หัวใจที่แตกต่าง หงส์กับผี ในถ้วยใหญ่ยุโรป

 

จู้กหู้กกู้กราบพร้อมรายงานตัว

เป็นสัปดาห์แห่งศึกฟุตบอลโดยแท้จริง เริ่มจากพรีเมียร์ลีกและแชมป์เปี้ยนลีก…

จู้กหู้กกู้ขอนำ 2 ทีมมหาชนอย่างทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ ทีม ลิเวอร์พูล มาเปรียนเทียบหัวจิตหัวใจกันหน่อย ผิดถูกยังไงบอกกันด้วย

เกมสุดสัปดาห์กับ สาลิกาดง นิวคาสเซิล อาจจะทำให้ แมนยูไนเต็ด ดูเหมือนกลายเป็นผีติดปีกไปได้ชั่วครู่ชั่วยาม

แต่อาการแพ้ให้กับทีมเด็กหนุ่ม ยังส์บอย ในยูซีแอลไปแบบมึนงง 2-1 ช่วงทดเจ็บนั้น ดูเหมือนว่าผีแดงยังมีงานให้แก้ไขกันอีกหลายจุดทีเดียว

เล่นไม่ละเอียด? การเข้าบอลแบบโฉ่งฉ่างของ อารอน วานบิสซาก้า ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับเกมระดับสูงในเวทียุโรป

เพราะแทบทุกแต้มสามารถชี้เป็นชี้ตายโอกาสเข้ารอบของผีแดง

ตัวสำรองที่ยังทดแทนตัวจริงไม่ได้? หลังเปลี่ยน พี่โด้ และ บรูโน่ออก

แล้วส่งสำรองมาแทนอย่าง มาติช หรือ เทพลินการ์ด

กลับกลายเป็นว่า เกมของผีแดงที่ต้องการประตูเพิ่มกลับชอทไปดื้อๆ แถมเทพเจลิงซ์ ยังมีหน้าไปแจกของขวัญชิ้นงามให้คู่แข่งแบบดื้อๆ

ซานโช่ของปลอมทำเหมือน?

อันนี้กำลังกลายเป็นปัญหาเล็กๆที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจแฟนบอลหลายๆคน

เพราะตลอด 3-4 เกมแรก ที่ จาดอน ซานโช่ ตำนาน 48ชม. ของผีแดงลงเล่นทั้งฝั่งซ้ายและขวาของทีมนั้น

เขาแทบจะทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอันเลย และการถูกถอดออกตั้งแต่ต้น เพราะอาการกลัวแพ้ของน้ายิ้มโซลชาร์นั้น ก็น่าจะส่งผลกับความมั่นใจของจ่าดอนไม่มากก็น้อย

ตอนนี้แฟนแมนยูอาจจะต้องสงสัยในตัวโค้ชอย่างน้าโอเล่เพิ่มเป็นทวีคูณ

เพราะดูขุมกำลังของผีแดงยุคนี้แล้ว พวกเขาแทบจะไม่ได้เป็นรองทีมใหญ่ๆ หรือทีมระดับเวทียุโรปแล้ว

แต่ผลงานการเน้นอุด ทำตัวใจ(มด)กับทีมอย่างยังส์บอย

เพราะเหลือผู้เล่น 10 คนนั้น มันดูท่าจะไม่ใช่แทคติกแบบที่กุนซือระดับโลกเขาทำกันแม้แต่น้อยเลย

หรือว่าหลังจากได้นักเตะหลักๆครบตามจิ๊กซอว์แล้ว โค้ชอาจจะเป็นตำแหน่งสุดท้ายที่ผีแดงต้องเสริมก็เป็นได้ (ฮา)

ส่วนคู่บิ๊กแมทซ์ระหว่าง ลิเวอร์พูลกับเอซี มิลาน

ความแตกต่างระหว่าง “ใจ” ของนักเตะและกุนซือ การปลุกเร้า การกระตุ้นทีม ความไม่ยอมแพ้ แม้สถานการณ์จะเป็นรอง “ดูพี่ไว้ไอ้น้อง” (ฮา)

เปิดเกมมา หงส์แดงเจ้าถิ่นก็จับปีศาจแดงดำกดหัวแทบไม่ได้หายใจ จนได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว จากการบุกตะลุยของไอ้หนูคนเหล็ก

ลากบอลเข้าไปเปิดแฉลบขาโทโมริ ทำเข้าประตูตัวเอง ออกนำ 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 9

ผ่านไปไม่ทันถึง 5 นาที ลิเวอร์พูลก็มาได้จุดโทษ จากจังหวะที่กองหลังมิลาน กางแขนป้องกันลูกยิงของร็อบโบ้

กรรมการไม่ลังเล ชี้เป็นจุดโทษทันที แต่ซาลาห์ ฐานะเพชฌฆาตเบอร์หนึ่งประจำทีม ยิงพลาด

ลูกนี้ผู้รักษาประตูของมิลานพุ่งปัดไว้ได้

แต่ต้องยอมรับว่า แม้จะโดนบุกหนัก มิลานก็ยังพยายามใช้จังหวัดสวนกลับแบบรวดเร็ว เมื่อขึ้นหมด ก็ย่อมมีช่องโหว่

ปีศาจแดงพลิกกลับมาแซงนำหงส์แดงได้อย่างเหลือเชื่อ

2 นาที 2 ประตู ก่อนหมดครึ่งแรก โดยเจาะผ่านทางฝั่งเจ้าหนูเทรนท์ทั้งสองประตู สกอร์กลับมาเป็น 1-2

ในห้องแต่งตัวระหว่างพักครึ่ง ไม่รู้ว่าเจอร์เก้น คล็อปป์ร่ายมนต์อะไร..กลับมาลุยต่อในครึ่งหลัง

เห็นได้อย่างชัดเจน เจ้าบ้านเร่งกำลังขึ้นไปอีก บดขยี้หนักว่าครึ่งแรก

จนในที่สุดก็มาได้ประตูตีเสมออย่างรวดเร็วในนาทีที่ 49 โดยเทพโอริกี้แอสซิสให้ซาลาห์ ตีเสมอเป็น 2-2

จนถึงนาทีที่ 69 ประตูแห่งแสงสว่างก็มาถึง จากจังหวะเตะมุม บอลกระดอนมาหน้ากรอบเขตโทษ และเป็น กัปตันหัวใจเพชร 

จัดการกระทุ้งแหวกกลุ่มนักเตะที่ยืนออกันเต็มหน้าประตู เสียบมุมขวาเข้าไปอย่างสุดสวย เป็นประตูขึ้นนำ 3-2 !!!

จบด้วยหัวใจที่แตกต่างด้วยประการฉะนี้ !!!