เจ้าแม่เชิ้ตดำ “เราเตือนท่านแล้ว”

 

 

ลางบอกเหตุ คนโบร่ำ โบราณ เชื่อกันมาก และบอกต่อกันมาจากรุ่น สู่รุ่น ซึ่งในปัจจุบันหลายคน ไม่ค่อยเชื่อกับ ลางบอกเหตุเหล่านี้แล้ว อาจจะเป็นเพราะโลกเปลี่ยนไป คนรุ่นใหม่ไม่สนใจกับคำเตือนของคนโบราณ แต่ก็มี “หลายเหตุการณ์” ได้เกิดขึ้นตามความเชื่อเหล่านี้

เมื่อพูดถึง “ลางบอกเหตุ” ทำให้นึกถึง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่มี “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เป็นนายกสมาคมฯ หลายสิ่งหลายอย่าง ได้มีการกล่าวเตือนกันไปหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องของ “วงการผู้ตัดสิน” ที่ถือเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาฟุตบอลไทยเลยทีเดียว

ถ้า “ผู้ตัดสิน” ทรยศต่ออาชีพตัวเอง จะด้วยวิธีไหนก็แล้วแต่เพื่อผลประโยชน์ตัวเอง และพวกพ้อง ยิ่งถ้าตั้งตัวเองเป็นใหญ่ และสั่งผู้ตัดสินได้ทุกคนทั้ง หัวงอก หัวดำ คือทุกคนต้องยอม “ซูฮก” ให้ เพราะไม่อย่างนั้น “ไม่ให้ไปทำหน้าที่”
ไม่น่าเชื่อว่า สิ่งเลวร้ายนั้น วันนี้..ได้เกิดขึ้นแล้ว

เพราะ มีอดีตผู้ตัดสิน ที่ได้รับมอบหมายงานจาก “บิ๊กอ๊อด” ให้ทำหน้าที่ในเรื่องของผู้ตัดสิน ได้ตั้งตัวเป็นใหญ่ คุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ถ้าทำดีได้ไม่มีใครว่า แต่นี่ทำเพื่ออำนาจ ทำเพื่อผลประโยชน์พวกพ้อง วงการผู้ตัดสินไทย ตกต่ำอย่างไม่เคยมีมาก่อน ไม่แปลกที่ บรรดาผู้ตัดสิน ยกให้ เป็นเจ้าแม่ตัวจริง เสียงจริง ของวงการผู้ตัดสินไทย
คนในวงการฟุตบอล และบรรดาผู้ตัดสิน เขารู้กันทุกคน แต่ทำไม่ “บิ๊กอ๊อด” ซึ่งเป็นถึง อดีตผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถึงไม่รู้ ทำไมไม่ให้ “ลูกน้อง” ไปสืบดูบ้างว่าเรื่องนี้เป็นความจริงมากน้อยแค่ไหน

ถ้าเป็นเรื่องจริง ทำไมถึงปล่อยให้เกิดขึ้น เพราะมันเป็นการทำลายวงการฟุตบอลทั้งระบบ ซึ่งถือเป็นสิ่งตรงกันข้ามกับนโยบายในการหาเสียงก่อนการเลือกตั้ง ที่จะบริหารงานอย่าง “แฟร์” และจะล้างระบบเก่าๆ ของวงการผู้ตัดสินไทยที่สกปรก ให้สะอาดมากที่สุด

แต่วันนี้ วงการผู้ตัดสินไทย สกปรกยิ่งไปกว่า ยุคก่อนๆ เสียอีก เพราะ มีคนทำตัวเป็นเจ้าแม่ และเชิดหน้าชูตาอย่างไม่อายใคร

ตอนนี้”เจ้าแม่ “…กำลังดันเด็กในคาถาขึ้นฟีฟ่าทั้งๆที่คุณสมบัติยังไม่ได้ เพราะว่าพึ่งขึ้นเป็นผู้ตัดสินชั้น1ปีแรกในระเบียบที่ปฎิบัติกันมาต้องเป็นผู้ตัดสินชั้น1ปีที่2และต้องทำหน้าที่อยู่ในไทยลีก

และที่งามหน้าฟุตบอลลีกผู้หญิง สมาคมกีฬาฟุตบอลเป็นคนจัดการแข่งขัน และต้องใช้ผู้ตัดสินของสมาคมกีฬาฟุตบอลที่ผ่านการอบรมประกาศรายชื่อให้ได้ทำหน้าที่ แต่นี่ดันทำเรื่องเมื่อผู้ช่วยผู้ตัดสินที่2และผู้ตัดสินที่4 ที่สมาคมกีฬาฟุตบอลยังไม่ได้ประกาศรายชื่อว่าคุณได้เป็นผู้ตัดสินฟุตบอลของสมาคมแล้วมีสิทธิ์อะไรมาลงไปทำหน้าที่ มันเป็นเรื่องที่งามหน้า แล้วอย่างนี้นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯและท่านประธานรองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการผู้ตัดสินท่านรู้หรือไม่….

และมีคำถามต่อมาว่า..ทำไมลีกฟุตบอลหญิง ต้องใช้แต่ผู้ตัดสินเด็กในคาถาของ”เจ้าแม่เชิ้ตดำ”คนนี้ แล้วผู้ตัดสินคนอื่นหละนี่แหละคืความเหลวแหลกเหลื่อมล้ำที่”เจ้าแม่เชิ้ตดำ”คนนีทำไว้ อย่าลืมนะ เจ้าแม่เชิ้ตดำคนนี้ เขามีแบ็กดี  ดูเอาสิเวลานี้จัดการอบรบอะไรที่เกี่ยวข้องกับผู้ตัดสิน ต้องใช้สถานที่ที่นั่นกันหมด แล้วไม่มองถึงอุปสรรคในการเดินทางมาของพวกเขาเหล่านั้นหรือ…

มีเสียงบ่นกันหนาหูมาก ถ้าเจ้าแม่….ได้ยินคงจะหูหนวกไปแล้ว อย่างนี้ผู้ใหญ่ในสมาคมต้องหาทางแก้ไข อย่าปล่อยให้”เจ้าแม่เชิ้ตดำ”คนนี้ มาใช้อำนาจในทางที่ผิดๆแล้วมันจะกลายเป็นมะเร็งร้าย ของวงการผู้ตัดสินไทย ซทุกคนฝากความหวังไว้ว่า ผู้ตัดสินฟุตบอลยุคใหม่จะดีกว่าชุดเดิม ผลตอบมันยิ่งร้ายกว่ายุคที่ผ่านมาเสียอีก…..

ล่าสุดผู้ตัดสินระดับฟีฟ่าเด็กในคาถาของ”เจ้าแม่เชิ้ตดำ” เป่าผิดพลาดในฟุตบอลไทยลีกที่ให้จุดโทษกับทีมเจ้าบ้าน ทั้งที่ผู้เล่นของทีมเยือนไม่ฟาวส์เขาเล่นที่บอลชัดเจน แต่กับไปให้เป็นจุดโทษ และมีการประท้วงกันวุ่นวาย เพราะมันมีผลกระทบต่อทีมเยือน อย่างนี้มันมีนัยยะแอปแฝงอะไรบางอย่างหรือไม่….

เจ้าแม่เชิ้ตดำ” ออกมายืดอกสิว่าตัวเองเป็นคนจัดผู้ตัดสินไปทำหน้าที่….ไม่ใช่เล่นบทอีแอบ…เรื่องดีๆเอา แต่เรื่องเน่าเหม็นเผ่นดีกว่าๆๆๆๆ

ฤา ปัจจุบันนี้ “ผู้ตัดสินไทย” จะหมดศักดิ์ศรีกันแล้ว หรือเพียงเพราะว่า กลัวไม่ได้ทำหน้าที่ เลยปล่อยเลยตามเลย..แต่อีกด้านหนึ่งก็เข้าใจ “ผู้ตัดสิน” บางคน เพราะไม่อย่างนั้นจะไม่มีรายได้มาเลี้ยงครอบครัวครับ เพราะดันเรื่องเส้นทางนี้ไปแล้ว
ก็ฝากไปถึง “บิ๊กอ๊อด” เมื่อบ้านตัวเองยังสกปรกอยู่ ก็ควรทำบ้านตัวเองให้สะอาดเสียก่อน แล้วค่อยไปว่าบ้านคนอื่น และไม่ต้องไปนั่งเพ้อเจ้อ เรื่องนั้น เรื่องนี้ ให้เป็นภาพที่สวยงาม

ดังนั้นถ้านโยบายก่อนหาเสียงเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอล ของ “ท่าน” เป็นเพียงแค่ลมปาก เพื่อต้องการสร้างชื่อให้กับตัวเองในด้านกีฬา โดยมีเป้าหมาย “เดินทางสู่พรรคการเมือง” ตามที่มีข่าวลือออกมาก่อนหน้านี้ก็เชิญตามสบาย.. วงการฟุตบอลไทย จะเป็นอย่าไรก็สุดแต่ “บุญกุศลที่ทำมา” เพราะเชื่อว่า “กรุงศรีอยุธยา ไม่เคยสิ้นคนดี “

“คนโบราณ”มีความเชื่อเรื่องการบอกเหตุลางร้าย ลูกหลานก็ยังฟังและปฏิบัติตาม แต่กับเรื่องของ “วงการผู้ตัดสิน” มันเป็นเรื่องจริง แล้วทำถึงยอมปล่อยให้เกิดขึ้นเสื่อมเสียเกิดขึ้นอีก

อย่างน้อยก็ควรสำนึกบุญคุณ “บรรพบุรุษลูกหนังไทย” ที่ทำให้ “ท่าน” มีชื่อเสียงในด้าน “บวก” ดังนั้นสิ่งไหนที่สกปรก โดยเฉพาะ “เจ้าแม่เชิ้ดดำ ก็ควรรีบขจัดออกไปให้เร็วที่สุด ก่อนจะสายเกินแก้..

“เราเตือนท่านแล้ว..”