำรวจสังกัดตำรวจภูธรภาค 7 ที่ถูกออกจากราชการ และเป็นมือปืนรับจ้างลำดับที่ 5 ในบัญชีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มือปืนชื่อดังที่ถูกตำรวจสืบสวนภูธรภาค 7 ร่วมกับตำรวจ จ.กระบี่ วิสามัญฆาตกรรมที่ อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ เมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2549

ประวัติโชกกว่า20คดี

โดยตำรวจมือปืนรายนี้ได้ก่อเหตุอุกฉกรรจ์และเป็นมือปืนรับจ้างมากว่า 20 คดี แต่ที่มีหมายจับจำนวน 2 คดี คือ ลงมือฆ่าโหดนายเฮียบ เอ็งคอง นักท่องเที่ยวชาวเกาหลี ที่จังหวัดภูเก็ต ได้เงินสดไปจำนวน 2 ล้านบาท จากนั้นปี 2547 ได้ก่อคดีปล้นฆ่านักธุรกิจที่จังหวัดสมุทรปราการ 2 คน เหตุเกิดในพื้นที่ สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ

ดาบนอม นุ่มเนตร นักฆ่าสองแคว

นอกจากนี้ในบัญชีมือปืนรับจ้างของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังมีตำรวจมือปืนติดโผอีกหลายคนไม่ว่าจะเป็น ด.ต.นอม นุ่มเนตร หรือ ดาบนอม มือปืนในลำดับที่ 48 โดยนายดาบตำรวจคนนี้ได้ติดยศ ด.ต. สังกัด สภ.เมืองพิษณุโลก ถูกให้ออกจากราชการ เมื่อปี 2543

จากนั้นได้ร่วมกับพี่น้อง 3 คน เป็นมือปืนรับจ้างโดยรับงานจ้างฆ่าซึ่งอยู่ในซุ้มมือปืน จ.พิจิตร และ จ.พิษณุโลก คดีล่าสุดก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง นางเกียว ใจงาม แล้วนำศพไปทิ้งไว้ในพื้นที่ อ.วชิรปราการ จ.พิจิตร เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2545

นอกจากนี้ ยังก่อเหตุยิง นายริ ทองทา ในพื้นที่ อ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร เหตุเกิดเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2543 ปัจจุบัน ดาบนอม พร้อมด้วยพี่ชาย นายเชิง นุ่มเนตร ใช้ชีวิตในเรือนจำหลังจากถูกตำรวจกองปราบปรามจับกุมตัวเมื่อเดือนกรกฎาคม 2556

 แกะรอย จ่าหิน รับงานยิงยี่ปั๊วหวย

ย้อนกลับไปที่ตำรวจโจรคนปัจจุบันรายล่าสุด พ.ต.ท.ศราวุธ หัวหน้าชุดสืบสวนเล่ากิตติศัพท์ของ จ่าหิน ที่มีคุณสมบัติด้านลบไม่แพ้ตำรวจมือปืนรุ่นพี่ว่า เริ่มสืบเสาะหาเบาะแส จ่าหิน มือปืนรายนี้มาหลายปีแล้ว ตั้งแต่สมัยที่ตนยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในสังกัดกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล เพราะเข้าไปคลี่คลายคดีคนร้ายดักยิง รถเบนซ์ สปอร์ต รุ่น E350 CDI สีขาว ที่หมู่บ้านตะวันนา ซอยพหลโยธิน 32 ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย คือ นายอดิศร ศรีสุข อายุ 29 ปี เอเย่นต์จำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ผู้ขับขี่ พร้อมด้วย นายอดิศักดิ์ ทองห่อ และนายพอพล นราภักดิ์ ได้รับบาดเจ็บทั้ง 3 คน

เชื่อยิงสางแค้นพันยา

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2555 โดยปฐมเหตุของเรื่องราวมาจากการขัดผลประโยชน์ธุรกิจยาเสพติด เนื่องจาก นายอดิศักดิ์ ผู้บาดเจ็บมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจับกุมแก๊งยาเสพติดล๊อตใหญ่เมื่อเดือน พ.ค. 2555 จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นการสั่งฆ่าเพื่อล้างแค้นแต่มือปืนกลับทำงานพลาด

รับงานจากคนคุก

เขาเล่าต่อว่า ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนขนาด .357 ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ จนนำไปสู่เบาะแสสำคัญที่ทำให้ทราบตัวมือปืนกลุ่มนี้ ซึ่งเป็นซุ้มนักฆ่าจากเมืองเพชรบุรีและมีการจ้างวานรับงานต่อเป็นทอดๆ โดยเริ่มจาก นางสมพร ศรีวัฒนกุลพร อายุ 48 ปี เจ้าแม่ยาเสพติดรายใหญ่ภาคกลาง ติดต่อให้ นายมาโนช บุตร์น้ำเพชร์ อายุ 46 ปี นักโทษคดียาเสพติดในเรือนจำบางขวาง จัดหามือปืนมาดักยิง นายอดิศักดิ์ เนื่องจากเชื่อว่าการที่เครือข่ายยาเสพติดของตนเองถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมเมื่อเดือน พ.ค. 2555 นั้น เป็นเพราะถูก นายอดิศักดิ์ หักหลัง

ด้วยเหตุนี้ นายมาโนช จึงได้ติดต่อไปหา จ่าหิน เพื่อขอให้รับงาน จ่าหิน จึงได้ให้ นายนพดล หินชีระนันท์ อายุ 38 ปี น้องชาย ติดต่อให้ นายศักรภพน์ คล้ายคลึง อายุ 44 ปี มือปืน และนายศราวุธ เสียงใหญ่ อายุ 27 ปี คนขับรถ ไปลงมือก่อเหตุแต่พลาดเหยื่อไม่ตายอย่างที่คาดไว้

ฆ่าตัดตอนเพื่อนร่วมแก๊ง

อย่างไรก็ตามมือปืนกลุ่มนี้ได้ตัดสินใจลวง นายทัศนนท์ หรือ แม๊ค ธงอาสา อายุ 27 ปี ผู้ที่รู้เห็นเรื่องราวทั้งหมดในคดีเดียวกันไปฆ่าปิดปากใกล้ท่ารถตู้โดยสารประจำทาง สายเพชรบุรี–กรุงเทพฯ บริเวณถนนมาตยาวงษ์ เขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี เนื่องจากนายทัศนนท์ เป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกตำรวจเพ่งเล็งเกี่ยวกับคดีดังกล่าว

ตำรวจตาม วิ ได้ 1 ศพ

แต่หลังจากก่อเหตุไม่นานทีมนักฆ่าจากเมืองเพชรก็ต้องชดใช้กรรม เมื่อ นายศราวุธ ผู้ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนขี่รถจักรยานยนต์พามือปืนไปลั่นกระสุน ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวได้หลังหนีไปกบดานอยู่ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในขณะที่ตัวมือปืน นายศักรภพน์ ดื้นดึงควักปืนต่อสู้ขัดขืนขณะชุดสืบสวนเข้าจับกุม ทำให้ถูกวิสามัญฆาตกรรมเสียชีวิตเมื่อย่ำรุ่งของวันที่ 11 ก.ค.ปีเดียวกัน ที่สถานีขนส่งหมอชิต ขณะกำลังจะเดินทางไปกบดานที่บ้านญาติใน อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก

ไม่ปล่อยให้จ่าหินลอยนวล

ทั้งนี้ จ่าหิน หัวหน้าทีมฆ่ากลุ่มนี้ยังลอยนวลมาเนิ่นนาน กระทั่ง พ.ต.ท.ศราวุธ ลงมือสืบสวนแกะรอยอีกครั้งในนามหัวหน้าชุดสืบสวนกองปราบฯ แม้ว่าการสืบสวนจับกุมตำรวจด้วยกันเองเป็นเรื่องยาก แต่เขาก็พบว่า จ่าหิน เริ่มปรากฏความเคลื่อนไหวกบดานอยู่ในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันขันธ์ โดยหันมาประกอบกิจการลงทุนทำธุรกิจบ้านจัดสรร จึงได้จัดกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ก่อนจะส่งสายลับเข้าไปทำทีติดต่อพูดคุยเรื่องบ้านจัดสรร เมื่อสบโอกาสเห็นว่าคนร้ายไม่น่าจะมีอาวุธอยู่ที่ตัวและไม่ทันที่คนร้ายจะตั้งตัวทัน จึงกระโจนเข้าตะครุบจับกุมตัวเอาไว้ได้โดยที่ตำรวจโจรรายนี้อ้าปากค้าง

ไล่ล่าอีก2 ที่เหลือ

แม้ว่า จ่าหิน จะโดนรวบไปได้แล้ว แต่ พ.ต.ท.ศราวุธ ยังไม่ปล่อยวาง เพราะผู้ต้องหาในคดีนี้ยังคงหลงเหลืออีกสองคน นั่นคือนางสมพร เจ้าแม่ยาเสพติดผู้จ้างวาน และนายนพดล นกต่อมือปืน ต้องติดตามดูว่ากองปราบฯจะตามดมกลิ่นจับกุมกลุ่มคนร้ายได้แบบยกเซตในเร็วๆนี้หรือไม่.