วิกฤติการเงิน

 

จู้กหู้กกู้ กราบงามๆ เรามาถึงจุดที่ต้องยอมรับและก้มหน้ารับโควิด-19 รอบ 3 ที่ช่างแสนหนักหนาสาหัสจริงๆ

คนจนๆอย่างพวกเราไปเกี่ยวอะไรกับเชื้อโรคสายพันธ์เศรษฐีผู้ดีอังกฤษก็ไม่รู้ได้เนอะท่าน

แต่เหมือนพวกท่านจะเข้าใจคนหาเช้ากินค่ำ ท่านเกือบจะนำเข้าเชื้อฝั่งอินเดียมาพร้อมนักท่องเที่ยวอินเดียเพิ่มอีกซะงั้น คนจนก็ควรได้รับเชื้อคนจนสินะท่าน เหอะๆ

ยูฟ่าเหมือนได้ใจ..
อเล็กซานเดอร์ เซเฟริน ประธานยูฟ่า ได้ออกมาโต้ตอบกรณีที่คล็อปป์และผู้จัดการหลายคนออกมาพูดในทำนองที่ว่า

การเพิ่มจำนวนแมตช์การแข่งขันในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จาก 6 แมตช์ เป็น 10 แมตช์

เป็นสิ่งที่ยูฟ่ากระทำลงไปโดยไม่ได้สอบถามและไม่สนใจ ต่อทั้งนักเตะและโค้ชของทุกๆทีม และนั่นทำให้เซเฟรินออกมาตอบโต้เรื่องดังกล่าว

โดยเซเฟรินกล่าวว่า

“โค้ชและนักเตะบางคนบอกว่า มันมีการแข่งขันที่มากเกินไป ถ้าจะให้การแข่งขันมันน้อยลง เงินเดือนของโค้ชและนักเตะก็ต้องปรับลดลงด้วยเช่นกัน

คุณไม่สามารถแข่งน้อยลงและรับเงินได้มากขึ้นตลอดเวลาได้หรอกนะ”

“ผมได้อ่านที่บางคนพูดว่า

“เราไม่ต้องการให้มีการแข่งขันที่มากขึ้น”

ซึ่งจริงๆแล้ว ผมก็ไม่มีปัญหานะกับเรื่องนี้ หาก UCL ยังคงเป็นไปตามเดิม มันก็ยังคงเป็นการแข่งขันที่ดีที่สุดในโลก

การปฏิรูปของเราเกิดขึ้นก็เพราะว่า ทางสโมสรต้องการความช่วยเหลือเนื่องด้วยวิกฤตทางการเงิน

แน่นอนว่าเราสามารถดำเนินการตามเดิมต่อไปได้ แต่สโมสรจะล่มสลายไป

แล้วใครล่ะที่เจ็บปวดที่สุด? แฟนๆของพวกเค้าไง”

“ดังนั้นในขณะที่ผมเข้าใจว่าบางคนพยายามจะพูดอะไร ผมก็จะถามพวกเค้าว่า

“ทางออกของพวกคุณคืออะไร?”

เราเชื่อว่าทางออกที่เราทำ มันดีสำหรับทุกคน เห็นได้ชัดว่าพวกเราไม่ได้ยึดติดกับอะไรเดิมๆ

แต่ถ้าคนเหล่านั้นมีแนวคิดที่ดีกว่า ที่จะช่วยปกป้องอนาคตของฟุตบอลเช่นเดียวกับพวกเรา ผมก็พร้อมจะรับฟัง”

พอแฟนบอลถือหางหน่อย ก็กร่างใหญ่เลยทีนี้

นี่คือเหตุผลที่อีกฝ่ายมองว่าการมีซูเปอร์ ลีกมันดี การออกจากยูฟ่าเป็นเรื่องที่ดี

แต่การบ้านของซูเปอร์ ลีกคือ ต้องไปคิดมาว่า จะทำยังไงให้การแข่งขันมันแฟร์สำหรับทุกคน

การที่ประธานยูฟ่าออกมาแบบนี้บ่อยๆ มันก็ดีเหมือนกัน เพราะมันจะทำให้ทุกคนได้เห็นว่าตัวร้ายที่แท้จริง คือใคร ?

สิ่งที่ยูฟ่าทำตอนนี้ มันก็เหมือนเวลาที่คนทำงานร้องขอไปยังเจ้าของกิจการว่า

“รายได้ที่คุณให้เราตอนนี้ มันไม่เพียงพอ เราต้องการเงินเพิ่ม”

แล้วเจ้าของกิจการก็บอกว่า

“พวกเอ็งก็ทำงานให้หนักขึ้นซิ พวกเอ็งก็ไปหางานทำเพิ่มซิ จะได้มีเงินพอใช้”

แต่ตัวเจ้าของโรงงานกลับมีกำไรมหาศาล กินอยู่สบายและไม่สนใจว่าพนักงานจะ…..

ขอยกตัวอย่าง..ลิเวอร์พูล 
บอร์ดบริหารของลิเวอร์พูลได้ออกมาเปิดเผยว่า

ในฤดูกาล 2019/20 ลิเวอร์พูลขาดทุนเป็นเงิน46 ล้านปอนด์ เนื่องด้วยผลกระทบจากโควิด-19 ที่มาในช่วงปลายซีซั่น โดยงบบัญชีที่เปิดเผยมานั้นปิดในช่วงเดือนพฤษภาคมปี 2020

รายได้ที่หายไปส่วนใหญ่ก็คือรายได้จากสื่อที่หายไปถึง 59 ล้านปอนด์ และรายได้ในแมตช์เดย์หายไปประมาณ 13 ล้านปอนด์

ทำให้ยอดรายรับตกลงมาอยู่ที่ 490 ล้านปอนด์ หรือน้อยกว่าปีก่อนถึง 43 ล้านปอนด์

ในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น เป็นช่วงที่เพิ่งจะมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ก่อนหน้าสโมสรก็เพิ่งจะมีการเซ็นสัญญากับสปอนเซอร์ไปถึง 8 รายด้วยกัน

พร้อมกับมีการขยายสัญญากับคาล์สเบิร์กเพิ่มเติมไปอีกด้วย

แม้ว่ารายได้ด้านสื่อและแมตช์เดย์จะลดลง แต่รายได้เชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นมา 29 ล้านปอนด์ โดยสรุปของตัวเลขรายได้มีตามนี้

-รายได้จากสื่อ ลดลง 59 ล้านปอนด์ ลงมาเหลือ 202 ล้านปอนด์

-รายได้จากแมตช์เดย์ ลดลง 13 ล้านปอนด์ ลงมาเหลือ 71 ล้านปอนด์

-รายได้เชิงพาณิชย์ เพิ่มขึ้น 29 ล้านปอนด์ เพิ่มขึ้นเป็น 217 ล้านปอนด์

-รวมทั้งหมดแล้ว รายได้ลดลง 43 ล้านปอนด์ ลงมาเหลือ 490 ล้านปอนด์

-ทำให้ในงบปี 2019/20 ขาดทุนทั้งสิ้น 46 ล้านปอนด์ ก่อนหักภาษี

ตรงนี้คือตัวเลขของซีซั่นที่แล้วนะ ซึ่งก็คือซีซั่นที่ลิเวอร์พูลเป็นทั้งแชมป์พรีเมียร์ลีก แชมป์สโมสรโลก แชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ

และเป็นปีที่เซ็นสปอนเซอร์รายใหม่หลายเจ้าเลยด้วยซ้ำไป

ลองนึกดูว่า ขนาดเป็นปีที่ลิเวอร์พูลประสบความสำเร็จขนาดนี้ และมีการแพร่ระบาดของโควิดแค่ช่วงปลายซีซั่น

มีแค่ 9 แมตช์ที่แฟนบอลเข้าชมเกมไม่ได้ เรายังโดนผลกระทบที่ทำให้ขาดทุนถึง 46 ล้านปอนด์ !!!

เอวังด้วยประการฉะนี้