อาร์ตู ฆ่าหั่นศพทิ้งเจ้าพระยา

210

บันทึกอาชญากรรม

“อาร์ตูร์” ฆ่าหั่นศพทิ้งเจ้าพระยา

แค่เพียงเดือนแรกหลังเปิดศักราช 2559 เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งพบชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์ช่วงท่อนแขนขวา ถูกหั่นด้วยของมีคมลอยมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณอู่ต่อเรือเอกชนใกล้วัดคฤหบดี เขตบางพลัด กทม.

ก่อนที่ในวันต่อๆมาจะมีการพบขาขวา ,ส่วนหัวถูกคลุมถุงดำ ,ลำตัวท่อนบนมีขนหน้าอกจำนวนมาก โดยขาซ้ายและขาท่อนล่างถูกพบเป็นส่วนสุดท้ายที่ท่าน้ำพระราม 5

ชิ้นส่วนที่ลอยตามน้ำมาทั้งหมด ถูกพบอยู่ในพื้นที่เขตรับผิดชอบของ สภ.เมืองนนทบุรี, สภ.ปากเกร็ด และสภ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี

เมื่อสื่อมวลชนนำมาลงข่าว มีการนำชิ้นเนื้อไปตรวจสอบดีเอ็นเอเพื่อระบุเชื้อชาติของผู้เสียชีวิต ตั้งประเด็นคาดเดาไปต่างๆนานา ทั้งแก๊งต่างประเทศ แก๊งลูกหมู หรือชาวจีนที่เข้ามายังประเทศไทยแล้วหายตัวไป

แต่จุดเริ่มต้นของการคลี่คลายคดีนี้ เกิดขึ้นในการประชุมทีมงานของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)เป็นชุดทำงานทีมเล็กที่ได้รับมอบหมายให้เข้ามาร่วมสืบสวน

ตำรวจที่เข้ามาร่วมประชุมในเช้าวันนั้นไม่ได้รับผิดชอบสถานีตำรวจใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา แต่เป็นพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอาศัยอยู่จำนวนมาก

ข้อมูลที่สำคัญคือการรายงานของ สน.ลุมพินี ว่ามีชาวต่างชาติมาแจ้งความคนหาย รวมถึงนำข้อมูลรูปถ่ายของมาให้กับตำรวจ

เมื่อนำภาพของผู้สูญหายมาเปรียบเทียบกับใบหน้าของเหยื่อฆ่าหั่นศพ ก็ปรากฏว่ามีลักษณะใบหน้าที่คล้ายกันจึงมีความเป็นไปได้ว่าชิ้นส่วนศพที่พบนั้นอาจจะเป็นชาวสเปนที่หายตัวไป

ข้อมูลของ สน.ลุมพินี ทำให้การสืบสวนหาข้อมูลทางลับมีเป้าหมายที่ชัดเจนมากขึ้น

หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วัน เมื่อทีมสืบสวนพบข้อมูลการทำธุรกรรมทางการเงินของผู้ตาย รวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิดของคอนโดมีเนียมแห่งหนึ่งย่านพระราม 9

เป็นหลักฐานระบุชัดว่าผู้ตายคือ นายเดวิด แบร์นาต นักธุรกิจชาวสเปน ได้ถูกผู้ต้องสงสัยพาเข้าไปในห้องพักแห่งนี้เป็นที่สุดท้ายก่อนหายตัวไป

วันรุ่งขึ้นภาพของ นายอาเธอร์ เซการา พรินเซพ หรืออาร์ตู และหญิงชาวไทยวัย 23 ปี แฟนสาวถูกเผยแพร่ทางสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง

กระทั่งวันที่ 7 ก.พ. เว็บไซต์ข่าวต่างประเทศแห่งหนึ่ง รายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชา จับกุมตัวนายอาร์ตูร์ ได้ที่ร้านเชอรี่ แฮปปี้ ย่านสีหนุวิลล์ ขณะพยายามหลบหนีออกทางทะเล

แม้ในที่สุดแล้วนายอาร์ตูร์ จะถูกจับและส่งตัวกลับมาดำเนินคดีในไทย แต่การสอบปากคำที่ใช้เวลายาวนานถึง 13 ชั่วโมงนั้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

มีการร้องขอทนายความและไม่ให้ความร่วมมือในการสอบสวน

จากการเข้าตรวจสอบห้องพักของนาอาร์ตูร์ ก็ยังพบหนังสือเกี่ยวกับวิธีการทรมานในแบบต่างๆ เนื้อหาด้านในเป็นวิธีการชำแหละชิ้นส่วนมนุษย์

เมื่อผู้ต้องหาไม่รับสารภาพ ในที่สุดขั้นตอนทางกฎหมายตำรวจ ต้องขออำนาจศาลฝากขังที่ศาลอาญา

กล่าวกันว่าในโทรศัพท์มือถือของนายอาร์ตูร์ตำรวจได้พบหลักฐานสำคัญซึ่งเกี่ยวกับธุรกรรมการทางการเงิน เชื่อมโยงไปสู่การฆ่านายเดวิด

สรุปว่า ระหว่างวันที่ 20 -26 ม.ค. 2559 นายอาร์ตูร์ ได้ฆ่านายเดวิด ภายในห้องพัก ย่านพระราม 9 แล้วนำศพแช่ในตู้แช่หั่นเป็นชิ้นนำไปทิ้งลงแม่น้ำเจ้าพระยา และยังลักเอาเงิน 734,940 บาทของผู้ตายไปด้วย

ศาลชั้นต้น พิพากษาประหารชีวิตจำเลยสถานเดียว และให้ชดใช้เงินค่าเสียหายแก่ญาติผู้ตาย

ส่วนศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยมีเจตนาฆ่าโดยคิดทบทวนวางแผน กับซ่อนเร้นทำลายศพเพื่อปกปิดเหตุแห่งการตาย

พิพากษายืนประหารชีวิต กับให้ใช้เงิน 7 แสนบาทเศษ ให้ออกหมายขังส่งตัวไปเรือนจำกลางบางขวาง

และสุดท้ายวันที่ 21 เม.ย. 2560 ศาลอ่านคำพิพากษาคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายอาร์ตู

ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตาย, หน่วยเหนี่ยวกักขังฯ, ลักทรัพย์และข้อหาอื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4), 199, 310

พิพากษาให้ประหารชีวิตสถานเดียว ฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว่ก่อน เพื่อประโยชน์ทรัพย์สินผู้ตาย ซึ่งจำเลยได้ปลอมข้อมูลโอนเงินเข้าบัญชีตัวเองมาแล้วกว่า 730,000 บาท

ศาลจึงให้จำเลย ต้องชดใช้คืนเงินนั้นให้ญาติผู้ตายด้วย พร้อมส่งริบอุปกรณ์เครื่องมือหั่นศพและตู้แช่แข็งด้วย

ใช้เวลา 1 ปีกว่า หลังจากเกิดเหตุจนถึงวันพิพากษาประหารชีวิตฆาตกรชาวสเปนฆ่าหั่นศพนักธุรกิจเพื่อนร่วมชาติเพื่อชิงทรัพย์ และถือว่าเป็นคดีโหดที่ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก เมื่อช่วงเดือนมกราคม ปี 2559