ลำปางในม่านหมอก

537

 

ลมหนาวมาเยือนเหมือนเชิญชวนให้คนชอบเที่ยวแพคกระเป๋าเตรียมออกทัวร์ และหน้าหนาวมาทีไรหนึ่งในจังหวัดที่ได้ชื่อว่าหนาวจับขั้วหัวใจคงหนีไม่พ้น ลำปาง 1 ในเมืองต้องห้าม…พลาด ในโครงการ “ท่องเที่ยวตามวิถีไทย” ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่นี่มีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย ทั้งธรรมชาติ ประเพณี ศิลปะวัฒนธรรม และอาหารการกิน แถมผ่านไปกี่สิบปี วีถีชีวิตผู้คนเมืองนี้ก็ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงไปมากนัก

วันนี้ขอแนะนำแหล่งท่องเที่ยวอันซีน (Unseen) ของเมืองรถม้าลำปาง นั่นคือ วัดพระธาตุดอยพระฌาน บ้านป่าตัน หมู่ 5 ต.ป่าตัน อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ตั้งอยู่บนดอยสูงจากระดับน้ำทะเล 350 เมตร ตามประวัติจากคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ในพื้นที่ที่มีอายุเฉียดศตวรรษเล่าว่า ตั้งแต่เกิดมาก็เห็นพระธาตุนี้องค์แล้ว สมัยก่อนมีสิ่งก่อสร้างเพียงศาลาไม้ ตั้งอยู่โดดเดี่ยวบนยอดเขาที่โดยรอบเป็นป่าเสื่อมโทรม ต่อมาหลวงพ่อปัญญา วัดนาคตหลวง เป็นผู้นำพระ เณร และพุทธศาสนิกชน มาช่วยกันบูรณะซ่อมแซมพระธาตุสีขาวองค์ย่อมๆที่คาดว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี

หลังหลวงพ่อปัญญามรณภาพลง องค์พระธาตุถูกทิ้งร้างอยู่หลายปี กระท่ังปี 2552 พระพรชัย อัคควังโส เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน นิมิตว่ามีคนบอกให้มาจำพรรษาในสถานที่ที่มีพระธาตุสีขาวอยู่บนยอดเขาในจ.ลำปาง จึงเดินทางจากจ.นครราชสีมา มุ่งหน้าสู่ จ.ลำปาง และตามหาอยู่พักใหญ่จนมาพบพระธาตุองค์นี้

มีเรื่องเล่ากันว่า ตอนแรกในวัดยังไม่มีวิหารและพระประธาน วันหนึ่งขณะพระพรชัยนั่งอ่านหนังสือในกุฏิช่วงกลางวัน จู่ๆมีหญิงวัยกลางคนรูปร่างหน้าตาแต่งตัวคลายฝรั่งปรากฏกายขึ้น แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงขึงขังว่า“มาอยู่ตั้งนานแล้ว ทำไมไม่สร้างวัดสักที” พระพรชัยบอกว่าไม่มีเงิน “เดี๋ยวจะหามาให้”หญิงปริศนาพูดเสร็จร่างก็เลือนหายไป

จากนั้นไม่นานได้มีญาติโยมผู้มีจิตศรัทธาช่วยกันบริจาคปัจจัยและวัสดุก่อสร้างให้อย่างน่าอัศจรรย​์ ประกอบกับพระพรชัยมีความรู้ทางด้านการออกแบบก่อสร้างอยู่บ้าง ได้ว่าจ้าง“สล่า” หรือช่างพื้นเมือง ค่อยๆก่อสร้างพัฒนาวัดมาเรื่อยๆจนเป็นสถานที่สวยงามศักดิ์สิทธิ์บนยอดดอยสูงอย่างที่เห็นทุกวันนี้

ภายในวัดมีศิลปะปูนปั้นที่เป็นเอกลักษณ์ พระวิหารทีโอ่อ่า พระประธานวิหารสวยงาม ท่ามกลางสายหมอก ป่าไม้รกครึ้ม และมีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ที่นี่ยังมีประเพณีเดินขึ้นดอยสักการะพระธาตุดอยพระฌาน ในวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 7 (เดือน 9 ของทางเหนือ) ราวเดือนพฤษภาคม ของทุกปี มีการจุดบั้งไฟบูชาพระธาตุและแข่งขันบั้งไฟด้วย

การเดินทางไปวัดพระธาตุดอยพระฌาน เมื่อออกจากตัวอำเภอเมืองลำปาง ให้ใช้เส้นทางสายลำปาง-แม่ทะ ตรงสามแยกบ้านฟ่อน มุ่งเข้าสู่ อ.แม่ทะ แล้วมุ่งหน้าไป ต.ป่าตัน อ.แม่ทะ ถึงทางแยกวัดป่าตันหลวง ให้ตรงไปจะมีป้ายบอกไปวัดพระธาตุดอยพระฌาน จอดรถที่ตีนดอยแล้วเดินเท้าผ่านบันไดนาคขึ้นไปสักการะพระธาตุ หากมาในช่วงเช้าจะได้ชมทะเลหมอกวิว 360 องศาฯ นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอีกแห่งของลำปาง ที่กำลังปังสุดๆ

สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่อยากให้ไปเยือนคือ สะพานบุญวัดสันดอน (ขัวแตะ) ริมถนนสาย 11 ลำปาง-เด่นชัย บ้านวังเงิน อ.แม่ทะ จ.ลำปาง อยู่ห่างจากวัดพระธาตุดอยพระฌานไม่มากนัก ขัวแตะเป็นสะพานไม้ไผ่จักสาน สร้างขึ้นด้วยแรงศรัทธาของชาวบ้าน ทอดข้ามทุ่งนาเขียวขจี เพื่อให้พุทธศาสนิกชนเดินทางไปทำบุญที่วัดพระธาตุสันดอน ซึ่งอยู่อีกฟากของลำน้ำได้สะดวกขึ้น พระธาตุองค์นี้ตั้งอยู่บนเนินดินย่อมๆ มีอายุเก่าแก่หลายร้อยปีเช่นกัน

ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าสืบต่อกันมาว่า เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมาจากทางทิศใต้ขึ้นมาถึงหัวเขาม่อนดอยแห่งนี้เป็นเวลากลางวันเพื่อฉันเพล แต่วันนั้นท้องฟ้ามืดครึ้ม ต่อมามียักษ์ตนหนึ่งที่หิวโหยมาขอตับพระพุทธเจ้ากิน พระองค์ล้วงตับในท้องส่งให้ แต่ยักษ์กินไม่ได้เพราะร้อนและร่างกลายเป็นหิน พระองค์จึงฝังตับไว้ที่นี่เป็นพระธาตุ สั่งให้ยักษ์เฝ้ารักษาพระธาตุไว้ 5,000 ปี ชาวบ้านเลยตั้งชื่อว่าพระธาตุตับตอน และกร่อนเป็นวัดพระธาตุสันดอนในปัจจุบัน มีความเชื่อว่าหากใครมีอาการเจ็บป่วยเกี่ยวกับตับ ถ้ามาขอพรที่พระธาตุแห่งนี้อาการจะดีขึ้น

หนาวนี้ไม่รู้จะไปโต้ลมหนาวชมทะเลหมอกที่ไหนดี แนะนำไปเยือน“ลำปาง เมืองที่ไม่หมุนตามกาลเวลา” แล้วจะรู้ว่าชีวิตสโลว์ไลฟ์เป็นอย่างไร เมืองงามในม่านหมอกแห่งนี้จะสวยแค่ไหน ลองพิสูจน์ว่า“ลำปางหนาวมากกก……” จะสมคำร่ำลือหรือไม่.
Dust In The Wind