Saturday, May 30, 2026
More
    Homeข่าวเด่นรอบวันตร.ผนึก UNODCติวเข้ม 60 เยาวชนอาเซียน ปั้น “ยุวทูตต่อต้านการค้ามนุษย์”

    ตร.ผนึก UNODCติวเข้ม 60 เยาวชนอาเซียน ปั้น “ยุวทูตต่อต้านการค้ามนุษย์”

    ตัดวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์ “พล.ต.อ.ธัชชัยฯ” ผนึกกำลังสหรัฐฯ–UNODC ปั้น “ยุวทูตต่อต้านการค้ามนุษย์” สร้างภูมิคุ้มกันภัยหลอกลวงผ่านพลังคนรุ่นใหม่

    วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.30 น.ณ ห้องแจ้งยอดสุข ศูนย์ฝึกอบรมตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

    พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร./ผอ.ศตคม.ตร.) เป็นประธานเปิดโครงการและบรรยายพิเศษในโครงการ “ยุวทูตต่อต้านการค้ามนุษย์” (Anti-Scam and Forced Criminality Youth Ambassador Program : MEDIA CAMP)

    มี นางเอเมีย เอส. แบรนดอม-สกินเนอร์ (Amyre S. Brandom-Skinner) ผู้ช่วยทูตฝ่ายวัฒนธรรมและการศึกษา สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และ นางรีเบคก้า มิลเลอร์ (Rebecca Miller) ผู้ประสานงานระดับภูมิภาคด้านการค้ามนุษย์และการลักลอบขนผู้โยกย้ายถิ่นฐาน สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) เข้าร่วมพิธีเปิด

    ปัจจุบันปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมออนไลน์ได้พัฒนาไปสู่รูปแบบการแสวงหาประโยชน์จากมนุษย์ โดยใช้กลลวงหลอกลวงบุคคลให้เดินทางไปทำงานในต่างประเทศ ก่อนถูกบังคับให้กระทำความผิดหรือถูกใช้แรงงานภายใต้สภาพที่ไม่เหมาะสม ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ และความปลอดภัยของประชาชนในหลายประเทศ

    ด้วยเหตุนี้ ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) จัดโครงการดังกล่าวขึ้นระหว่างวันที่ 29–31 พฤษภาคม 2569 เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และพัฒนาศักยภาพของเยาวชนให้เป็นเครือข่ายผู้นำด้านการสื่อสารสาธารณะในการป้องกันการค้ามนุษย์และการหลอกลวงไปทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์

    พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวบรรยายพิเศษว่า การป้องกันมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการปราบปราม เนื่องจากทรัพยากรบุคคลคือปัจจัยสำคัญที่หล่อเลี้ยงขบวนการอาชญากรรมเหล่านี้ หากประชาชนมีความรู้เท่าทันและไม่ตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวง ขบวนการดังกล่าวก็จะสูญเสียกำลังคนและอ่อนกำลังลงในที่สุด

    “ความตระหนักรู้ คืออาวุธที่ทรงพลังที่สุดในการต่อสู้กับการค้ามนุษย์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เราต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชน โดยเฉพาะเยาวชน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการสื่อสารและขยายผลสู่สังคมในวงกว้าง”

    โครงการดังกล่าวได้รับความสนใจจากเยาวชนอายุ 18–30 ปี จากประเทศไทยและประเทศสมาชิกอาเซียน สมัครเข้าร่วมกว่า 1,400 คน ก่อนผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้นจนเหลือเพียง 60 คน เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมตลอด 3 วัน โดยแบ่งการเรียนรู้เป็น 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่

    Awareness & Empathy เรียนรู้สถานการณ์การค้ามนุษย์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พร้อมรับฟังประสบการณ์ตรงจากผู้รอดชีวิต เพื่อสร้างความเข้าใจถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง

    Skill & Creation ฝึกทักษะการผลิตสื่อสร้างสรรค์ การเล่าเรื่อง การเขียน Storyboard และการผลิตสื่อวิดีโอ โดยได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในวงการสื่อสารมวลชน

    Presentation & Action นำเสนอผลงานรณรงค์ต่อคณะกรรมการและผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพัฒนาสื่อให้สามารถนำไปใช้สร้างการรับรู้และป้องกันการค้ามนุษย์ในสังคมออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    โครงการ “ยุวทูตต่อต้านการค้ามนุษย์” ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศไทย สหรัฐอเมริกา และองค์การสหประชาชาติ ในการสร้างเครือข่ายเยาวชนผู้มีบทบาทในการป้องกันแก๊งคอลเซ็นเตอร์และขบวนการค้ามนุษย์

    มุ่งหวังให้ผู้เข้าร่วมเป็น “กระบอกเสียง” ถ่ายทอดความรู้และสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ครอบครัว ชุมชน และสังคม เพื่อลดจำนวนเหยื่อและตัดวงจรการค้ามนุษย์ที่เชื่อมโยงกับขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างยั่งยืน

    พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ประชาชนระมัดระวังข้อเสนอการจ้างงานที่ให้ผลตอบแทนสูงผิดปกติ บริษัทที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ การเสนอออกค่าใช้จ่ายในการเดินทาง หรือการร้องขอให้เปิดบัญชีธนาคารหลายบัญชีก่อนเดินทาง ซึ่งล้วนเป็นสัญญาณเตือนสำคัญที่อาจนำไปสู่การตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์และขบวนการค้ามนุษย์

    ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นพฤติการณ์ต้องสงสัย หรือเกรงว่าจะตกเป็นเหยื่อ สามารถแจ้งเบาะแสหรือขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (TATIP) ผ่านเว็บไซต์ humantrafficking-report.police.go.th/reporting

    สำหรับชาวต่างชาติที่ประสงค์จะเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทย ควรดำเนินการขอวีซ่าและใบอนุญาตทำงานให้ถูกต้องตามกฎหมาย รวมทั้งตรวจสอบความน่าเชื่อถือของบริษัทจัดหางานอย่างรอบคอบ

    หากได้รับข้อเสนอให้เดินทางเข้าประเทศด้วยวีซ่าท่องเที่ยวหรือสิทธิยกเว้นการตรวจลงตราเพื่อมาทำงาน หรือมีการชำระเงินค่าเดินทางและค่าที่พักให้ ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากอาจเป็นกลลวงของขบวนการค้ามนุษย์ได้ โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมหรือสอบถามข้อสงสัยได้ที่สถานเอกอัครราชทูต หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองโดยตรง

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments