Saturday, June 22, 2024
More
    Homeข่าวเด่นรอบวันลุงจรูญเข้ากองปราบ ขอความเป็นธรรม

    ลุงจรูญเข้ากองปราบ ขอความเป็นธรรม

     

    ลุงจรูญ เข้ากองปราบ ร้องทุกข์ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ไม่ได้รับความเป็นธรรมคดีหวย 30 ล้าน หลังถูก บช.ภ.7. จะแจ้งข้อหา ด้านผบช.ก.ลั่น ยึดหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เป็นหลัก ไม่เอาความเชื่อมาทำคดี ถ้าเริ่มนับ1 ผิด สุดท้ายก็ผิด ย้ำไม่ตำหนิใคร เพราะมีเจตนาดีกันทุกคน

        กรณีคดีหวยอลเวง 30 ล้านบาท ระหว่าง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ และ นายปรีชา ใคร่ครวญ ครูโรงเรียนเทพมงคลรังสี ที่ต่างแสดงความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์สลากกินแบ่งดังกล่าว  ต่อมา ผบช.ภ.7 ได้ออกมาแถลงว่าตามพยานหลักฐานก็น่าจะเป็นของนายปรีชา รวมทั้งยังเตรียมแจ้งข้อหากับ ร.ต.ท.จรูญ ในคดียักยอกทรัพย์ที่ตกหาย และรับของโจร  กระทั่งพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งโอนคดีมาให้กองปราบปราม ดำเนินการเพื่อให้เกิดความโปร่งใส ตามที่เคยเป็นข่าวไปแล้วนั้น

        ความคืบหน้า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 ก.พ. ที่กองปราบปราม ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ พร้อมด้วยทนายความ เข้าพบ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. พล.ต.ต.เชาวลิต  แสวงพืชน์ รองผบช.ก.พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป.พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รองผบก.ป. ร้องขอความเป็นธรรม  เนื่องจากไม่เชื่อว่าการสอบสวนของตำรวจในพื้นที่จะให้ความเป็นธรรมกับตนได้

         ร.ต.ท.จรูญ  เปิดเผยว่า ครั้งนี้มั่นใจว่ากองปราบปรามจะสามารถให้ความเป็นธรรมกับตนได้  เพราะที่ผ่านมาไม่มั่นใจในการสอบสวนของตำรวจ บช.ภ. 7 ในหลายๆเรื่อง ทั้งจากการแถลงข่าว ที่จะแจ้งข้อกล่าวหากับตนด้วย ทำให้ตนถูกกล่าวหาว่าเป็นคนผิด จนทำให้ไม่เชื่อใจในกระบวนการยุติธรรม อีกทั้งที่ตนก็ไม่มีพยานที่จะมาให้การยืนยันว่า สลากฯที่ถูกรางวัลเป็นของตน อีกทั้งคนขายก็จำตนเองไม่ได้ เพราะไม่ใช่ลูกค้าประจำ ก็จะทำให้ได้รับความเป็นธรรมได้อย่างไร 

     ส่วนเรื่องที่ตำรวจ บก.ปอท. จะกู้ไฟล์คลิปวิดีโอ และแชทไลน์ของตนนั้น ไม่หนักใจ เพราะตนสมัครใจและเป็นคนเสนอให้ทำด้วย  ส่วนพยานฝ่ายตนทั้ง 3 ปากที่จะพามาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนของกองปราบฯสอบปากคำนั้น ตนได้ให้ทนายเป็นคนจัดการทั้งหมด  

        ด้าน พล.ต.ท.ฐิติราช กล่าวว่า  คดีนี้ บช.ก.จะดำเนินการต่อ เพราะพนักงานสอบสวนท้องที่เกิดเหตุ อาจจับแผนประทุษกรรมไม่ได้ หลังจากลงพื้นที่สืบสวนสอบสวนเริ่มมองอะไรได้ชัดพอสมควร แต่จะยังไม่ลงรายละเอียด  แต่พอจะสรุปความผิดพลาดได้ก็คือ 1.เกิดจากผู้ขายลอตเตอรี่  และ2.จากตัวผู้ซื้อลอตเตอรี่ ซึ่งเข้าใจว่าเชื่อว่า น่าจะมีบุคคลที่ 3 คือมีกลุ่มคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับคดี ซึ่งทั้งหมดเราได้รวบรวมข้อมูลต่างๆ ไว้หมดแล้ว

            พล.ต.ท.ฐิติราช กล่าวต่อว่า คดีนี้เริ่มต้นจากพยานหลักฐานทั้งสิ้น ไม่มีการใช้เพียงความเชื่อเข้ามากำหนดการทำงาน  เพราะได้กำชับพนักงานสอบสวนทุกนาย ว่าจะใช้ความเชื่อมาผนวกกับข้อเท็จจริงไม่ได้เด็ดขาด เพราะจะทำให้ข้อมูลการสืบสวนมันเพี้ยน  ทุกอย่างต้องเริ่มต้นจากพยานหลักฐานที่มีเท่านั้น เมื่อขั้นที่ 1 ถูก ขั้นที่ 2 ,3  ก็ถูก แต่ถ้าเริ่มต้นแล้วไม่แน่ใจว่ามันถูก  ต่อไปมันมันจะเลอะเทอะ จนนำไปสู่ความเสียหายในที่สุด 

    ที่ผ่านมาการรวบรวมพยานหลักฐานถือว่าเลอะเทอะหรือไม่นั้น ตนไม่ได้พาดพิงถึงใคร แต่สิ่งที่กล่าวถึงอาจเปรียบเทียบได้ เช่นว่า สายการแพทย์ที่เป็นแพทย์เฉพาะทาง แต่แพทย์ทั่วไปตาม รพ.ก็ไม่ได้ผิดในการวินิจฉัย แต่เขามีข้อจำกัด เครื่องมือน้อย เจอคนไข้น้อย ตนเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ถ้าทุกคนทำหน้าที่ของตัวเอง แพทย์ประจำ รพ.ต่างจังหวัด เขาเจอคนไข้น้อย แต่เครื่องไม้เครื่องมือไม่มี จึงเป็นไปได้ว่าอาจวินิจฉัยโรคผิดพลาด  ทั้งๆที่เจตนาเขาก็ต้องการช่วยเหลือคนไข้เหมือนกัน เรื่องนี้ไม่ควรจะต้องมาสาบาน  แต่ควรต้องพึ่งกระบวนการยุติธรรมในชั้นศาล เพื่อให้มีคำพิพากษาตัดสินออกมาก่อน  ที่ผ่านมาคดีหวยไม่ใช่มีเพียงแค่รายนี้ แต่ยังมีอีก 5-6 รายจากทั่วประเทศ ต่อไปนี้คดีหวยที่เกิดขึ้น บช.ก.จะรวบรวมมาทำให้หมด ใครที่คิดจะทำไม่ดีจากเรื่องนี้ ก็จะจับกุมดำเนินคดีให้หมด

            พล.ต.ท.ฐิติราช ยังกล่าวถึงกรณีของนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม  ที่เข้าให้ข้อมูลต่างๆ รวมทั้งคลิปเสียงเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น ว่า ตนไม่ทราบว่านายอัจฉริยะ ไปได้ข้อมูลดังกล่าวจากที่ไหน แต่พยานหลักฐานต่างๆ ต้องอ้างจากสิ่งที่เป็นวิทยาศาสตร์ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ สิ่งที่มันยังแกว่ง ไม่นิ่ง  พนักงานสาอบสวนต้องไม่ไปยึดถือ เพราะจะทำให้แกว่งตามไปด้วย  เพราะวิทยาศาสตร์มันเป็นเรื่องที่เชื่อถือได้ ถูกก็คือถูก ผิดก็คือผิด  ยืนยันว่าจะทำเรื่องนี้ให้จบและพร้อมจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ความเป็นธรรมไม่ต้องร้องขอ

          “ เรื่องนี้จะมีบทลงโทษอย่างไรนั้น ใครทำผิดก็ต้องรับผิดไป บ้านเมืองมีกฎหมาย ก็ต้องใช้กฎหมาย และยังมีเรื่องกฎแห่งกรรม ต้องรู้ตัวเองว่าทำอะไรลงไป ทำแล้วก็ต้องรับผิดชอบ ทำไม่ดีก็ต้องรับผิดไป  “ ผบช.ก.กล่าว

            พล.ต.ท.ฐิติราช กล่าวอีกว่า ยังไม่ทราบว่า วันนี้หมวดจรูญ จะให้ข้อมูลหรือหลักฐานอะไรกับพนักงานสอบสวนบ้าง ก็ต้องตรวจสอบกันต่อไป แต่ที่กล่าวมาก็คือหลักการรวบรวมหลักฐานต่างๆ จะน่าเชื่อถือหรือไม่ ก็น่าจะขึ้นอยู่กับหลักฐานที่เป็นวิทยาศาสตร์  รองลงไปก็เป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ วัตถุพยาน พยานเอกสาร พยานบุคคล ก็ไล่เลียงลงไป ว่าสิ่งไหนจะเชื่อถือได้มากที่สุด ส่วนที่ตำรวจ บช.ภ. 7 ได้แถลงข่าวไปนั้น คงเป็นขั้นตอนการทำงานของตำรวจที่รับเรื่องไว้ตั้งแต่แรก ซึ่งก็เป็นวิธีการทำงานอย่างหนึ่ง  ไม่อยากจะตำหนิใครทั้งสิ้น  เพราะเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องก็ไม่ได้มีเจตนาที่จะทุจริต แต่อาจเป็นเพราะความเชื่อก็เป็นได้

           พล.ต.ท.ฐิติราช กล่าวอีกด้วยว่า  ตนไม่ได้รู้สึกหวั่นใจอะไรว่าคดีนี้ จะไปเหมือนกับกรณีของครูจอมทรัพย์  แสนเมืองโคตร แต่เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก ท้าทายความรู้ความสามารถของคณะพนักงานสอบสวน  ที่ต้องให้เวลาในการทำงานไปก่อน ส่วนจะลงพื้นที่ จ.กาญจนบุรี หรือไม่ ตนยังไม่ขอเปิดเผย สำหรับพยานสำคัญในคดีตนอาจสอบปากคำด้วยตนเอง ซึ่งก็ต้องมีพยานสำคัญในคดีนี้อย่างแน่นอน แต่จะเป็นครูปรีชา หรืออดีตข้าราชการหรือไม่ ยังไม่ขอเปิดเผย

        ด้านนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม กล่าวว่า  ตนคิดว่าจนถึงตอนนี้ก็น่าจะหมดเวลาของครูแล้ว  เพราะหลักฐานที่ตนนำมามอบให้กับกองปราบนั้นเป็นหลักฐานสำคัญ ที่สามารถจะเปิดเผยเบื้องหลังขบวนการนี้ลงได้  มีทั้งคลิปเสียง ภาพ และไทม์ไลน์ ลำดับเหตุการณ์ที่สำคัญๆของเรื่องได้ทั้งหมด  รวมทั้งยังพยานปากสำคัญที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ โดยคลิปที่ตนนำมานั้นเป็นคลิปเสียงของนายปรีชา มีปากเสียงกับแม่ค้าขายลอตเตอรี่ ว่า “ เธอไม่ได้เอามาให้ฉัน “ ซึ่งทางแม่ค้าก็ตอบกลับไปว่า “ หนูเอาให้ครูไปแล้ว “ เป็นคลิปที่เกิดขึ้นหลังจากวันที่หวยออก นอกจากนี้ตำรวจบก.ปอท. กำลังกู้ไฟล์กล้องวงจรปิด โดยในสัปดาห์หน้าคาดว่าจะมีความชัดเจน  เชื่อว่าหลังจากนี้จะมีการเชิญครูปรีชา ร่วมทั้ง แม่ค้าล๊อตเตอรี่ มาเข้าเครื่องจับเท็จได้อีกด้วย ตนมั่นใจกับหลักฐานที่นำมานั้นถูกต้องและเป็นธรรมทุกอย่าง

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การสรุปสำนวนการสอบสวนของตำรวจภูธรภาค 7 ที่ผ่านมานั้น ไม่ได้นำรายละเอียดการสืบสวนสอบสวนของกองปราบฯไปรวมในสำนวนด้วย โดยเฉพาะประเด็นการแกะรอยทางเทคโนโลยีที่ พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป. พร้อมทีมงานประสานการสืบสวนร่วมกับ พ.ต.อ.สุมรภูมิ ไทยเขียว ผกก.กลุ่มงานสนับสนุน บก.ปอท. ได้ร่วมกันสืบสวนไว้ ดังนั้นการสรุปสำนวนครั้งนี้ชุดสืบสวนสอบสวนของกองปราบฯ จะนำรายละเอียดทั้งสองส่วนคือทั้งของ บช.ภ.7 ที่ปรากฏพยานบุคคลรายใหม่ และของกองปราบฯ มารวมกันเพื่อหาข้อเท็จจริงอีกครั้งว่าคดีนี้ใครเป็นเจ้าของสลากที่แท้จริง

    มีรายงานว่าในส่วนของหลักฐานสำคัญที่ชุดสืบสวนกองปราบฯแกะรอยมาได้นั้น เป็นคลิปเสียงการสนทนากันระหว่าง นางรัตนาภรณ์ สุภาทิพย์ อายุ 58 ปี แม่ค้าขายสลากฯที่ถูกรางวัล โทรไปหา นายปรีชา รวม 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. ของวันที 1 พ.ย. 2560 เป็นวันและเวลาหลังทราบผลสลากในงวดดังกล่าว โดยในคลิปเสียงใจความสำคัญคือ นางรัตนาภรณ์ ได้โทรบอก นายปรีชา ด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริงว่าถูกรางวัลที่ 1 เพราะจำได้ว่าบนแผงของตัวเองมีเลขรางวัลดังกล่าวอยู่และ นายปรีชา น่าจะเป็นคนซื้อไป แต่เมื่อรับโทรศัพท์ นายปรีชา กลับปฏิเสธว่าไม่ใช่เลขที่ตนซื้อ ตนซื้ออีกหมายเลขหนึ่งซึ่งในคลิปเสียง นายปรีชา ได้ระบุหมายเลขของตนอย่างชัดเจน
     
    ส่วนในคลิปเสียงที่ 2 เป็นคลิปเสียงที่ นางรัตนาภรณ์ แม่ค้าสลากฯคนเดิมโทรหา นายปรีชา อีกครั้งเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันที่ 2 พ.ย. 2560 ในลักษณะเดียวกัน ใจความสำคัญ คือ เป็นการย้ำว่า นายปรีชา ได้ถูกสลากดังกล่าว แต่ นายปรีชา ได้ปฏิเสธว่าไม่ได้ถูกรางวัลเช่นเดียวกับครั้งแรก อย่างไรก็ตาม นางรัตนาภรณ์ พยายามย้ำลักษณะยัดเยียดว่า นายปรีชา เป็นคนถูกรางวัลแต่ นายปรีชา ปฏิเสธมาตลอดพร้อมกับย้ำหมายเลขที่ตนเองเป็นคนซื้อมาด้วย ทั้งนี้ทั้งสองคลิปตำรวจกองปราบฯ จะนำเข้าสำนวนการสอบสวนเพื่อเป็นหลักฐานในการพิจารณาคดี เพราะเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ไม่อาจปฏิเสธได้

                ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ชุดสืบสวน กก. 5 บก.ป. ได้เริ่มตรวจสอบคำให้การของพยานในคดีที่เป็นพยานใหม่ในสำนวนที่ตำรวจภูธรภาค 7 รวบรวมไว้ โดยพยานดังกล่าวระบุว่า เห็นสลากหมายเลขดังกล่าวโผล่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อของ นายปรีชา  ขณะเดินสวนกันในตลาดเรดซิตี้ อ.เมืองกาญจนบุรี ใกล้แผงล็อตเตอรี่และยังได้ขอแบ่งซื้อสลากดังกล่าวแต่ นายปรีชา ไม่ยอมแบ่งขายให้นั้น

    พยานในส่วนนี้เป็นพยานสำคัญที่ทำให้ตำรวจภูธรภาค 7 ให้นำหนักจนนำไปสู่การสรุปว่า นายปรีชา เป็นเจ้าของสลากที่แท้จริง แต่จากการตรวจสอบทางเทคนิคร่วมกับ บก.ปอท. ชุดสืบสวนกองปราบฯ พบว่าพยานคนดังกล่าวขับรถมาจอดที่ตลาดในเวลาประมาณ 16.48 น. ของวันที่ 1 พ.ย. 2560 เป็นเวลาหลังจากที่ นายปรีชา ออกจากบริเวณตลาดไปแล้ว โดยปรากฏตามหลักฐานที่ นายปรีชา คุยโทรศัพท์กับ นางรัตนาภรณ์ แม่ค้าขายสลากฯอย่างชัดเจน นอกจากนี้ นายปรีชา ยังให้การด้วยว่า หลังจากรู้ว่าถูกรางวัลที่ 1 ยังได้โทรศัพท์ไปหา นางรัตนาภรณ์ ด้วย แต่จากการตรวจสอบทางเทคโนโลยีกลับไม่พบว่า นายปรีชา โทรหา นางรัตนาภรณ์ ในช่วงดังกล่าวแต่อย่างใด

                ด้าน พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. ได้เสนอไปยัง พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. ให้ บช.ก. เข้ามาร่วมเป็นพนักงานสอบสวนกับกองปราบฯ และให้ระดับ รองผบช.ก. เข้ามาเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนโดยตั้งเป็นรูปคณะทำงานมีพนักงานสอบสวนกองปราบฯเป็นหลักร่วมกับตำรวจจาก บก.ปอท. นอกจากนี้ยังให้ นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการสำนักงานชี้ขาดคดี สำนักงานอัยการสูงสุด เข้ามาเป็นที่ปรึกษากฎหมายของคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนด้วยเพื่อให้คดีเกิดความเป็นธรรมมากที่สุด ทั้งนี้ พล.ต.ท.ฐิติราช ยังได้ย้ำให้ชุดสืบสวนของกองปราบฯให้ความสำคัญกับข้อกฎหมายและหลักฐานที่ปรากฎทางนิติวิทยาศาสตร์มากกว่าพยานที่เพิ่มขึ้นมาภายหลัง แต่อย่างไรก็ตามหากได้รับสำนวนจากตำรวจภูธรภาค 7 มาอย่างเป็นทางการแล้วก็ให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบคำให้การของพยาน หากจะต้องสอบปากคำเพิ่มก็จะต้องเดินทางไปสอบอีกครั้งเพราะหากพบว่าพยานให้การไม่ตรงกับความเป็นจริงก็อาจจะเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายได้ 

          ทั้งนี้มีรายงานข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม เตรียมลงตลาดเรดซิตี้ อ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อตรวจสอบเก็บรายละเอียดต่างๆและหาพยานหลักฐานเพิ่มอีกครั้ง ในเร็วๆนี้  

      

     
     

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments