โรนัลโด้ เอฟเฟ็กต์

 

จู้กหู้กกู้กราบสวัสดี

คงปฏิเสธไม่ได้หรอกว่า การกลับมาพรีเมียร์ลีกอีกครั้งของซุปเปอร์สตาร์อย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มันสร้างแรงกระเพื่อมมหาศาลให้เกิดขึ้นกับพรีเมียร์ลีก

โดยเฉพาะเป็นการย้ายกลับมาถิ่นเก่าอย่างแมนยู

ทั้งๆที่ก่อนหน้า 1 วันมีข่าวว่าทีมอริร่วมเมืองอย่างแมนซิตี้สามารถปิดดีลได้แล้ว

ในโพสต์นี้ก็เลยอยากจะพูดถึงเรื่อง โรนัลโด้เอฟเฟ็กต์ หรือสิ่งที่เกิดขึ้นจากการที่โรนัลโด้ย้ายกลับมาอยู่กับแมนยูอีกครั้ง

อย่างแรกที่เห็นอย่างชัดเจนก็คือ การชิงพื้นที่สื่อ อันนี้ชัดเจนมากๆ เพจฟุตบอลแทบทุกเพจลงแต่ข่าวโรนัลโด้กันมา 2 วันแล้ว

ยิ่งเกมพลิกว่ากลับมาอยู่กับทีมที่ปลุกปั้นเค้าขึ้นมาอย่างแมนยู ก็ยิ่งทำให้ความน่าสนใจมันสูงขึ้นไปอีก  แน่นอนว่าเรื่องนี้มันดีกับทุกๆฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะแมนยู

เรื่องต่อมาคือ กระแสของแมนยู รวมถึงกระแสของพรีเมียร์ลีกด้วย

โรนัลโด้ถือเป็นนักเตะที่มีแฟนบอลชื่นชอบมากที่สุดคนหนึ่งของโลก อาจจะพูดว่ามากที่สุดในโลกได้เลยด้วยซ้ำ ถ้าวัดการตามยอดผู้ติดตาม

การที่นักเตะระดับนี้ย้ายมาเล่นให้กับแมนยู ย้ายมาเล่นที่พรีเมียร์ลีก มันจะทำให้พรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้น่าสนใจมากขึ้น

มันจะทำให้แฟนฟุตบอลจำนวนมาก แห่ตามมาดูพรีเมียร์ลีกมากขึ้น จากเดิมทีก็เป็นที่นิยมอยู่แล้ว

สำหรับแมนยู นอกจากพวกเค้าจะได้นักเตะที่รักกลับมา แน่นอนว่าพวกเค้าจะได้เรื่องการตลาดด้วยคงบอกเป็นตัวเลขได้ยากจริงๆ

แต่ก็พอเดาได้ว่ามันจะมหาศาล ดีลนี้จะทำเงินให้กับแมนยูได้เยอะมากๆ

หากเราจะยกวลีเด็ดที่ว่า “แค่ขายเสื้อก็คุ้มแล้ว” มาใช้ เราเห็นกรณีแบบนี้เกิดขึ้นแล้ว ในวันที่เมสซี่เปิดตัวกับเปเอสเช ล่าสุดหุ้นขึ้นทันที 8%

โรนัลโด้เอฟเฟ็กต์ ยังไม่จบอยู่แค่นั้น มันยังส่งผลถึงทีมอื่นๆในพรีเมียร์ลีก โดยเฉพาะ ทีมอริอย่างลิเวอร์พูล

สำหรับแฟนลิเวอร์พูล สิ่งหนึ่งที่ห็นก็คือ การเสริมทัพของแมนยู ที่ปิดท้ายด้วยการคว้าตัวนักเตะระดับโรนัลโด้มาร่วมทีมในซัมเมอร์นี้นั้น

สร้างความ “อิจฉาตาร้อน” ให้กับแฟนลิเวอร์พูลอยู่พอสมควร

แต่มันเป็นความอิจฉาในอีกรูปแบบหนึ่ง คือไม่ได้อิจฉาที่แมนยูได้โรนัลโด้

ไม่ได้อิจฉาที่ได้วาราน หรือซานโช่

แต่อิจฉาเพราะว่าทีมลิเวอร์พลูกลับไม่มีบิ๊กดีลให้เห็นเลยในซัมเมอร์นี้

นับตั้งแต่วันที่ตลาดเปิดจนถึงวันนี้ ลิเวอร์พูลก็ยังคงได้นักเตะใหม่เพียงแค่คนเดียวคือ โคนาเต้

เมื่อหันไปมองทีมอื่นๆ ยิ่งหันไปมองทีมคู่แค้นอย่างแมนยู ก็ได้แต่นั่งตาร้อนเบาๆ “ทำไมเราไม่มีบิ๊กดีลบ้าง” 555+

แต่…มันก็ไม่แย่ในที่เดียวเมื่อเกมกับวูล์ฟแฮมป์ตันนัดที่ผ่านมา

เห็นฟอร์มของ เฟร็ด เหมือนเดิมตามที่ จู้กหู้กกู้เคยกล่าวไว้ บราซิลเสินเจิ้น…

เฟร็ด กองกลางตัวรับทีมชาติบราซิลของผีแดงด้วย

เพราะตลอดทั้งเกม แฟนๆผีแดงคงเอือมระอาไม่น้อยกับ การเห็นนักเตะบราซิล (ชาติที่ขึ้นชื่อเรื่องการสร้างนักบอล) วิ่งล้มหัวหกก้นขวิดในการหยุด ปีกรถถัง อดาม่า ตราโอเร่

จริงอยู่ที่เขาเป็นนักเตะเกมรับ อาจจะไม่ได้เชี่ยวชาญทางเทคนิคชนิดจัดจ้านแบบดาวเตะจอมลีลาอย่าง โรนัลดินโญ่ หรือ เนย์มาร์

แต่เมื่อลองจับ เฟร็ด ไปเทียบกับ ดาวเตะในตำแหน่งใกล้เคียงอย่าง ฟาบินโญ่, คาเซมิโร่ หรือ เฟอร์นานดินโญ่

เชื่อว่าแฟนบอลส่วนใหญ่คงพอเข้าใจถึง คลาสฟุตบอลแซมบ้าที่หายไปจากกองกลางผีแดงผู้นี้

อาการเลี้ยงกินตัวไม่เป็น สับขาไม่คล่อง ส่งไกลไม่ตรง…….รวมกับฟอร์มล้มลุกคลุกฝุ่นเมื่อวานนี้

ทำให้จู้กหู้กกู้กคิดถึงความเป็นบราซิลพันธุ์เสินเจิ้นขึ้นมาทันที

ฮา