เผชิญหน้าคนร้าย ต้องใช้ปืนที่ดีที่สุด

7627

ไม่แปลกที่เดอะแซ๊ก-พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร จะได้รับการพิจารณาในการแต่งตั้งโยกย้ายนายพลตำรวจ งวดนี้เป็นผบช.ภ.1เจ้าของรหัสเรียกขานเอราวัณ1

เพราะเป็นนายตำรวจน้องรักบิ๊กแป๊ะ-จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มานานตั้งแต่รั้วสามพราน และยิ่งแนบแน่นเมื่อครั้งบิ๊กแป๊ะไปนั่งเป็นผบช.ภ.9 ส่วนเดอะแซ๊ก เป็นรองผบก.สส.บช.ภ.9อยู่ก่อนหน้า

เมื่อบิ๊กแป๊ะเป็นผบ.ตร. เดอะแซ๊กจึงข้ามทะเลจากสงขลามาเป็นผู้การเมืองชลฯดูแลบ้านลูกพี่ ก่อนขึ้นเป็นรองผบช.น.และกลับไปเป็นรองผบช.ภ.2 ตามลำดับ จนหวุดหวิดจะขึ้นเป็นผบช.ภ.2

วันนี้มาย้อนอ่านเขี้ยวเล็บจับโจรของเดอะแซ๊ก ที่เดอะชัด-พ.ต.อ.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน รองผบก.สรรพาวุธ นักสืบบิ๊กเนม เพื่อนร่วมรุ่น นรต.38 เชื่อมต่อให้ผมได้รู้จักสัมภาษณ์เมื่อครั้งยังเป็นผู้การเมืองชลฯครับ

เดอะแซ๊ก-พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผบก.ภ.จว.ชลบุรี

ก่อนมาเป็นหัวหน้าตำรวจเมืองชล ชีวิตราชการวนเวียนอยู่ในภาคใต้ โดยเฉพาะที่ จ.สงขลา

อยู่ตั้งแต่จบใหม่ๆยศ ร.ต.ต. เป็นรองสว.สส.โรงพักหาดใหญ่ ค่อยๆไต่เต้าเติบโตในพื้นที่ เป็นสวป.สภ.สะเดา สว.หัวหน้าโรงพักปาดังเบซาร์ เป็นสารวัตรสืบภาค 9 เป็นรองผกก.ป.สภ.สะเดา

ขึ้นผกก.ที่สะเดา โยกมาเป็น ผกก.สส.ภ.จว.สงขลา ก่อนขึ้นรองผู้การสืบภาค เป็นหัวหน้าศูนย์สืบ แล้วขึ้นผู้การจังหวัดสงขลาเมื่อปี 57

เจ้าตัวบอก ก่อนนี้ สอบเอง สืบเอง จับเอง เพราะชอบบู๊ กระทั่งมาเห็นท่านวรรณรัตน์ (พล.ต.ท.วรรณรัตน์ คชรักษ์) มาทำคดีไอ้ศักดิ์ ปากลอ ฆ่าหมู่ตระกูลบุญทวี 5 ศพ

ตอนนั้นยังเป็นสารวัตรแผนก 3 คดีฆาตกรรม กก.สส.ภ. 9 ถือท่านเป็นครู เป็นตัวอย่างในการวางแผนสืบสวน ได้หลักการ ได้วิชาการมากขึ้น

นอกจากท่านวรรณรัตน์ ก็มีท่านภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา อีกคนที่เป็นไอดอล

เดอะแซ๊กเล่าให้ฟังว่า ช่วงอยู่ใต้นักเลงเยอะ แต่ต้องรู้ทัน เอาให้อยู่ ไม่มีอะไรซับซ้อน มักจะขัดกันเรื่องการเมืองท้องถิ่น เพียงแต่เขาชอบยิงด้วยอาวุธสงคราม

แล้วพอคดีเกิดส่วนใหญ่จะรู้ตัว เพราะเรามีประวัติ หรือคลุกอยู่กับพวกนี้อยู่แล้ว จะรู้ว่าพวกนี้มีใครเป็นลูกน้องบ้าง และมีประวัติพวกมือปืนรับจ้างที่เราทำไว้ที่ภาค แล้วจะโยงกับภาค 8 มันก็เลยรู้หมด

ส่วนที่ไม่รู้เป็นมือปืนเด็กๆ ก็อาจจะเป็นเรื่องเฉพาะหน้า แต่ถ้าอยู่กับคนดังๆ ก็จะรู้ ไม่ยาก ส่วนใหญ่จะตามจับได้หมด

เมื่อถามถึงเรื่องเขี้ยวเล็บจับโจร ผู้การแซ๊กบอกว่า

ปืนประจำกายที่ใช้ตอนจบใหม่ๆ เป็นลูกโม่ .357 Smith&Wesson Model 686 ลำกล้อง 4 นิ้ว ซื้อตั้งแต่อยู่โรงเรียนนายร้อย พอลงมาทำงานสืบสวนก็ใช้ลูกโม่ที่เบาขึ้น เป็น Smith Chief . 5 นัด

มีประสบการณ์กับ Chief . จนต้องเปลี่ยนมาใช้ Glock 9 มม. เพราะตอนนั้นเป็นสายสืบ มีเหตุคนร้ายกำลังจะเชือดคอตัวประกันในร้านอาหาร ลูกน้องยิงไปก่อนแต่ไม่ถูก

มันเลยถือมีดวิ่งเข้ามา เลยยิงสกัดไปหมดโม่ แต่ยังเอาไม่อยู่ จนมันวิ่งเกือบจะมาถึงตัว มีลูกน้องอีกคนใช้ 11 มม.ยิงนัดเดียวกระเด็นเลย

มีทั้ง Glock 19 และ Glock 26 ซื้อเพราะมันเบา ลูกดก ตอนนั้นกำลังฮิตด้วย ใช้มาตลอด หลังๆเป็นผู้ใหญ่หน่อย ก็มาเปลี่ยน เป็น RUGER .380 ซื้อตอนเป็นรองผู้การสืบภาค คิดว่าเบาและพกซ่อนได้ เลยเอามาใช้

หลักๆ ที่ใช้อยู่ทุกวันที่ติดตัวอยู่ 3 กระบอก แล้วก็มีลูกโม่ North American Arms .22 Magnum ใช้เป็น Backup ไว้่ป้องกันตัว

ส่วนปืนติดรถ ใช้ลูกซอง 5 นัด ยี่ห้อ Remington ครูหม่อม พล.อ.ม.ล.ทศนวอมร เทวกุล ณ อยุธยา ท่านสอนเสมอ ให้เอาอาวุธที่ดีที่สุดใช้ในการเผชิญหน้าคนร้าย ก็คือปืนลูกซองนี่แหละ ยิงปะทะเอาอยู่ เพราะมันมาที 12 ลูก มันต้องโดนสักนัด

ปืนลูกซองมีประโยชน์มากเวลาปะทะสู้กัน ใช้ล้อมจับโจรได้ผลดี อยู่ทางใต้ก็ใช้หลายครั้ง ส่วนใหญ่ยิงขู่มากกว่า

หลักการใช้ปืน ก็มีกฎแห่งความปลอดภัย การส่งปืนครูหม่อมบอกต้องเอาซองกระสุนปืนออก ส่งเฉียงๆ นี่สำคัญ ไม่เล็งปืนไปที่คน ถ้าจะยิงก็ต้องมีกฎของความปลอดภัยอันดับแรก

แล้วต้องรู้ศักยภาพของปืน ว่าปืนอันนี้เหมาะสมกับอะไร ไม่ใช่ว่ามีปืนก็จะเข้าไปเลย ต้องดูประสิทธิภาพปืนเป็นหลัก

เวลาเข้า ก็ต้องเข้าตามยุทธวิธี คงไม่ทะเล่อทะล่าเข้าไป คงไม่แบบสมัยก่อน

มีลูกน้องเก่งๆ ก็ส่งไปฝึก เราเป็นผู้บริหารแล้ว คงไม่ไปยิงเอง ยกเว้นเหตุซึ่งหน้าหรือป้องกันตัว

Cop’s Magazine Vol.10 No.113 2016.01

ปัจจุบันตำแหน่ง ผบช.ภ.1