Monday, July 22, 2024
More
    Homeข่าวเด่นรอบวันสืบนครบาลล่าตามแบล็กลิสต์ ตะครุบ “ป๊อบ บึงสามพัน”จบตำนานนักตุ๋นออนไลน์

    สืบนครบาลล่าตามแบล็กลิสต์ ตะครุบ “ป๊อบ บึงสามพัน”จบตำนานนักตุ๋นออนไลน์

    จุดจบตำนานโกง!!! สืบนครบาลจับกุม ป๊อบ บึงสามพัน ตัวการหลอกขายสินค้าออนไลน์ทุกชนิด ติดบัญชีแบล็กลิสต์ยาวหางว่าว ”

    ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. (PCT) ให้ปราบปรามกลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรม ที่กระทำความผิดทุกรูปแบบซึ่งสร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชนผู้สุจริตจำนวนมาก

    ชุดลาดตระเวนออนไลน์ บก.สส.บช.น. และชุด PCT5 ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมากผ่าน เพจ IDMB ให้ช่วยสืบสวนจับกุม  ป๊อบ บึงสามพัน มิจฉาชีพระดับตำนานโกงหลอกขายสินค้าออนไลน์ทุกวงการ ตั้งแต่โทรศัพท์มือถือ , คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก , กล้องถ่ายรูป , เครื่องโปรเจคเตอร์ , ฟิล์มถ่ายรูป , หนังสือนิยายหายาก , เสื้อวงดนตรีต่างๆ ฯลฯ ก่อเหตุต่อเนื่องเรื่อยมาตั้งแต่ปี 2560 ถึงปัจจุบันยังคงลอยนวล หลบหนีและก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง เสนอขายสินค้าทิพย์กว่า 200 กลุ่ม มูลค่าความเสียหายรวม 3 ล้านบาท

    ต่อมาวันที่ 21 มิถุนายน 2566 พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. , พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง , พ.ต.อ.นิวัตน์ พึ่งอุทัยศรี , พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รอง ผบก สส.บช.น. , พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯบก.สส.บช.น. , พ.ต.ท.ยิ่งยศ ลีชัยอนันต์ , พ.ต.ท.พัชรพงษ์ กาญจนวัฎศรี รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. , พ.ต.ท.สมพงษ์ เกตุระติ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯบก.สส.บช.น. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 5 กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. และชุด PCT5

    ร่วมกันจับกุมนายนพสร  หรือ ป๊อบ อายุ 31 ปี ชาว อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์
    ตามหมายจับศาลแขวงพระนครเหนือ ที่ 44/2566 ลงวันที่ 19 มกราคม พ.ศ.2566
    ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง และโดยทุจริตหรือหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อบุคคลหนึ่งบุคคลใด ”  จับกุมตัวได้ที่หน้าร้าน บี.อี.เกษตรฟาร์ม หมู่ 8 ถนนนิคมสร้างตนเอง ต.ท่าศาลา   .เมืองลพบุรี  

    ตรวจสอบในฐานข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่า ณ ปัจจุบัน นายนพสร   มีหมายจับที่ต้องการตัวเพื่อดำเนินคดี   2 หมายจับ ประกอบด้วย

    1) หมายจับศาลแขวงพระนครเหนือ ที่ 44/2566 ลงวันที่ 19 มกราคม พ.ศ.2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง และโดยทุจริตหรือหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อบุคคลหนึ่งบุคคลใด ”

    2) หมายจับศาลแขวงขอนแก่น ที่ จ.317/2566 ลงวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ.2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกง โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง ”

    ชั้นจับกุมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา  ว่าเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เดิมทีทำงานเป็นพนักงานโรงแรมในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ จนช่วงอายุประมาณ 25 ปี ได้ย้ายมาอยู่ที่ จ.นนทบุรี โดยหันมาประกอบอาชีพขายของตามตลาดนัดย่านปากเกร็ด แต่เนื่องจากประสบปัญหาขายของขาดทุนจนเงินลงทุนหมด จึงเริ่มคิดนำโทรศัพท์มือถือที่ตนมีไปลองโพสต์ขายผ่านช่องทางออนไลน์ โดยใช้ชื่อบัญชีเฟซบุ๊กว่า “ นพสร จินดารักษ์ ”

    ขณะนั้นมีผู้สนใจติดต่อซื้อมาหลายคนจึงทักขายให้กับทุกคนที่สนใจโดยใช้บัญชีธนาคารส่วนตัวในการรับเงิน แต่ไม่ส่งสินค้าให้ เห็นว่าได้เงินมากพอสมควร  เริ่มขายสินค้าที่หลากหลายเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก , กล้องถ่ายรูป , เครื่องโปรเจคเตอร์ , ฟิล์มถ่ายรูป, หนังสือนิยายหายาก , เสื้อวงดนตรีต่างๆ โดยหาภาพถ่ายสินค้าต่างๆ มาจากอินเตอร์เน็ตโดยที่ตนไม่มีสินค้าจริง

    ใช้บัญชีในการรองรับเงินที่ได้จากการหลอกผู้เสียหาย คือ บัญชีธนาคารเกียรตินาคิน เลขที่บัญชี 2014795305 ชื่อบัญชี พงษ์พัฒน์ นาเคน , บัญชีธนาคารอาคารสงเคราะห์ เลขที่บัญชี 001911045161 ชื่อบัญชี พงษ์พัฒน์ นาเคน , QR Code พร้อมเพย์ชื่อบัญชี นพสร จินดารักษ์

    ปัจจุบันนายนพสร จินดารักษ์ มีชื่อติดอยู่ในแบล็คลิสต์บัญชีคนโกง บุคคลเฝ้าระวัง , บุคคลอันตรายในการหลอกซื้อขายสินค้าทางโลกออนไลน์ จำนวนมาก

    ทั้งนี้เริ่มก่อเหตุมาตั้งแต่ปี 2560 มีผู้เสียหายหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อประมาณเดือนละ 30 ราย มูลค่าความเสียหายแต่ละรายประมาณ 500 ถึง 3,000 บาท มูลค่าความเสียหายรวมในช่วง 6 ปี ที่เริ่มก่อเหตุมากกว่า 3 ล้านบาท  เงินที่ได้มาส่วนใหญ่นำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน , เที่ยวเตร่ , ยาเสพติด , เลี้ยงแมว

    จากการตรวจสอบข้อมูลประวัติการกระทำความผิดของผู้ต้องหาในฐานข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบประวัติเคยถูกดำเนินคดีในฐานความผิดต่างๆ รวม 4 คดี ประกอบด้วย

    1) ปี 2560 ถูกจับกุมในความผิดฐาน “ เป็นผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ” ท้องที่ สภ.โคกเจริญ ภ.จว.ลพบุรี

    2) ปี 2563 ถูกจับกุมในความผิดฐาน “ ฉ้อโกงประชาชน นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ” ท้องที่ สน.บุคคโล

    3) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงพระนครเหนือ ที่ 44/2566 ลงวันที่ 19 มกราคม พ.ศ.2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง และโดยทุจริตหรือหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อบุคคลหนึ่งบุคคลใด ”

    4) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงขอนแก่น ที่ จ.317/2566 ลงวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ.2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง ” นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.สวนพริกไทย ภ.จว.ปทุมธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. กล่าวว่าคดีนี้ มีผู้เสียหายจำนวนมากจับเป็นกลุ่มขอความช่วยเหลือผ่านเพจเรา ถือว่าเป็นคนร้ายโครตโกง โกงทุกอย่าง ร่วม 200 กลุ่ม สร้างความเดือดร้อน เบื่อหน่ายกับคนหากินสุจริต จึงขอแจ้งเตือนภัยไปยังประชาชนได้โปรดใช้สติในการใช้ชีวิตในสังคม อย่างหลงเชื่อกลโกงต่างๆ ของมิจฉาชีพซึ่งมีอยู่มากมาย

    หากไม่แน่ใจ หรือสงสัยว่าบุคคลที่เข้ามาเสนอผลประโยชน์ นั้นจะเป็นมิจฉาชีพ หรือไม่ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ หรือแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด มายังเพจ “สืบสวนนครบาล IDMB” ได้ตลอด 24 ชม. แม้จะเป็นคดีที่มีความเสียหายไม่มาก แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนเดือดร้อน เราทำทันที ตามนโยบายพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments