หมอสุพัฒน์ แพทย์ตำรวจนักฆ่า

902

“หมอสุพัฒน์” นักฆ่าอำพรางศพฝังไร่  ปริศนาที่ไร้ร่องรอย 2 สามีภรรยา

นานกว่า 3 ปี ที่นายสามารถ นุ่มจุ้ย กับ น.ส.อรษา เกิดทรัพย์ ลูกชายและลูกสะใภ้นายสว่าง นุ่มจุ้ย เจ้าของไร่สับปะรด ใน จ.เพชรบุรี หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยพร้อมกับรถกระบะโตโยต้าที่ใช้ทำมาหากินอีก 1 คัน ตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2552

ตลอดระยะเวลากว่า 3 ปีนั้นครอบครัวผู้สูญหายได้พยายามติดตามร่องรอยที่น่าสงสัยอย่างเงียบๆ

จนกระทั่งวันหนึ่งก็ได้เจอกับรถกระบะคันหายไปจอดอยู่ในบ้านร้างแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าชื่อเจ้าของบ้านร้างหลังนั้นคือ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ นายแพทย์ (สบ5) อายุรแพทย์ โรงพยาบาลตำรวจ

ครอบครัวเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองนนทบุรี และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของคดีฆาตกรรมซ่อนเงื่อนที่โยงให้ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ต้องเข้ามาร่วมไขปริศนาจนกลายเป็นคดีที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในปี 2555

เมื่อตำรวจสืบสวนขยายผลตรวจค้นบ้านพักในไร่ของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ หรือหมอสุพัฒน์ ที่บ้านท่ามะริด ต.กลัดหลวง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี พบโครงกระดูกมนุษย์ 3 รายถูกฝังอยู่

เบื้องต้น แจ้งข้อหาไว้ 3 ข้อหา คือ กักขังหน่วงเหนี่ยว ลักทรัพย์ และครอบครองอาวุธปืน

พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วย ผบ.ตร. (ขณะนั้น) เปิดเผยผลการตรวจสอบโครงกระดูกมนุษย์ทั้ง 3 โครง

ระบุว่า โครงกระดูกแรกเป็นเพศชาย ไม่มีร่องรอยถูกทำร้าย มีเหรียญ 5 บาท และเหรียญ 1 บาทใส่อยู่ในปาก

โครงกระดูกที่ 2 ที่ต้องสงสัยว่าอาจเป็นโครงกระดูกของผู้สูญหายนั้น พบว่า บริเวณกะโหลก มีรูกระสุนบริเวณท้ายทอย ขนาดกระสุนเล็กกว่า 9 มิลลิเมตร ลักษณะรูกระสุนกลม สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นการยิงระยะใกล้ พบหัวกระสุนอยู่ด้านในกะโหลก

โครงกระดูกที่ 3 ยังไม่ทราบเพศ เนื่องจากสภาพโครงกระดูกไม่สมบูรณ์ ที่กะโหลกบริเวณท้ายทอยพบรูกระสุน 3 รูเรียงกัน ขนาดกระสุนน่าจะเล็กกว่า 9 มิลลิเมตร คาดว่าเป็นการยิงระยะประชิด โดยศีรษะนิ่งคล้ายถูกจับหรือกดไว้

หลังจากส่งโครงกระดูกทั้ง 3 ไปตรวจสอบพิสูจน์ทางดีเอ็นเอสามารถระบุได้ว่า1 ในนั้นเป็นโครงกระดูกของนายอีต้า แรงงานชาวพม่าที่สูญหายไป

นั่นทำให้หมอสุพัฒน์ ตกเป็นผู้ต้องหา 3 ข้อหาทันที คือ ลักทรัพย์ ฆ่าผู้อื่นโดยปิดบังอำพราง และค้ามนุษย์

เมื่อตกเป็นผู้ต้องหา หมอสุพัฒน์ได้หลบหนี จนกระทั่ง 22 ก.ย. 2555 ตำรวจ สภ.ท่าไม้รวก จ.เพชรบุรี สืบทราบว่าหมอสุพัฒน์ เข้ามาหลบซ่อนตัวอยู่ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งในหาดปึกเตียน อ.ท่ายางจึงได้เข้าจับกุม

เนื่องจากมีส่วนพัวพันกับการหายตัวไปของสองสามีภรรยาชาวเพชรบุรี ตั้งแต่เดือน มิ.ย.2552

จากการสอบสวนหมอสุพัฒน์ให้การปฏิเสธ และขอให้การในชั้นศาล ก่อนทำเรื่องขอประกันตัวสู้คดี

หลังจากได้ประกัน ปรากฏว่าหมอสุพัฒน์ไม่เคยมาตามที่ศาลนัดพิจารณาคดี อีกทั้งไม่ได้ให้ตัวแทนมาแสดงเหตุผลต่อศาลว่าผิดนัดด้วยเหตุใด

ศาลออกหมายจับ และให้ยึดหลักทรัพย์ประกันขอปล่อยตัวชั่วคราว 3 ล้านบาท

ต่อมาศาลอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย โดยพยานคือนายสรพงษ์ หรือกะลา และนายโย่ง ชาวพม่า คนงาน ในไร่พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ให้การตรงกัน

เหตุการณ์ฆาตกรรมนายอีต้า เกิดเมื่อ ประมาณเดือน ก.พ.2547 เนื่องจาก หมอสุพัฒน์ ไม่พอใจที่นายอีต้าสนิทสนมกันนางวิลสา  ภรรยาคนที่ 3 ของตน

จึงให้นายกะลาจับกุมนายอีต้าไปไว้ในไร่แล้วใช้ปืนจ่อยิงก่อนขุดหลุมฝัง มีนายเอกร่วมอยู่ในเหตุการณ์ ส่วนนายโย่งหลบหนีมาได้

ในที่สุดศาล มีคำพิพากษาให้ประหารชีวิตหมอสุพัฒน์ ผู้ต้องหาซึ่งหนีคดีไปตั้งแต่ปี 2555

อย่างไรก็ตาม 20 ธ.ค. 2559 ตำรวจชุดสืบสวน จ.เพชรบุรี รายงานผลการติดตามสะกดรอยบุคคลใกล้ชิดของหมอสุพัฒน์ ไปถึง อ.แม่สอด จ.ตาก

พบว่าคนใกล้ชิดใช้ช่องทางธรรมชาติข้ามไปยังแนวชายแดนประเทศเมียนมา เพื่อพบกับหมอสุพัฒน์

เมื่อชุดสืบสวนทราบจุดที่พักอาศัย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งให้ตำรวจภูธรภาค จ.เพชรบุรี ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศเมียนมา (พม่า)

เข้าจับกุม หมอสุพัฒน์ ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเขตเมืองมะละแหม่ง ประเทศเมียนมา ใกล้เขตแนวตะเข็บชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก พร้อมธนบัตรไทยและธนบัตรเมียนมา มูลค่ารวมหลายล้านบาท

หลังจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองมะละแหม่ง แจ้งข้อหาหมอสุพัฒน์ หลบหนีเข้าประเทศเมียนมาโดยผิดกฎหมาย และใช้บัตรประชาชนชาวเมียนมาปลอม

จึงควบคุมตัวไว้เพื่อดำเนินคดี และต้องโทษจำคุกที่ประเทศเมียนมานานกว่า 5 เดือน

กระทั่งพ้นโทษเมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2560 โดยวันรุ่งขึ้นทางการเมียนมาก็ได้ผลักดันหมอสุพัฒน์ ออกนอกประเทศทันที

ทั้งนี้ ศาลพิพากษาให้ประหารชีวิต พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ และนายเอก เลาหะวัฒนะ บุตรชาย

ข้อหา ร่วมกันฆ่าแรงงานชาวพม่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันฝัง ปิดบัง ซ่อนเร้นศพเพื่อปิดบังการตาย หรือเหตุแห่งการตายและการกระทำใดๆ แก่ศพก่อนมีการชันสูตรพลิกศพเพื่อการอำพรางคดี

ส่วนนายอัคร เลาหะวัฒนะ บุตรชายอีกคนที่ร่วมก่อคดี ขณะเกิดเหตุอายุ 19 ปีเศษยังไม่บรรลุนิติภาวะ ศาลลดโทษให้กึ่งหนึ่ง พิพากษาลงโทษจำคุก 25 ปี 3 เดือน

อย่างไรก็ตาม คดีนี้ถึงแม้ว่าในที่สุดแล้วจะสามารถจับกุมหมอสุพัฒน์ได้ และศาลตัดสินประหารชีวิต

แต่ทุกวันนี้ก็ยังไม่พบร่างหรือโครงกระดูกของ 2 สามีภรรยาที่หายตัวไป

เป็นความลับที่มีเพียงหมอสุพัฒน์คนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่าทั้งสองคนเป็นหรือตาย อยู่ที่ไหน