สืบสวนเหนือรำลึก ส่งท้ายปี62

1547
วันที่18 ธ.ค. ที่โรงแรมฟลอริดา สี่แยกพญาไท มีงานพบปะสังสรรค์เหล่าผู้กล้าตำนานนักสืบนครบาล “สืบสวนเหนืออันเกรียงไกร”
โต้โผใหญ่คือ  บิ๊กอ๊อด-พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา อดีตรองผบ.ตร. นรต.28เหมือนเดิม
ปีนี้คับคั่งไปด้วยเหล่าสีกากีทั้งที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว อาทิ พี่ใหญ่-พล.ต.ต.จิรสิทธิ์ มหินทรเทพ อดีตรองผบช.ก. ร่วมด้วยตำนานนักสืบอย่าง พล.ต.ต.วาทิน คำทรงศรี อดีตผู้ช่วย ผบช.ก. อดีต ผกก.สส.น.เหนือ พล.ต.ต. คงเดช ชูศรี อดีตผู้ช่วย ผบช.ก.และอดีตรองผบก.น.เหนือ

พ.ต.อ.สัญจัย บุณยเกียรติ อดีตผกก.สส.น.ธนฯ ยุคเดียวกับพ.ต.อ.วินัย เปาอินทร์ ผกก.สส.น.เหนือ และพ.ต.อ.อาทิจ ชูตินันท์ ผกก.สส.น.ใต้

พล.ต.ท.กิตติโชค แสงนิล อดีตผบช.ภ.2 พ.ต.อ.ขิง แขวงวิเศษชัยชาญ พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก อดีตผบช.ภ.3 และอดีตเลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย

พ.ต.อ.วิวัฒน์ วรรธนะวิบูลย์ อดีตรองผบก.ภ.จว.สระบุรี ผกก.สส.น.เหนือคนสุดท้าย รวมทั้ง พล.ต.ต.อังกูร อาทรผไท อดีตผู้การทางหลวง อดีตสืบสวนใต้อันเลื่องชื่อ
ท่ามกลางบรรดานักสืบระดับตำนานรุ่นกลางอีกหลายคน

ไม่ว่าจะเป็น เดอะบิ๊ก-พล.ต.ต.สืบก์ศักดิ์ ชวาลวิวัฒน์ อดีต ผบก.ภ.จว.นครสวรรค เดอะโก้- พล.ต.ท.สฤษฎ์ชัย เอนกเวียง อดีตผู้ช่วย ผบ.ตร. รองจึ๊ก-พล.ต.ต.ฐนพล มณีภาค อดีตรองผบช.ภ.2 
เดอะโต เก้านิ้ว-พล.ต.ต.พีระ บุญเลี้ยง อดีตผบก.ภ.จว.ยะลา

 

ป๋าโก๊ะ-พ.ต.อ.สมภพ พงษ์ฤกษ์ อดีตรองผบก.สส.ภ.7 พ.ต.อ.คณิศร์ชัย มหินทรเทพ อดีตผู้กำกับสืบสวนนครบาล 1พ.ต.อ.สรรค์หกิจ บำรุงสุขสวัสติ อดีต ผกก.สน.วังทองหลาง

พ.ต.อ.จิรภัทร โพธิ์ชนะพันธุ์ อดีต ผกก.สภ.กะทู้ จ.ภูเก็ต   พ.ต.อ.สีหศักดิ์ สร้อยศรี อดีตรองผบก.ภ.จว.ชลบุรี  

รวมทั้งรุ่นเล็กที่อยู่ในราชการอย่าง เฮียก้อ-พ.ต.อ.ธวัช ปิ่นประยงค์ รองผบก.ปคบ.พ.ต.อ.อรรถพร สุริยเลิศ ผกก.วิเคราะห์ข่าว บช.ปส. พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ รองผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นิวัฒน์ พึ่งอุทัยศรี ผกก.สืบ บก.น.1

รวมทั้งชั้นประทวน อย่าง สารวัตรแป๊ะ ป๋าช่วย ป๋าเกียรติ ป๋าศักดิ์ แม่งานที่ทำให้เกิดงานพบปะ รำลึกเรื่องราวเมื่อวันวานที่ใช้แต่ความทรงจำบันทึกเรื่องในอดีตที่เกิดขึ้น

คลุกเคล้ากับข้าวผัดกระเพราคลุก อาหารที่นักสืบแห่งสืบสวนเหนือไว้ประทังท้อง ยามเสร็จจากงานไล่ล่าโจรในครั้งนั้น
พล.ต.อ.ภาณุพงศ์กล่าวเปิดงาน และกล่าวถึงความเป็นตำนานของนักสืบเมืองไทยโดยสรุป

เริ่มจากสมัยอธิบดีเผ่า ศรียานนท์ อยู่ในยุคการพัฒนาของงานสืบสวนจนกระทั่งมาสู่เทคโนโลยีสมัยใหม่ 
ในยุคของพล.ต.อ.ภาณุพงศ์ นั้นเริ่มทำงาน 2518 ก่อนหน้านั้นประมาณเกือบ 20 ปี รับยุคอธิบดีเผ่า มาเต็มๆ คือใช้วิธีการสืบจับ ใช้วิธีการนี้

 


เพราะแรกเริ่มเลย สมัยก่อน การทำงานยาก ไม่ได้ทำงานแบบสมัยนี้  สมัยก่อนเราต้องมีทั้งเฝ้าจุด สะกดรอย หาประจักษ์พยาน แค่นี้ก็เลือดตาแทบกระเด็น
 

ไหนจะต้องไปตรวจที่เกิดเหตุ อะไรอีกหลายอย่าง ยากไปหมด  ประกอบกับผู้บังคับบัญชาสมัยก่อนเนี่ย ค่อนข้างจริงจัง แล้วเป็นผู้บังคับบัญชาที่มีประสบการณ์ในการทำงานมาจากเนื้องานจริงๆ เพราะฉะนั้นท่านก็จะบี้ จะอะไร อุตลุตไปหมด
                

แล้วตำรวจยุคนั้นก็ใช้วิธีการทำงาน ก็อย่างที่พี่บอกเมื่อกี้ กว่าจะหาประจักษ์พยาน กว่าจะหาอะไร แล้วก็ต้องมีสายลับ เพราะไม่มีกล้องวงจรปิดแบบสมัยนี้

บางเรื่องเราก็ประสบความสำเร็จ บางเรื่องผู้ปฏิบัติก็อาจจะติดคุก บางเรื่องผู้ปฏิบัติก็อาจจะเกือบติดคุก

ที่พี่กิตติโชค(พล.ต.ท.กิตติโชค แสงนิล) พูดเมื่อสักครู่ พวกเราคือตำนาน

คำว่า ตำนานก็คือ เด็กรุ่นใหม่ ไม่เคยพบอย่างเรา ไม่เคยเจออย่างเรา

 
พวกเราไม่ได้ทำงานแบบยุคอธิบดีเผ่า แต่พวกเราเอาวิธีการของท่านมา ประกอบกับการดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม แล้วเทคโนโลยี สมัยใหม่

เพราะฉะนั้นทุกท่านที่อยู่ตรงนี้นะครับ ถือว่าเป็นความโชคดี ที่พวกเราทุกคนเกิดมาในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงงานสืบสวนตำรวจไทย ถือว่าพวกเราเป็นตำนาน ก็ขอให้ทุกท่านปรบมือให้กับตนเอง……”


พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ ปรมาจารย์งานสืบสวนอีกคนหนึ่งของประเทศไทยกล่าวปิดท้ายในงานเลี้ยงเหล่านักสืบที่เอาเลือดเนื้อชีวิตเข้าแลก ปิดทองหลังพระ สมกับที่เลือกมาเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฏร์

ครับ….นี่คือส่วนหนึ่งของตำนานนักสืบ “สืบสวนเหนืออันเกรียงไกร” ยุคที่ยังไม่มีเทคโนโลยีมาเป็นตัวช่วยในแบบทุกวันนี้

กากีกลาย(นักข่าวกองสืบ)19/1/62