แจ้งข้อหาฆ่าคนตาย เสี่ยเบนซ์ เมาขับ

554

รอง ผบ.ตร.รุดแจ้งข้อหาฆ่าคนตายฯ เสี่ยเมาซิ่งเบนซ์ชนรถ รอง ผกก.ตาย 2 เจ็บสาหัส 1

กรณี นายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 57 ปี ผู้บริหารบริษัท ไทยคาร์บอนแอนด์กราไฟต์ จำกัด ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ มีอาการเมาสุราขณะขับรถเก๋ง ยี่ห้อเบนซ์ รุ่น อี 250 สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ษฮ 789 กรุงเทพมหานคร

เฉี่ยวชนรถเก๋งยี่ห้อซูซูกิ รุ่นสวิฟท์ สีขาว ทะเบียน 2กก 3653 กรุงเทพมหานคร บริเวณซอยงามธรรมชาติ ถนนทวีวัฒนา-กาญจนาภิเษก แขวงและเขตทวีวัฒนา

เป็นเหตุให้ พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล รอง ผกก.(สอบสวน) กก.2 บก.ป.คนขับรถเก๋งซูซูกิคู่กรณีเสียชีวิตทันทีในจุดเกิดเหตุ ส่วน นางนุชนาถ งามสุวิชชากุล อายุ 44 ปี ภรรยาและ บุตรสาวอายุ 16 ปี บาดเจ็บสาหัส

ต่อมา นางนุชนาถ เสียชีวิตที่ รพ.ราชพิพัฒน์ รวมเป็น 2 ศพ

ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 12 เม.ย. ที่ สน.ศาลาแดง พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.ในฐานะโฆษก ตร. เข้าร่วมสอบปากคำ นายสมชายผู้ต้องหาในคดีนี้ด้วยตนเอง

โดย พล.ต.อ.วิระชัย เปิดเผยว่า จากการสอบสวน นายสมชาย ยอมรับเบื้องต้นว่า ก่อนเกิดเหตุไปเล่นกอล์ฟ ที่สนามไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ มีการดื่มเบียร์กับเพื่อนร่วมก๊วนไป 4-5 ขวด

กระทั่งเวลาประมาณ 23.00 น.หยุดดื่ม แยกย้ายกันกลับแล้วขับรถออกมาจากนั้นก็ไม่รู้สึกตัว กระทั่งมารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนถุงลมนิรภัยทำงาน ซึ่งก็ได้เกิดอุบัติเหตุไปแล้ว

“คดีนี้นอกจากจะแจ้งข้อหาแก่ นายสมชาย ในความผิดฐาน ขับรถในขณะเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่น และขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตามและมีผู้ได้รับบาดเจ็บแล้ว

ยังจะแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยเจตนา อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 มีอัตราโทษ จำคุกตั้งแต่ 15 ปีถึง 20 ปีหรือจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต แก่นายสมชายด้วย

เนื่องจากพนักงานสอบสวนพิจารณาแล้วควรแจ้งข้อหาหนักเอาไว้ก่อน จากนั้นขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่จะรวบรวมให้ได้มากที่สุด โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลว่าจะลงโทษ นายสมชายในสถานใด

ซึ่งจะควบคุมตัว นายสมชาย ส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดตลิ่งชันดำเนินการตามกฎหมายภายในวันนี้” พล.ต.อ.วิระชัย กล่าว

ทั้งนี้ทางพนักงานสอบสวน สน.ศาลาแดง ได้แนบเอกสารพฤติการณ์ของ นายสมชาย ไปยื่นต่อศาลเพื่อแจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยเจตนา” ตามที่ระบุดังนี้

การที่ผู้ต้องหาสมัครใจดื่มสุราโดยรู้ว่าเป็นของมึนเมาแล้วจะทำให้ตนเองนั้นมึนเมา และดื่มเป็นจำนวนมากมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 260 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

เป็นเรื่องที่ย่อมรู้ได้อย่างแน่นอนว่า จะเกิดผลขึ้นคือ ความมึนเมาจนถึงขั้นหมดสติหรือจำเหตุการณ์ไม่ได้ หรือสูญเสียความสามารถในการควบคุมร่างกาย หรือควบคุมกล้ามเนื้อไม่ได้ ทั้งที่ตนเองจะต้องขับรถเดินทางกลับบ้าน

การที่ผู้ต้องหารู้ว่าตนเองมึนเมาสุราอย่างหนักจนไม่สามารถควบคุมร่างกาย และกล้ามเนื้อได้ยังฝืนขับรถออกมาในถนนสาธารณะที่มีประชาชนใช้ร่วมกันอยู่เป็นจำนวนมาก ในเวลากลางคืน

ผู้ต้องหาย่อมรู้แล้วว่า จะต้องเกิดอุบัติเหตุ รถเฉี่ยวชนกับรถของคนอื่นอย่างแน่นอน

ในสภาวะที่ผู้ต้องหาไม่สามารถควบคุมร่างกายหรือกล้ามเนื้อได้เหมือนคนปกติ และไม่สามารถตัดสินใจได้เหมือนคนปกติ ไม่สามารถมองเห็นและตอบสนองได้เหมือนคนปกติ

ประกอบทั้งมีอาการง่วงซึม และปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายช้าลง การตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้ช้าลง และสมองสั่งการมายังส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ช้าลง

แต่ผู้ต้องหาก็ยังฝ่าฝืนขับรถออกมาในถนนสาธารณะ โดยขับมาได้เพียง 400 เมตร ก็เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนโดยขับรถเข้าไปในช่องทางของรถที่สวนทางมา

จนทำให้รถที่สวนทางมาไม่อาจหลบหลีกไปทางอื่นได้เพราะมีเพียงแค่สองช่องทางการจราจรเท่านั้น เป็นเหตุให้ผู้ที่ขับรถสวนทางมาถึงแก่ความตายทั้งสองคน

พฤติการณ์ที่เกิดเหตุดังกล่าว เป็นพฤติการณ์ที่ผู้ต้องหาได้ยอมรับผลที่เกิดขึ้นไว้ล่วงหน้าแล้ว ตั้งแต่เริ่มขับรถออกมาบนถนนสาธารณะ

นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังขับรถด้วยความเร็วสูง โดยพิจารณาได้จากร่องรอยการเฉี่ยวชนซึ่งรถทั้งสองคันได้รับความเสียหายอย่างมากประกอบกับในที่เกิดเหตุไม่มีร่องรอยที่ผู้ต้องหาได้เบรครถที่ตนเองขับมาด้วยความเร็ว ทั้งที่จุดเกิดเหตุอยู่บนกลางสะพานสูง

เมื่อพิจารณาถึงพฤติเหตุ พฤติการณ์ และลักษณะแห่งการกระทำรวมถึงผลของการกระทำที่เกิดขึ้นผู้ต้องหา ย่อมไม่อาจเอาความมึนเมานั้นขึ้นเป็นข้อแก้ตัวได้ว่า ไม่สามารถรู้ผิดชอบหรือไม่สามารถบังคับตนเองได้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 66

จึงถือว่าผู้ต้องหามีเจตนาฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยเจตนา อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 มีอัตราโทษ จำคุกตั้งแต่ 15 ปีถึง 20 ปีหรือจำคุกตลอดชีวิต