โจร(เกือบ)กระจอกที่ลำปาง

1010

อาชญา(ลง)​กลอน

ธนก บังผล

หายไปนานด้วยอุปสรรคหลายอย่างครับ​ แต่ก็คิดว่าถึงปีใหม่แล้วน่าจะมีอะไรมาเขียนสักหน่อย​ รับรองได้ว่าคดีนี้สนุกครับ
เรื่องเกิดที่ลำปาง​ คือหลายเดือนมานี้คนลำปางต้องเบื่อๆเซ็งๆเพราะถูกมิจฉาชีพรายหนึ่งตระเวนก่อเหตุทำทีเป็นยืมเงินชาวบ้านไปทั่ว​
อ้างว่าเป็นลูกตำรวจบ้าง​ เป็นลูก​ สจ.คนดังบ้าง​ อ้างว่าทำงานที่คลังน้ำมันบ้าง​ หรือแม้กระทั่งอ้างรอเพื่อน​
จุดประสงค์ของมิจฉาชีพรายนี้คือหลอกเอาเงินแบบเนียนๆ​ บางคนโดนไป300​ บาท​ บางคน​ 600​ บาท​ บางคนก็หมดไปเป็นพันบาท​
บางวันเที่ยวหลอกอยู่ในพื้นที่3-4ราย​ ได้เงินไป​3-4พันบาทก็มี​ จนชื่อเสียงเป็นที่กล่าวขวัญกันในเพจ​ Lampang​ City มีลูกเพจมากกว่า​ 2​ แสนคน​
แม้ชื่อเสียงจะเลื่องลือแต่หลายคนที่ไม่มีเฟซบุ๊กก็มักจะตกเป็นเหยื่อให้หลอกได้เสมอ​ 
มิจฉาชีพนายนี้ชื่อ​ วิทยา​ อายุ​ 37 ปี​ สืบค้นประวัติอาชญากรแล้วก็พบว่าก่อเหตุมาอย่างโชกโชน
​ก่อนหน้านี้เคยถูกจับที่​ กทม.​ ข้อหาฉ้อโกงตั้งแต่ปี​ 2558  พอออกจากคุกกลับมาอยู่ลำปาง​ ก็เริ่มอาละวาดอีกครั้ง​ 
สาเหตุที่นายวิทยา​ หรือฉายา​ “หนุ่มแห้ง” หลอกชาวบ้านได้อยู่เรื่อยๆโดยไม่มีใครไปแจ้งความ
เพราะ​บางครั้งเหยื่อถูกหลอกแค่​ 300​ บาท​ บางทีไปหลอกกินฟรีตามร้านลาบข้างทาง​ ค่าอาหารค่าเบียร์​ 280  บาท​ เจ้าทุกข์ถือว่าทำบุญ​ ไม่อยากเสียเวลาขึ้นโรงพักดำเนินคดี
นั่นยิ่งทำให้มันได้ใจ​ 
ไอ้หนุ่มแห้งคนนี้ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะในการก่อเหตุ​ หนักเข้าเริ่มขยายวงจาก​ อ.สบปราบ​ มาก่อเหตุ​ อ.เมือง​ และ​ อ.เกาะคา​ เหยื่อบางรายอยู่ไกลถึง​ จ.ลำพูน
ผู้เสียหายส่วนมากเป็นผู้สูงอายุ​ หรือไม่ก็ผู้หญิง​ มันตั้งใจหลอกคนบ้านๆซื่อๆ​
หลายรายยืนยันว่าคำพูดคำจาของมันนั้นลื่นน้ำไหลไฟดับลิงหลับได้เลยละกัน​ สารพัดจะอ้างจนควักเงินที่อยู่ในกระเป๋าให้ไปอย่างงงๆ​ 
ทีแรกผมตามคดีนี้ด้วยคิดว่าง่าย​ หมายความว่าดูจากพฤติกรรมและที่อยู่แล้ว​ ตำรวจจับไม่ยากแน่นอน​ 
ตามถึงบ้านใน​ อ.สบปราบ​ จ.ลำปาง​ ก็พบว่ามันอยู่กับแม่​ และแม่เองก็เหมือนจะให้ความร่วมมือแบบขอไปที​ เราก็เข้าใจได้
 
ไอ้หนุ่มแห้งเหิมเกริมหนักข้อขึ้นทุกวัน​ มีผู้เสียหายถูกหลอกวันละ​ 1,000บาทเป็นอย่างน้อย​
อย่างที่ผมบอกนั่นละครับ​ ผมมันน่าจะจับยาก​ แต่ทำยังไงก็จับไม่ได้สักทีจนชาวบ้านเอือมระอา​ ถ้าใครอยู่ในเพจ​ Lampang​ City​ ได้อ่านเตือนภัยก็คงพอจะรู้ทันบ้าง
แต่สำหรับชาวบ้านทั่วๆไปแล้ว​ มันมองเป็นเหยื่ออันโอชะเลยทีเดียว
เรื่องดังไปเข้าหูนายตำรวจระดับ​ รองผู้บังคับการ​ จ.ลำปาง​ ลงมากำชับให้​ สภ.​สบปราบ​ เร่งรัดดำเนินคดี​ มีเจ้าทุกข์เข้าร้องเรียนเพียง​ 3-4​ ราย​ เท่านั้น​ 
เพราะเหยื่อที่ถูกหลอกเป็นเงินไม่มากแต่หลายคน​ มันจึงลอยนวลไปเรื่อยๆ
ในที่สุดเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา​ สภ.สบปราบ​ ก็ออกหมายเรียกครั้งแรก​ โดยรอ 14​ วันเพื่อจะออกหมายเรียกอีกครั้ง
ระหว่างนั้นผมได้ข้อมูลจากเหยื่อที่ถูกมันหลอกหลายคน​ จำนวนเงินมันเริ่มมากขึ้น​ จากเดิมแค่​ 300​ บาท​ หาเหยื่อสัก​ 2-3​ คนต่อวัน​ มันเริ่มหลอกทีละ​ 1,000บาท​ เอาแค่วันละ​ 1-2​ รายพอ​ 
ด้วยกระบวนการทางกฎหมายมันค่อนข้างชักช้า​ ไอ้หนุ่มแห้งย่ามใจเข้ามาในเมืองในช่วงปีใหม่​
คราวนี้มีเบาะแสจากเหยื่อเพิ่มมากขึ้น​ แต่ก็เหมือนมันดวงดีรอดไปได้ทุกราย​ เพราะหมายจับยังไม่ออก
วันที่​ 3​ ม.ค.​ ช่วงเช้า​ มันออกก่อเหตุอีกครั้ง​ เจอนักท่องเที่ยวกำลังรอขึ้นรถ​ มันรีบอาสาไปส่งที่สถานีรถไฟลำปาง​ เหยื่อหลงคิดว่าเจอคนดีศรีล้านนา เห็นน้ำมันรถจักรยานยนต์น้ำมันใกล้หมดเลยเติมให้ก่อนเป็นสินน้ำใจ​ 
แต่คราวนี้มันไม่ได้หวังเงิน​ 
ไอ้หนุ่มแห้งไปส่งที่สถานีรถไฟแล้วทำทีว่านัดแฟนไว้​ ขอยืมมือถือโทรหาแฟน​ นักท่องเที่ยวตายใจยื่นให้​
มันบึ่งรถออกไปทันที​ จนนักท่องเที่ยวรายนั้นตะโกนโวยวายเรียกให้ชาวบ้านช่วย​ 
เช้าๆของวันที่​ 3​ ม.ค.​ ในเมืองลำปาง​ เจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่งประจำการเลยครับ​ เขาจำเลขทะเบียนรถได้​ จึงดักสกัดจับทันที
ดูสิครับ​ หลอกเขามาได้ทั้งอำเภอเพื่อมาเจอมือถือนักท่องเที่ยวแค่เครื่องเดียว
​ในที่สุดไอ้หนุ่มแห้งเกมแบบตำรวจ​ สภ.สบปราบ​ ไม่ต้องออกแรงอะไรให้เหนื่อย​ 
พนักงานสอบสวน​ สภ.สบปราบ​ บอกว่า​ พอถูกจับก็ส่งเข้าเรือนจำทันที​ ต่อจากนี้ก็เตรียมสำนวนยื่นให้ศาลพิจารณาทีละคดี​ เพื่อมันจะได้โดนลงโทษแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย
ผมตามคดีนี้มาสรุปได้ว่า​ คนเหนือนั้นใจดีเกินไปครับ​ หลายครั้งเขาคิดว่าให้ๆมันไป​ ขี้เกียจขึ้นโรงขึ้นศาล
​เงินแค่นี้​(ให้หมามันกิน) และเพราะเงินมันน้อยบางทีตำรวจก็ไม่อยากจะเสียเวลาเช่นกัน
แต่มิจฉาชีพซึ่งเป็นคนลำปางนี่ละครับที่ผมเห็นผมเจอมาแล้ว​ แสบมาก​ เอาความใจดีของคนอื่นมาเป็นจุดอ่อนเที่ยวหลอกจนน่ารำคาญ
 
ทีแรกคิดว่าจะได้ลงพื้นที่ร่วมจับไอ้หนุ่มแห้งเองสักหน่อย​ มาเจอมันตายน้ำตื้นอย่างนี้ วัยรุ่นเซ็งเลยครับ
​