เผย หนุมาน กองปราบ ชาร์จจับ ผอ.โจร

34723

สำหรับเบื้องหลังการจับกุมนายประสิทธิชัย เขาแก้ว โจรชิงทองฆ่า3ศพ ลพบุรี

มีรายงานว่า ภายหลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป. และ พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ ผกก.สสน.บก.ป. นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการกองปราบฯ ลงพื้นที่สืบสวนสอบสวนแกะรอยผู้ต้องหา

จนกระทั่งประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีของกองปราบฯได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดีว่าคนร้ายที่น่าจะก่อเหตุดังกล่าวน่าจะเป็น นายประสิทธิชัย เขาแก้ว หรือกอล์ฟ อายุ 38 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนโพธิ์ชัยสิงห์บุรี

จึงได้ดำเนินการพิสูจน์ทราบพร้อมกับรวบรวมพยานหลักฐานโดยใช้เวลาสืบสวนประมาณ 7 วัน จนพบหลักฐานหลายอย่าง

โดยเฉพาะอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุที่เกี่ยวพันกับ นายประสิทธิชัย พร้อมกับหลักฐานอื่นๆเชื่อมโยงว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุดังกล่าว

ได้ประสานให้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลอาญาออกหมายจับ เมื่อค่ำวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อทราบตัวผู้ก่อเหตุแน่ชัดประกอบกับศาลออกหมายจับแล้ว พล.ต.ต.จิรภพ สั่งการให้ พ.ต.อ.วิจักขณ์ นำเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.สนับสนุน บก.ป. หรือ ชุดปฏิบัติการพิเศษ “หนุมาน กองปราบ “ ตามแกะรอย

จนทราบว่าผู้ต้องหามีบ้านพักอยู่ในพื้นที่ จ.ลพบุรี จะขับรถเดินทางไปสอนหนังสือที่โรงเรียนโพธิ์ชัยสิงห์บุรี จ.สิงห์บุรี ในช่วงเช้าของวันนี้ (22 ม.ค.)

เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ หนุมาน กองปราบ จำนวน 15 นาย พร้อมอาวุธครบมือ ร่วมกับเจ้าหน้าที่กก.2 – กก.3 บก.ป.ใช้รถประมาณ 10 คัน เฝ้าสังเกตุการณ์

กระทั่งเห็นนายประสิทธิชัย ขับรถเก๋ง บีเอ็มดับเบิ้ลยู รุ่นซีรีย์ 5 สีดำ ทะเบียน 7กณ493 กรุงเทพมหานคร ได้ขับรถสะกดรอยติดตามจนพิสูจน์ทราบว่าคนในรถคือนายประสิทธิชัย

เมื่อขับไปจนถึงบริเวณทางหลวงสาย 311 ต.ท่าวุ้ง อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี เจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้ขับรถปาดหน้าแสดงตัว หน่วย หนุมาน กองปราบ 15 นาย พร้อมอาวุธหนักครบมือล้อมรถบุกจู่โจมชาร์จจับกุมเอาไว้ได้

จนนายประสิทธิชัย ไม่ทันตั้งตัวและไม่ขัดขืนหรือต่อสู้เจ้าหน้าที่แต่อย่างไรเพราะตั้งตัวไม่ติด

จากการตรวจค้นภายในรถไม่พบปืนที่ใช้ในการก่อเหตุ แต่พบกระสุนปืน 9 มม. ขนาดเดียวกันกับที่ก่อเหตุ อยู่ภายในรถจำนวนหลายนัด ได้ยึดไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นจึงควบคุมตัวไปยังสถานีตำรวจท่องเที่ยวลพบุรี เพื่อสอบสวนปากคำเพื่มเติม

มีรายงานด้วยว่า จากการสอบสวน นายประสิทธิชัย ให้การรับสารภาพ

สาเหตุที่ลงมือก่อเหตุเพราะรู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิต ต้องการหาความท้าทาย ตื่นเต้น เพื่อชีวิตจะได้มีสีสัน

นอกจากนี้ยังรู้ตัวดีว่าหลังก่อเหตุจะต้องถูกตำรวจตามจับกุมตัวได้อยู่แล้ว

ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุ เป็นปืนยี่ห้อ ซีแซต รุ่น เอสพี 01 เป็นปืนของพ่อที่เป็นอดีตตำรวจ หลังจากก่อเหตุเสร็จได้นำไปคืนพ่อเมื่อวันที่ 10 ม.ค.

ส่วนรถจักรยานยนต์ ฟีโน่ สีแดง รุ่นปี 2008 เป็นรถของพ่อตายืมมาเพื่อใช้ในการก่อเหตุด้วยเช่นกัน และขณะนี้รถคันดังกล่าวได้นำไปคืนให้กับพ่อตาแล้ว

อย่างไรก็ตาม แม้คำให้การของผู้ต้องหาจะเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีแต่เจ้าหน้าที่ยังไม่เชื่อคำให้การในบางส่วน จากนี้จะเค้นสอบอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริง ก่อนจะเตรียมนำตัวไปแถลงที่ สตช. ในวันพรุ่งนี้ต่อไป

ด้าน พล.ต.ต.จิรภพ กล่าวว่า ส่วนหนึ่งของการแกะรอยหาเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมคนร้ายได้นั้น ต้องขอขอบคุณ ประชาชนชาวบ้าน ที่ให้ความร่วมมือช่วยแจ้งเบาะแสผู้ต้องสงสัยต่างๆ

ในส่วนนี้กองปราบเองได้เปิดกว้างและให้ความสำคัญเสมอมาอยู่แล้ว จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมากองปราบมีการเปิดช่องทางติดต่อกับประชาชนผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ไม่ใช่เฉพาะคดีนี้ คดีเเดียว แต่ยังรวมไปถึงคดีอื่นๆอีกด้วย

ล่าสุด พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผบช.ก. เดินทางลงพื้นที่ จ.ลพบุรี และจ.สิงห์บุรี เข้าควบคุมการสืบสวนขยายผลและหาหลักฐานและพยานเพิ่มเติม เพื่อประกอบสำนวนการสอบสวนอีกทางหนึ่งด้วย