สืบ ตม.6- ตม.ภูเก็ตล็อกอาชญากรรัสเซียคาวิลล่าหรูภูเก็ต พฤติกรรมสุดแสบร่วมแก๊งปลอมแปลงเอกสารฉ้อโกงเงินบริษัท กว่า 150 ล้านบาท
ตามนโยบายพล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม.,พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม. ให้เร่งกวาดล้างชาวต่างชาติที่แฝงตัวเข้ามาหลบซ่อนไทย ทั้งลักลอบหนีคดีจากต่างประเทศ และกลุ่มที่ลักลอบเข้าไทยเพื่อก่อเหตุข้ามชาติ
สั่งการ พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ชิดเดชา สองห้อง รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ช่วยราชการ สตม.ดำเนินการอย่างเข้มข้น
ต่อมาสายวันที่ 13 มิถุนายน 2569 ว่าที่ พ.ต.อ.วุฒิภัทร นภาโชติ ผกก.สส. บก.ตม.6 พ.ต.อ.เขมชาติ วัฒนนภาเกษม ผกก.ตม.จว.ภูเก็ต พ.ต.ท.สิทธิมณ สร้อยภู่ระย้า สว.(สอบสวน) กก.สส.บก.ตม.6 ,ร.ต.ท.ปวเรศ นนทสุต รอง สว. (สอบสวน) กก.สส.บก.ตม.6 พ.ต.ท.อดิศร บุญชุ่ม สว.ตม.จว.ภูเก็ต,ว่าที่ร.ต.ต.เอกราช ชาตวิทยา รอง สว.ตม.จว.ภูเก็ต
จับกุม MR.IGOR ชาวรัสเซีย ตามประกาศตำรวจสากลสีแดง (RED NOTICE) เลขที่ A-6580/4-2026 เผยแพร่เมื่อวันที่ 27 เม.ย.69 ฐาน ฉ้อโกงและปลอมแปลงเอกสาร หลังได้รับการประสานจากตำรวจรัสเซีย จับได้ขณะเดินออกมาจากวิลล่าหรูแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต
พฤติการณ์คือช่วงต้นปี 2568 ผู้ต้องหาร่วมกับผู้ร่วมขบวนการในการปลอมแปลงเอกสาร และฉ้อโกงเงินจากบริษัท ปลอมแปลงเอกสารเกี่ยวกับการผลิตสินค้าซึ่งไม่ได้มีการผลิตสินค้าจริงและได้รับเงินจากบริษัทไปกว่า 70 ล้านบาท
ก่อนหน้าช่วงปี 2567 ผูัต้องหาดังกล่าวได้ร่วมกับผู้ร่วมขบวนการในการปลอมแปลงและฉ้อโกงเงินบริษัท ปลอมแปลงเอกสารเกี่ยวกับจัดหาสินค้าและการขนส่ง ได้รับเงินจากบริษัทไปโดยมีความเสียหายกว่า 80 ล้านบาท รวม2คดีมูลค่าความเสียหายกว่า 150 ล้านบาท
จากการตรวจสอบข้อมูลของ MR.IGOR ในระบบ Biometrics พบว่าเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 7 มี.ค.69 ทางด่าน ตม.ทอ.ภูเก็ต ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรด้วยวีซ่าประเภทท่องเที่ยว จนถึงวันที่ 5 พ.ค.69 และได้ขออยู่ต่อในราชอาณาจักรที่ ตม.จว.ภูเก็ต อนุญาตถึงวันที่ 4 มิ.ย.69 การอนุญาตดังกล่าวได้สิ้นสุดลงแล้ว
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งให้ MR.IGOR ทราบถึงพฤติการณ์ สิทธิตามกฎหมายและแจ้งข้อหาว่ากระทำผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักร โดยการอนุญาตสิ้นสุด (9 วัน)”
จากนั้นจึงได้นำตัว MR.IGOR ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยเมื่อดำเนินคดีในประเทศไทยเสร็จแล้วจะได้มีการผลักดันกลับไปยังประเทศรัสเซียตามขั้นตอนพิธีการตรวจคนเข้าเมืองต่อไป

























