วัน อยู่บำรุง ชวดประกันคดีทุบหนุ่มไฮโซ

1237

วัน อยู่บำรุง มอบตัวกองปราบ หลังถูกออกหมายจับ คดีทำร้ายร่างกายลูกเจ้าของร้านทองแม่ทองสุก ที่หน้าผับดังย่านทองหล่อ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา สาเหตุเกิดจากกาโม่ ลูกชาย ไปมีเรื่องกับคู่กรณีที่สิงคโปร์  ด้านพนักงานสอบสวนค้านประกันตัว แต่วัน ยังยิ้มได้ ชูนิ้วทักทายนักข่าว ก่อนถูกนำเข้าห้องขังกองปราบเพื่อคุมขัง 1 คืน

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 23 ก.ค.ที่กองบังคับการปราบปราม นายวัน อยู่บำรุง อายุ 44 ปี บุตรชายร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตนักการเมืองชื่อดังฝั่งธนบุรี อดีตรองนายกรัฐมนตรีและแกนนำพรรคเพื่อไทย เข้าพบพล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป.

เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.409/2561 ลงวันที่ 19 ก.ค. 2561 ข้อหาร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้การกระทำการใด หรือไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย โดยมีอาวุธ และร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับเหตุการณ์ที่นายวัน อยู่บำรุง ถูกพนักงานสอบสวนกองปราบปรามออกหมายจับครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อคืนวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา นายภานุวัฒน์ หรืออั๋น ปุณณรัตนกุล อายุ 34 ปี นักธุรกิจทายาทร้านทองรุ่นที่ 2 “แม่ทองสุกย”ผู้เสียหาย ได้เข้าไปเที่ยวที่ร้านเดโม่ ผับ ซ.ทองหล่อ 10 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา

หลังร้านเลิก ผู้เสียหายกับเพื่อนได้เดินมาที่ลานจอดรถ พบกับกลุ่มของนายวัน อยู่กับนายอาชวิน หรือกาโม่ อยู่บำรุง บุตรชาย และนายยศพัฒน์ หรือปุ้ย สัมพันธ์ชัย นอกจากนี้ยังมีผู้ติดตามอีก 7-8 คน

หลังเจอกันนายวัน ได้เรียกนายภานุวัฒน์เข้ามาคุย เรื่องที่ไปมีปัญหากับนายอาชวินที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อนายภาณุวัฒน์เดินเข้ามาหา นายวันใช้มือตบไปที่หน้าอกเบาๆ โดยไม่ได้พูดอะไร ก่อนที่จะแยกย้ายกันขึ้นรถ

ปรากฏว่าเมื่อนายภานุวัฒน์เดินขึ้นรถเก๋งส่วนตัวไปแล้ว นายวันได้ตะโกนเรียกให้นายภานุวัฒน์ลงมาหาอีกครั้ง ก่อนจะใช้หมัดต่อยเข้าที่ใบหน้าของนายภานุวัฒน์หลายครั้ง ผู้เสียหายพยายามจะใช้มือปัดป้อง แต่ถูกต่อยจนล้มลง พอจะลุกขึ้นยืน กลับถูกนายยศพัฒน์ ที่มาด้วยกับนายวัน ชักอาวุธปืนออกจากเอวขึ้นมาข่มขู่ไม่ให้ผู้เสียหายสู้

ขณะนั้นยังถูกนายอาชวินเข้ามาเตะซ้ำเข้าอีก เสร็จแล้วนายยศพัฒน์ ได้ยิงปืนขึ้นฟ้าข่มขู่เพื่อนของผู้เสียหาย เพื่อไม่เข้ามาช่วยเหลือ หลังลงมือเสร็จแล้วกลุ่มของนายวันทั้งหมดจึงขึ้นรถขับออกไปจากที่เกิดเหตุทันที

หลังเกิดเหตุผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความที่สน.ทองหล่อ พร้อมกับเข้าร้องเรียนที่กองปราบปราม เนื่องจากเห็นว่าผู้ต้องหาเป็นผู้มีอิทธิพล

ต่อมาพนักงานสอบสวนของกองปราบปราม ได้ขออำนาจศาลอาญากรุงเทพใต้ ออกหมายจับนายวัน อยู่บำรุง กระทั่งผู้ต้องหาเดินทางเข้ามามอบตัวดังกล่าว

ภายหลังเข้ามอบตัวพนักงานสอบสวนของกองปราบฯ ได้สอบปากคำ พิมพ์มือทำประวัติ ก่อนจะคุมตัวเข้าขังกองปราบปราม พร้อมกันนี้พนักงานสอบสวนกำลังยังอยู่ระหว่างพิจารณาว่า จะเรียกตัวผู้ที่อยู่ร่วมในเหตุการณ์มาดำเนินคดีเพิ่มเติมด้วยหรือไม่

ต่อมาเวลา 15.30 น. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และนายอาจหาญ อยู่บำรุง พี่ชาย ได้เดินทางมาที่กองบังคับการปราบปราม เพื่อติดต่อขอเข้าเยี่ยม นายวัน อยู่บำรุง

ด้าน พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. เปิดเผยว่า ขณะนี้นายวัน อยู่บำรุง อยู่ในความควบคุมในห้องควบคุมภายในกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) หลังจากพนักงานสอบสวนมีความเห็นว่า จะดำเนินการฝากขังในวันที่ 24 กรกฎาคม ทั้งนี้ในส่วนของการให้ประกันตัวหรือไม่นั้น เป็นดุลยพินิจของพนักงานสอบสวนและพ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป.

ตนได้เน้นย้ำหากตัวของนายวัน และครอบครัวอยู่บำรุงจะยื่นประกันตัวให้รายงานมาให้ตนทราบ สำหรับการประกันตัวสามารถประกันได้ตลอด 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ตามไม่ได้มีการพูดคุยระหว่างตนและ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ซึ่งการเดินทางมาในครั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิม น่าจะเดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1.บก.ป.ก่อน

ล่าสุดเมื่อเวลา 17.45น. ร.ต.อ.เฉลิม และนายอาจหาญ อยู่บำรุง ได้เดินทางกลับพร้อมปฏิเสธไม่ให้สัมภาษณ์ โดยตอบเพียงว่า ถ้าปลดล็อกการเมืองเมื่อไหร่จึงจะให้สัมภาษณ์ ส่วนจะมีการเตรียมหลักทรัพย์ยื่นประกันตัวเป็นจำนวนเท่าไหร่นั้น ให้ไปถามกับทนายเอาเอง ก่อนจะขึ้นรถยนต์ส่วนตัวกลับทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในระหว่างที่นายวัน อยู่บำรุง ได้สอบปากคำอยู่นั้น ลูกน้องนายวัน ได้ซื้อข้าวกระเพราไก่ไข่ดาว และต้มจืดเต้าหู้หมูสับผักกาดขาว นำมาให้กับตำรวจกองปราบปราม เพื่อนำไปให้นายวัน เพื่อรับประทาน

นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายวัฒนา เมืองสุข ได้เดินทางมาขอเยี่ยมนายวันด้วยเช่นกัน ขณะที่หน้าห้องควบคุมผู้ต้องหา ได้มีกำลังตำรวจคอมมานโด 4 นาย มาคอยดูแลรักษาความปลอดภัย ตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้มีรายงานว่า คดีนี้มีผู้ก่อเหตุ 2 ราย คือ 1 นายวัน อยู่บำรุง และนายยศพัฒน์ สัมพันธ์ชัย หรือนายนรงฤทธิ์ ทำดี หรือนายปุ้ย โดยในคืนก่อเหตุนายปุ้ยเป็นผู้ยิงปืนขึ้นฟ้าที่ลานจอดรถหน้าเดโม่ผับ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขอหมายศาลออกหมายจับในฐานความผิดร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้การกระทำการใด หรือไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย โดยมีอาวุธ และร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ นั้น เป็นผลมาจากในวันเกิดเหตุนายยศพัฒน์ ได้ใช้อาวุธปืนยิงปืนขึ้นฟ้า เพื่อข่มขู่ให้ผู้เสียหายไม่ต่อสู้นายวัน

สำหรับนายภานุวัฒน์ ผู้เสียหายนั้น เมื่อปี 2559 เคยมีปัญหากับเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแล้ว โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลา07.30 น. ของวันที่ 29 สิงหาคม 2559 ขณะที่ ร.ต.อ.อชิรเวชชน์ สุพรรณเภสัช รอง สวป.สน.ทองหล่อ ในขณะนั้น พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปราม กำลังปฎิบัติหน้าที่ในพื้นที่รับผิดชอบได้รับแจ้งจากร้านอาหารชาการิกิ ตั้งอยู่ระหว่างซอยทองหล่อ 14-16 สุขุมวิท 55 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม.

ว่ามีลูกค้านำอาวุธปืนออกมาโชว์พร้อมทั้งสูบบุหรี่ จนเป็นสาเหตุให้แขกที่เข้ามาใช้บริการเกิดความหวดกลัว จึงนำกำลังรุดเข้าไปตรวจสอบ

เบื้องต้นพบกลุ่มผู้ก่อเหตุนั่งกันอยู่ทั้งหมด 5 ราย แบ่งเป็นชาย 3 ราย และหญิง 2 ราย เมื่อเข้าตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมายพบว่า 2 ใน 3 ของฝ่ายชาย เป็นเจ้านายกับคนขับรถพกพาอาวุธปืนยี่ห้อเอสทีไอ ขนาด.45 และยี่ห้อซีแซด ขนาด7.65 เครื่องกระสุนปืนพร้อมใช้งานคนละกระบอก

ทราบชื่อต่อมาคือนายภานุวัฒน์ หรืออั๋น ปุณณรัตนกุล อายุ 32 ปี นักธุรกิจหนุ่มชื่อดัง และทายาทร้านทองรุ่นที่ 2 “แม่ทองสุก” และนายสุปรีชา บุญยง อายุ 34 ปี จึงควบคุมตัวมาสอบสวนเพิ่มเติมที่สน.ทองหล่อ