สารวัตรจราจรหญิง1เดียวเมืองไทย ที่บุรีรัมย์

บุรีรัมย์ เป็นเมืองน่าทึ่ง เป็นทั้งเมืองประวัติศาสตร์พันปี เป็นทั้งเมืองกีฬา มีทั้งสนามฟุตบอลทั้งสนามแข่งรถ และมากมายวัฒนธรรม

ล่าสุดปรากฎการณ์ลูกชิ้นยืนกิน คนใหญ่คนโตเชียร์กันตั้งนานไม่บูม แต่พอ ลิซ่า นักร้องสาวเลือดบุรีรัมย์ พูดย้อนอดีตไม่กี่คำ ทำให้จังหวัดนี้คึกคักขึ้นมาเศรษฐกิจกระฉูดเป็นลูกโซ่

กลับมาที่วงการตำรวจบุรีรัมย์ ก็มีเรื่องให้ทึ่ง โดยเฉพาะตำรวจเมืองบุรีรัมย์ มีตำรวจหญิงตำแหน่งสารวัตรจราจร ยืนโบกรถอำนวยความสะดวกให้คนชาวเมืองแปะมา2 ปีแล้ว  จะว่าเป็นสารวัตรจราจรหญิงคนเดียวในประเทศไทยในขณะนี้ก็ว่าได้

สารวัตรบีมพ.ต.ต.หญิง กนกวรรณ พลทามูล สว.จร.สภ.เมืองบุรีรัมย์

จากสาวประทาย โคราช  ไปจบ ม.6ที่ขอนแก่นวิทยาคม  เปลี่ยนเส้นทางจากเภสัช สอบเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 66  

รุ่นแรก ที่เปิดรับนายร้อยตำรวจหญิง  สมัคร18,000 คน รับแค่60คน รวมตำรวจผู้หญิง ที่เป็นตำรวจมาก่อนแล้ว อีก 10 คน ก็เป็น 70  

จบปี 2556  บรรจุ เป็นพนักงานสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์  3 ปี เป็น รอง สว.ป.สภ.ประโคนชัย แต่มาช่วยจราจร ย้ายกลับเป็น รอง สว.ขึ้น สารวัตรจราจร ปี 2562 คุม กำลังพลรวมธุรการประมาณ  60 นาย  

สว.จร.หญิง1เดียวในประเทศตอนนี้

ถามว่าเป็นสารวัตรจราจรหญิงคนเดียวในประเทศไทยหรือไม่ สารวัตรบีมเล่าถ่อมตัวว่า 

ไม่แน่ใจว่าเขายังไง แต่ว่าเพื่อนๆ ส่วนใหญ่ตำแหน่งเป็นพนักงานสอบสวน เปรียบเทียบปรับซะมากกว่า แต่ถ้าคุมกำลัง คุมหน่วย ก็น่าจะเป็นคนเดียว

อยู่พื้นที่มานานไม่กดดัน

จริงๆ แล้ว ด้วยความที่เป็น รอง สว.มาก่อน ก็ได้คลุกคลีกับผู้ปฏิบัติ มาตั้งแต่แรก รู้พื้นที่อยู่แล้วก็ไม่ได้กดดันอะไรมาก 

คือตอนเป็น รอง สว.ก็เข้าเวร เหมือน รอง สว.คนอื่น มีการคุมกำลัง จัดกำลัง ว.4 ในเขต เป็นปกติ กำลังก็จะเป็นผู้ปฏิบัติชุดเดิม ที่เขาอยู่มา

อย่างบุรีรัมย์ กำลังปฏิบัติค่อนข้างเยอะ กำลังปฏิบัติ 45 นาย ไม่รวมธุรการ เทียบกับโรงพักอื่น ก็จะเยอะพอสมควร   อาจเพราะเป็นเมืองท่องเที่ยว มีส่วนที่ทำให้ต้องมีจราจร ในพื้นที่ ค่อนข้างเยอะ 

นำขบวน บริหารจัดการจราจร

หน้าที่สว.จราจร ในบุรีรัมย์ ถือว่ามันมีงาน มีกิจกรรมต่างๆ เข้ามาให้เราปฏิบัติค่อนข้างเยอะ ไหนจะมีทั้งผู้หลักผู้ใหญ่ ที่มีชื่อเสียงเข้ามาก็ค่อนข้างเยอะ ก็จะต้องบริหารจัดการ นำขบวน หรือการดูแล ไปยังสถานที่ต่างๆ

งานยักษ์ปิดเมืองวิ่งมาราธอน

แล้วมีกิจกรรม มีอีเวนต์ ที่จะต้องจัดกำลังไปอำนวยความสะดวกการจราจร ให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาในพื้นที่ จะเป็นจ็อบๆไป อย่างงานหลักๆ จะมีวิ่งมาราธอน ที่มีระดับโกลด์ซิลเวอร์ ที่มีมาตรฐานรับรอง 

ก็จะต้องปิดการจราจร 100% ระยะทาง 42กิโลเมตร ใช้กำลังเยอะ จะเอาจากต่าง สภ.มาช่วย กำลังจริงๆใช้เกือบ 300 นาย เพราะปิดจริงๆแบบ 100%ไม่มีรถเข้ามาเลย

แล้วจะมีงาน โมโตจีพี ที่จัดไปได้ 2 ครั้ง แต่ตอนนี้เลื่อนออกไป ยังไม่มีกำหนดจัด ก็งานโมโตจีพี ก็ค่อนข้างจะเยอะเหมือนกัน สำหรับนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ 

โมโตจีพี ชมจัดการจราจรดี           

อย่างปีแรก ก็ประมาณแสนกว่า ถึง 2 แสนคนที่เข้ามาชม ก็ต้องดูการจราจรทุกอย่าง ทั้งในเขตเทศบาล ทั้งพื้นที่จัดงาน เพราะเวลางานจบ ออกพร้อมกันหมด ก็ได้รับคำชม ว่าจัดการจราจรที่ดี รถไม่ติด ขับได้ตลอด

อย่างไปที่อื่น บางประเทศ เขาก็บ่นกันว่า กว่าจะออกจากสนามได้ใช้เวลาเป็นชั่วโมง แต่เราก็คือสามารถบริหารจัดการได้เร็ว การจราจรไม่ติดขัด 

ทำงานเป็นทีม มองตารู้ใจ

อย่างตรงนี้ มีการประชุม วางแผนทำงานบรีฟงานลูกน้องตลอด พอเริ่มปีแรก ปีสองได้แล้ว กำลังเดิมของเรา เขาจะรู้งาน จะเป็นทีมเวิร์ก ทั้งร้อยเวร ทั้งกำลังปฏิบัติ มีการสั่งการ มีการบริหาร จัดการ มันง่ายขึ้น 

รอง ผกก.จราจร ที่นี่ ท่านเป็น สว.จราจร มาก่อน จะรู้หน้างานกันอยู่แล้ว สั่งการกันเป็นระบบ ทำงานด้วยกันมาหลายปีการทำงานก็ไปในรูปแบบเดียวกัน

เอาง่ายๆ ถ้าภาษาชาวบ้านก็คือมองตา รู้ใจกัน 

มีชุดเคลื่อนที่เร็วปราบเด็กแว้น         

ส่วนการกระทำผิดเกี่ยวกับจราจรในบุรีรัมย์ อย่างพวกเด็กแว้น มีมาตรการป้องกันการแข่งรถในทาง จะจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว ไว้ ว.4ตลอด  ถ้ามีการแจ้งเหตุ ผ่านศูนย์ 191 จะมีชุดเคลื่อนที่เร็ว ออกไปกวดขัน ดูแลในส่วนตรงนี้

ช่วงนี้ โควิด ก็จะไม่ตั้งด่าน ทำให้บางทีดูแลไม่ทั่วถึง ก็จะจัดชุดเคลื่อนที่เร็วออกไป หากพบตามจุดบริการที่จัดไว้ เราก็ให้ลูกข่ายกวดขันได้เลย 

สนามช้างจัดแข่งลดปัญหา

แต่ก่อนนี้ สนามช้างจัดให้กลุ่มผู้ที่เอารถมาประลองกันในสนามอย่างถูกต้อง คดีก็ลด กลุ่มนี้เขาจะให้ความร่วมมือค่อนข้างดีเขาก็จะรู้กติกาเลยว่า โอเค.เราจัดให้คุณตรงนี้นะ คุณมาอย่างถูกต้อง เราก็ไม่จับกุม  

ก็จะรู้กัน ว่าถ้าไม่ใช่วันที่มี  คุณห้ามเอารถอย่างนี้ ออกมาขับแข่งบนถนน เขาก็จะเข้าใจ   แต่ช่วงนี้มีโควิด มันก็ไม่ได้จัด เลย ยกเลิกไปก่อน

ให้ความรู้โครงการครู5นาที          

เราทำโครงการเยอะมาก เกี่ยวกับเด็กที่แข่งรถในทาง ไม่ว่าจะเป็นโครงการครูห้านาที เพราะส่วนใหญ่จะเป็นเด็กอายุ 15 ปีขึ้นไป จนถึง 19-20 ปี จะเยอะมาก

เราจะเข้าไปตามสถานศึกษา ไปให้ความรู้ หลังจากเด็กทำกิจกรรมหน้าเสาธง ไปให้ความรู้เรื่องกฎหมายจราจร การขับขี่ การรักษาตนเองบนท้องถนน อย่างไร ให้ปลอดภัย ก็จะเข้าไปคุย 

จัดโครงการเปิดโรงเรียนโรงรถ

แล้วจะมีโครงการเปิดโรงเรียน โรงรถ ของผู้การ คือประสานกับอาจารย์ที่โรงเรียน ก็เข้าไปดูรถ ที่ขับเข้ามา คันไหนที่มันไม่ถูกต้อง คันไหนผิดกฎหมาย หรือไม่ผิด มีแผ่นป้ายทะเบียนหรือไม่ รถเสียงดัง อุปกรณ์ส่วนควบ ไม่ครบถ้วน อย่างนี้

เราก็เข้าไปคัดแยกออกมา แล้วให้แก้ไขปรับปรุง เรียกผู้ปกครองมา อบรมข้อกฎหมาย ให้เด็กๆ ฟัง 

ว่ากล่าวตักเตือนแก้ไขก่อน

ครั้งที่ 1 เราตักเตือนแล้ว คุณไปแก้ไข ครั้งต่อไปเราตรวจ กลุ่มเดิมหรือถ้ามีเพิ่มเข้ามา ก็นำเข้ามาสู่ระบบของเรา ถ้าแก้ไขแล้วเรียบร้อย เราก็โอเค.ไม่ว่าอะไร

แต่ถ้าคุณยังไม่แก้ไข ครั้งที่ 2-3 ผู้ปกครองต้องมารับทราบด้วย ว่าลูกไม่ได้แก้ไขตรงนี้ ถ้ายังมีอีก เราก็ดำเนินการตามกฎหมาย แต่จะว่ากล่าวตักเตือนให้แก้ไขก่อน 

ผิดครั้งที่3 ค่อยใช้ยาแรง

ก็ลดไปได้เยอะเหมือนกัน เด็กเขาให้ความร่วมมือ เพราะเราไม่ได้ใช้ยาแรงเลย ที่จะเข้าไปจับกุม แล้วเปรียบเทียบปรับ

แต่จะเป็นลักษณะให้เขาไปแก้ไข เรียกผู้ปกครองมา ให้รับทราบพฤติกรรมของบุตรหลาน ถ้าหากยังมีครั้งที่ 3ถึงจะดำเนินการตามกฎหมาย 

เน้นว่ากล่าวลดกระทบกระทั่ง

อย่างบางคนอาจจะมองข้อหาที่เรากวดขัน เป็นข้อหาที่หยุมหยิม กระทบกระทั่งกับประชาชนเป็นลักษณะเล็กๆน้อยๆ  เขาจะบอกว่า มันแค่เล็กน้อย  คุณแค่ว่ากล่าวเราได้ไหม

จะบอกลูกน้องตลอดว่า อันไหนที่ไม่ได้หนักหนาที่จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุ หรือไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนทำให้ประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนเดือดร้อน ก็ว่ากล่าว ตักเตือน ให้เขาแก้ไข ก็จะมีฟีดแบ็กกลับมา มีคำชมกลับมา 

กวดขันอย่างเดียวไม่ได้ ต้องบริการด้วย           

บางที เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ชาวบ้านขอความช่วยเหลือ เราก็อำนวยความสะดวกการจราจรให้ ไม่อยากให้ชาวบ้านมองว่า เน้นแต่กวดขัน อยากให้มองว่า เน้นให้บริการด้วย

จริงๆ แล้ว งานหลักของเรา ก็คือทั้งบริการ และกวดขัน ถ้าเราหนักไปอย่างใดอย่างหนึ่ง มากเกินไป มันก็ไม่สมบูรณ์

บางทีจะเน้นแต่กวดขันอย่างเดียว  จะอยู่กับชาวบ้านไม่ได้ คือเราต้องเน้นบริการก่อน

ต้องให้บาลานซ์กันทั้ง2อย่าง

ช่วงเช้า ตั้งแต่ 6.45 น.จริงๆ จัดชุดตั้งแต่ตีห้าครึ่ง ดูแลตลาดสดเทศบาล พ่อค้า แม่ค้า ที่ออกมาขายของ ก็ แล้วช่วง 6.45 ไปจนถึง 8.30น.ก็จะเน้นให้บริการตามจุดต่างๆ หน้าโรงเรียนอะไรอย่างนี้

หลังจากนั้น 9.30จนถึงเที่ยง จะให้ลูกข่าย ออกกวดขันการจราจร ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ  อยากให้มันบาลานซ์กันสองอย่าง 

ชาวบ้านเห็นเข้ามาขอถ่ายรูป

ส่วนความรู้สึกของชาวบ้านที่เขามาเห็นจราจรผู้หญิง สารวัตรบีมเล่าว่า  แรกๆ ก็ทักทายเรา คือตั้งแต่เป็น รอง สว.ในพื้นที่จะเจอกับเรามาพอสมควรแล้ว พอมาเป็น รอง สว.จราจร ก็ได้ ลงพื้นที่มากกว่านี้

ก็จะไปเจอกับชาวบ้านเขาบ่อย เขาก็จะทักทาย แรกๆ จะมาขอถ่ายรูปด้วยเยอะ

ด่านจราจรดูซอฟต์ลง

บางทีเราไปตั้งด่านเจอ เขาจะแซว บอกปรับเลยๆ แซวกันตลอด  ถ้าไม่ใช่ลักษณะที่เข้ามาพูด เหมือนคุกคามหรือชู้สาว  เราก็ยิ้มแย้มกลับไป ก็ทักทายปกติ

บางทีเขาเห็นเราปฏิบัติหน้าที่ ชาวบ้านเขาจะบอกว่า เออ มีตำรวจผู้หญิงบ้างก็ดีนะ รู้สึกว่า ปลอดภัย เขารู้สึกว่า ที่ด่าน มันก็ดูซอฟต์ลง

มีปัญหาให้โยนมาที่ร้อยเวร

บางทีส่วนใหญ่ กำลังปฏิบัติ เวลาเราตั้งด่าน เราเป็นร้อยเวร ใช่ไหม  บางทีลูกน้อง บางคน การโต้ตอบกับชาวบ้าน เขาไม่ค่อยซอฟท์ ไม่ค่อยนุ่มนวล  เราก็ต้องบอกตลอด ถ้ามีปัญหาจริงๆ ให้โยนมาที่เรา ร้อยเวร มีหน้าที่แก้ปัญหาให้ลูกน้องในด่าน

รับลูกน้องบางทีมีหลุด

บางคนมาถึงคือเขาโดนจับ เขาไม่มีความสุขอยู่แล้ว อารมณ์จะมาก่อน คือบางทีลูกน้องเราอยู่บนถนน ร้อนๆ นานๆ อย่างนี้ เป็นชั่วโมงๆ มันก็ต่างคนต่างร้อน ชาวบ้านเขามา เขาก็พูดยียวน กวนหน่อย

บางทีลูกน้องเรา ถ้าอารมณ์ร้อน ก็มีหลุด ถึงได้บอกว่า ถ้ามีปัญหาอะไร ให้โยนมาที่ร้อยเวร เราจะเข้าไปคุย เข้าไปช่วยตรงนี้ เขาก็จะมองว่ามันดูซอฟท์ลง

มีจร.หญิงสร้างภาพลักษณ์ตร.

ในทางปฏิบัติ มันก็มองได้หลายมุม อย่างเช่น ที่หน้าโรงเรียน หรือในชุมชน คือจริงๆ มองว่างานจราจร ผู้หญิงก็ทำได้  ว่าในเรื่องการอำนวยความสะดวก การจัดจราจร แล้วให้ผู้หญิงไปร่วมด้วย หรือว่าไปช่วยดูแล เป็นอีกมุมมองหนึ่ง ที่เป็นภาพลักษณ์ของตำรวจที่ดี

ผู้หญิงอุ่นใจเวลาเข้าด่านตรวจ

หรืออย่างเวลาดึกๆ ผู้หญิงเมามา แต่ก่อนตอนยังไม่มีโควิด ก็ตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ บางทีมีผู้หญิง ที่เข้ามาในด่านเยอะ บางทีเราเข้าไปช่วยดู จะไม่เกิด แล้วที่ผ่านมา ตำรวจผู้ชาย มักจะโดนผู้หญิงด่าประจำ

พอเราเข้าไป เขาก็เหมือนว่า มีความเชื่อใจเราระดับหนึ่ง

บางคนก็เคยมีเคส แบบว่าวันไหนที่เราไม่ได้เข้าเวร ก็เคยมีปัญหา ผู้หญิงเขาจะมองว่า ผู้ชายไปจับเนื้อต้องตัวเขาไหม เพราะจังหวะเมา บางทีก็ไม่ได้ระมัดระวัง  

ถ้าเป็นผู้หญิง เข้าไป บางทีเขาเห็นเรา เราก็แยกเขาออกมาทำบันทึก หรืออะไรยังไง ถ้าผิดจริง เขาก็ดูอุ่นใจมากขึ้น

บอลบิ๊กแมทช์ใช้ตำรวจหญิงร่วมปฏิบัติ

จริงๆ บุรีรัมย์ ตำรวจหญิงที่ไม่ใช่สายปฏิบัติ ถ้ามีกิจกรรมต่างๆ มีงานอีเว้นท์ ก็จะใช้ตำรวจหญิง ไปอยู่ในชุดตรวจค้น จุดคัดกรองด้วย ก็จะใช้ตำรวจหญิงไปร่วมด้วยตลอด

ก็จะเป็นแบบ ผู้หญิง ก็ค้นผู้หญิงไป ก็จะซอฟท์ลง มันก็จะดูแบบ ผู้หญิงเขาก็จะโอเค.มากขึ้น 

อย่างมีบอลนัดใหญ่ๆ เวลาทีมเยือน มีกองเชียร์ที่เป็นผู้หญิง เราก็เอาผู้หญิง ไปตรวจค้น

คลุกงานจราจรมา5-6ปี

ถามต่อไปอีกว่า จริงๆ แล้ว ชอบสายงานไหน สารวัตรสาวเลือดอีสานบอกว่า   คือเราก็อยู่งานจราจร มานานกว่างานสอบสวนไปแล้ว ตอนนี้ เพราะสอบสวนอยู่มา 3 ปี แต่นี่ปีที่ 5-6 แล้ว งานจราจร ก็รู้สึกว่า เราคล่องกับหน้างานนี้ไปแล้ว เป็นตัวเลือกอีกตัวหนึ่ง    

มีแผนเผชิญเหตุอุกฉกรรจ์

ส่วนเหตุอุกฉกรรจ์อย่างเหตุปล้นเซเว่นฯ ปล้นร้านทอง มันก็มี แต่เคสนี้อยู่รอบนอก ถ้ามีจริงๆ ก็จะเป็นเรื่องเรือนจำ   ก็ได้ยินวิทยุแจ้ง คือแจ้ง 60 ให้ออกไปดู

ก็เข้าไปกันพื้นที่  แล้วสกัดไม่ให้ออกมาได้  มีการซ้อมแผนเผชิญเหตุกันตลอด  

งานจราจรเข้าก่อนออกทีหลัง

คือจริงๆ แล้ว หัวใจหลักของงานจราจรเลย คือการเข้าพื้นที่ก่อน กับทีหลัง

คือจะบอกลูกน้องตลอด ว่าเราจะต้องเข้าไปชิงพื้นที่ก่อน จะกันตรงไหน ปิดตรงไหน ไม่ให้ใครเข้า ไม่ให้ใครออก เราต้องเข้าไปก่อน  แล้วเสร็จงาน เราก็ต้องกลับทีหลังเขาอีก เคลียร์พื้นที่ แล้ว เราถึงกลับ

ชมเปาะลูกน้องอยู่ในระเบียบ

ในส่วน ลูกน้องจราจร เป็นกำลังที่ค่อนข้างจะเป็นงานที่มีระเบียบวินัยมาก ถ้าเทียบกับหน้างานอื่น ในความคิดหนู เขาค่อนข้างจะมีระเบียบ ค่อนข้างจะคุยรู้เรื่อง ไม่ค่อยจะนอกลู่นอกทางเท่าไหร่ มีระเบียบวินัย

ก็มีช่วงหนึ่งที่เราผ่อนผันให้มีการเช็คจำนวน เช็คยอด เนื่องจากกำลังเราค่อนข้างจะเยอะ แต่ละวันก็ 35 นาย ช่วงกลางวัน จะผ่อนผันไป

อาจจะมีบางคนที่โน่นนี่นั่นบ้างก็อาจจะเรียกเข้ามาคุย  เขาก็จะได้รู้ว่า เรารับทราบ ดูแลอยู่ตลอดนะ ไม่ได้หละหลวม หรือปล่อยปละละเลย ก็จะเป็นลักษณะประมาณนี้มากกว่า 

ประทับใจได้ช่วยเหลือคนมีทุกข์          

ถึงวันนี้ มีความประทับใจในหลายเรื่อง คือจริงๆ อาชีพตำรวจ ในมุมของหนู คิดว่าถ้าในเรื่องการทำงาน รู้สึกเราเราได้ช่วยเหลือคน ตั้งแต่ที่เป็นพนักงานสอบสวนแล้ว

การช่วยในที่นี้ คือทุกคนที่เข้ามาโรงพัก ถ้าไม่ใช่มาแจ้งเอกสารหาย หรืออะไรอย่างนี้ ทุกคนเข้ามา คือมีความทุกข์ใจอยู่ อยากจะมาให้เราช่วยแก้ไขปัญหา  

เราก็รู้สึกว่า เราได้ช่วย คือแค่เห็นคุณมีความสุขและยิ้มกลับไป เราก็พอใจแล้ว นี่แหละคือความประทับใจ

เป็นอะไรที่ทำให้เห็นครับว่า การกระทบกระทั่งระหว่างตำรวจกับชาวบ้าน โดยเฉพาะตำรวจจราจร

ปัญหาเรื่องใบสั่ง ปัญหาเรื่องการเข้าด่าน หรือว่ากล่าวตักเตือน ตำรวจหญิงทำให้ซอฟต์ลงได้

อยากเห็นตำรวจจราจรระดับสารวัตร หรือรองผกก.จราจร เป็นผู้หญิงอีกครับ

กากีกลาย16/10/64