ได้ดีทุกวันนี้ เพราะตั้งใจทำดี

1162

 

เม่นเล็กพล...สันติ ชัยนิรามัย ผู้การสืบใหญ่นครบาลคนปัจจุบัน

สมัยผมยังเป็นนักข่าวอยู่กองปราบฯ ตอนนั้น เม่น เป็นสว..5กก.2.หรือสารวัตรคอมมานโด คนสุดท้าย ในยุค วินัย ทองสอ เป็นผู้การกองปราบ

มีผลงานจับกุมคดีสำคัญหลายต่อหลายคดี แม้แต่สมคิด พุ่มพวง ก็อยู่ในทีมจับด้วย

วันนี้ สารวัตรเม่น ติดยศนายพลเป็นผู้การแล้ว มาย้อนอ่านเรื่องพระเรื่องเจ้าที่เขานับถือเมื่อครั้งยังเป็นรองผู้การกองปราบฯที่ผมได้บันทึกไว้อีกครั้งกันครับ

ได้ดีทุกวันนี้ เพราะตั้งใจทำดี
        

รองเม่น-พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย  นรต.48
                     
จากเด็กหาดใหญ่ก้าวเข้าสู่รั้วนายร้อยตำรวจสามพราน จบออกมาก้าวไปหาประสบการณ์ในภาคอิสาน
ด้วยการอยู่ในชุด “พิรุณ”ของสภ.อ.เมืองอุดรธานี ที่มีสารวัตรแซม-พ.ต.ท.เหิมหาญ มีสะอาด นรต.36 ผู้ล่วงลับบ่มเพาะวิชา
มี ปัญญา มาเม่น รองผบก.ภ.จว.
อุดรธานีในขณะนั้น กำกับดูแลฟูมฟักอีกชั้น                       
                    
ชีวิตราชการดุเดือดสุดตอนช่วงประกาศสงครามยาเสพติด
ก่อนได้รับโอกาสข้ามห้วยโยกมาเป็นสารวัตร ผ.5 กก.2ป. หรือสารวัตรคอมมานโดกองปราบปรามคนสุดท้ายก่อนปรับโครงสร้าง
 
จากนั้นใช้ประสบการณ์ร่วมทำงานกับยอดฝีมือนักสืบอย่าง อัศวิน ขวัญเมือง วินัย ทองสอง จักรทิพย์ ชัยจินดา ปิดจ๊อบคดีอุกฉกรรจ์สำคัญมากมาย                                         
                           
คุยกันเรื่องพระเรื่องเจ้า เครื่องรางที่ใช้ติดตัวตะรอนปราบโจร รองเม่นบอกว่า  
                         
ผมไม่ใส่มานานแล้ว ตั้งแต่แรกเลย ใส่แล้วรู้สึกมันเคืองๆ เลยไม่ใส่ แต่พระที่มีคนให้จะเก็บไว้
                         
สมัยที่จบใหม่ๆ ทำงานด้านสืบสวนปราบปราม ก็มีวิสามัญฯคนร้ายบ้าง คิดว่าเราทำตามหน้าที่ ทำให้บ้านเมือง
คิดว่าเวลาไปจับกุมคนร้าย สิ่งศักดิ์สิทธิ์น่าจะคุ้มครอง เชื่อในการที่เราตั้งใจทำตามหน้าที่ด้านนั้นมากกว่า พระก็จะคุ้มครองเรา
                           
มาเริ่มสวดมนต์ ตอนที่เข้าโรงเรียนสารวัตร ประมาณปี 44 หลังจากนั้นก็เริ่มมาเรื่อย
ตอนแรกก็สวดมงกุฎพระพุทธเจ้า แต่บทสวดจะยาว ก็นานๆครั้ง เอาเวลาเช้าสวด เพราะผมตื่นตั้งแต่ตี 5 จนเดี๋ยวนี้ท่องชินบัญชร ท่องชัยมงคลคาถา พาหุงมหากา ทุกเช้า ท่องได้เลย
ส่วนคาถาจับโจร ไม่มีครับ แต่ใช้บทพาหุงมหากา ถือว่าเป็นที่สุดแล้ว
สำหรับพระคาชินบัญชร ปฏิบัติอย่างนี้ทุกเช้า ทำมาประมาณ 14-15 ปี  ตอนนั้นยศน่าจะ ร.ต.อ.ขึ้น พ.ต.ต. 
คือมีจุดที่คิดว่าเราทำความดี ทำประโยชน์ให้ชาติบ้านเมือง ให้แผ่นดิน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เรายึดเหนี่ยวจิตใจ มีหลักทางพระพุทธศาสนา…
                   
อดีตสารวัตรคอมมานโดเล่าให้ฟังต่อว่า ในห้องทำงานจะมีพระประธานอยู่ 1 องค์  เป็นพระพุทธจำลองพระประธานวัดหน้าพระเมรุ อยุธยา
 (พระพุทธนิมิตรวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญบรมไตรโลกนาถ เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องใหญ่  สันนิษฐานว่าได้รับการปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง)
ได้มาเมื่อประมาณปี 54  ตอนเป็น ผกก.สืบบก.น.2 เวลาย้ายไปไหนจะนิมนต์ท่านไปด้วย           
                         
ที่บูชาองค์นี้ เพราะผมไปบ่อยวัดนี้ หากไปอยุธยา จะแวะไปที่วัดนี้ เพราะเป็นวัดที่ยังคงสภาพสวยงาม 
เป็นวัดที่ไม่ถูกทำลายสมัยที่เสียกรุงศรีฯ มีศิลปะ พระพุทธรูปสวยงามมาก เป็นคนที่ชอบลักษณะทางพุทธศิลป์เวลาว่างจากทำงานจะไปทำบุญ ส่วนมากไปทำบุญตามจังหวัดต่างๆ บางทีเสาร์-อาทิตย์ ก็ไปเรื่อย
ช่วงที่เป็นผกก.4 บก.ป. ดูแลพื้นที่ภาคเหนือ ได้มีโอกาสทำบุญเยอะ ไปตามวัดที่เชียงใหม่ ไปถวายสังฆทาน ไปไหว้พระประธาน ไปไหว้เจดีย์  เพราะชอบทำบุญ ทำแล้วสบายใจ
                  
เชื่อเรื่องเวทมนต์คาถาอยู่บ้าง เพราะว่าอาจารย์ดีๆ ผมว่าเป็นเหมือนเป็นศาสตร์อย่างหนึ่ง
ไปทำบุญเจออาจารย์ตามวัดไกลๆ วัดป่าอะไรนี่ ก็จะได้เครื่องรางของขลังจากท่านมาเยอะ ส่วนมากจะเก็บไว้
แต่ก็มีที่ท่านจะเป่ากระหม่อมอย่างเดียว อะไรประมาณนั้น แต่สัก นี่ไม่มี ไม่เอาเลย
                          
หลักในการทำงานปรามปรามคนร้าย กับเรื่องของพุทธศาสนา มีหลักส่วนตัว คือ ทำในสิ่งที่ดี เห็นว่าดี 
ช่วงหลังก็ต้องแฝงเรื่องความเมตตาไว้ด้วยบางส่วน แทรกไป เพื่อมาใช้ในการพิจารณา แต่ละเรื่องว่าเราจะทำอะไร อย่างไร

ถ้าเราทำดี คิดดี ก็จะสะท้อนกลับมาให้เราได้ดี และจะสอนน้องๆ ด้วยว่า  ที่เราได้ดีทุกวันนี้ เพราะตั้งใจทำดี

ออกญาบุรีรัมย์

Cop’s Magazine Vol.11 No.125     2017.01

ปัจจุบันยศ พล.ต.ต. ตำแหน่ง ผบก.สส.บช.น.เมื่อวันที่1ต.ค.62