Tuesday, April 28, 2026
More
    Homeข่าวเด่นรอบวัน“บิ๊กไมค์”ทลายโกดังบุหรี่ไฟฟ้าแพรกรักษายึดของกลางมูลค่ากว่า200ล.

    “บิ๊กไมค์”ทลายโกดังบุหรี่ไฟฟ้าแพรกรักษายึดของกลางมูลค่ากว่า200ล.

    รอง ผบ.ตร. เดินหน้าปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าตามนโยบายรัฐบาล สั่งสืบนครบาลทลายโกดังพื้นที่ปากน้ำ ตรวจพบของกลางหลายร้อยล้านบาท

    จากสถานการณ์ปัจจุบันที่ยังพบการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าที่แพร่ระบาดในกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และมีการลักลอบจำหน่ายในหลายช่องทาง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์  ผบ.ตร.จึงให้ยกระดับมาตรการในการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

    เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล โดยจัดตั้ง “ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปบย.ตร.)”  มอบหมายให้ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. เป็นผู้อำนวยการศูนย์ (ผอ.ศปบย.ตร.) และ พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็น รองผู้อำนวยการศูนย์ฯ

    หลังได้รับมอบหมาย พล.ต.อ.นิรันดรฯ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปบย.ตร. ได้กำหนดมาตรการปราบปรามให้ทุกหน่วยงานจับกุมการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าในบริเวณรอบสถานศึกษา แหล่งท่องเที่ยว สถานที่สำคัญ รวมทั้งสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดรายใหญ่ โดยเฉพาะที่มีการจำหน่ายในช่องทางออนไลน์ ที่มีการกระทำความผิดในลักษณะเป็นเครือข่ายหรือขบวนการ และมีสถานที่หรือโกดังเก็บบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมาก เพื่อเป็นมาตรการตัดวงจรการกระจายสินค้าไปยังประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน

    กระทั่งวันนี้ 28 เมษายน 2569 ศปบย.ตร. โดย กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บก.สส.) และ ตำรวจภูธรภาค 1 ได้ร่วมปฏิบัติการตรวจค้นโกดังเก็บสต็อกบุหรี่ไฟฟ้าย่านแพรกษา ในพื้นที่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ  

    เป็นปฏิบัติการภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.นิรันดรฯ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปบย.ตร. ร่วมกับ พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น., พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ, พ.ต.อ.สมพล ใจดี รอง ผบก.สอท.2, พ.ต.อ.จักรกฤช ศรีโรจนากูร ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ ผลการตรวจค้น พบของกลางบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์มากกว่า 20,000 ชิ้น รวมมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท

    พล.ต.อ.นิรันดรเปิดเผยว่า การตรวจค้นโกดังครั้งนี้ถือเป็นการทลายเครือข่ายที่จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์รายใหญ่  เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.บช.น. สืบทราบว่ามีการขายบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ชื่อ Shisha Chic เจ้าหน้าที่ บก.สส. จึงได้ใช้วิธีการล่อซื้อและสืบสวนติดตามจนมาพบโกดังเก็บสินค้านี้ และได้เข้าตรวจค้นพบของกลางข้างต้น

    พบผู้ต้องหา  7 ราย จึงได้จับกุมดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 และ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ในข้อหา “ร่วมกันขายหรือให้บริการบุหรี่ไฟฟ้าฯ , ร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรฯ”

    สอบสวนเบื้องต้น พบว่าผู้ต้องหาทั้ง 7 รายเป็นเพียงลูกจ้าง  ทำหน้าที่ในการบรรจุหีบห่อบุหรี่ไฟฟ้าตามรายการที่มีการสั่งมาทางเว็บไซต์ และรวบรวมไปส่งที่ตัวแทนผู้ให้บริการรับส่งพัสดุ  ใช้รถตู้เป็นยานพาหนะไปส่งสินค้าของกลางทุกวัน สำหรับของกลางที่พบในโกดังเป็นสินค้าที่สต๊อกไว้สำหรับเตรียมจำหน่ายทางออนไลน์ตามออเดอร์ที่สั่งซื้อเข้ามา ตรวจสอบข้อมูลในคอมพิวเตอร์ของกลางที่ตรวจยึด พบมียอดสั่งและส่งสินค้าแต่ละวันมากกว่า 1,000 ชิ้น  ยอดเงินหมุนเวียนวันละหลายล้านบาท

    ทั้งนี้ พล.ต.อ.นิรันดรฯสั่งการให้ บก.สส.สืบสวนขยายผลในทุกมิติเพื่อดำเนินคดีกับตัวการและผู้เกี่ยวข้องที่เหลือในขบวนการทั้งหมด พร้อมทั้งให้พิจารณาดำเนินการตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 อีกส่วนหนึ่งด้วย

    นอกจากนี้ พล.ต.อ.นิรันดรยังกล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเปิดปฏิบัติการลักษณะนี้ในทุกพื้นที่ เพื่อดำเนินการปราบปรามเครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้าในทุกมิติไปพร้อมกัน ทั้งการจับกุมผู้จำหน่ายรายใหญ่ ผู้จำหน่ายในช่องทางออนไลน์ และผู้ที่ลักลอบเปิดเป็นหน้าร้านจำหน่ายในสถานที่ต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้า ตัดวงจรการแพร่ระบาดอย่างเป็นรูปธรรมตามนโยบายของรัฐบาล

    พร้อมทั้งฝากไปยังพี่น้องประชาชนว่า หากพบเบาะแสการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าไม่ว่าจะเป็นการลักลอบเปิดหน้าร้านหรือจำหน่ายออนไลน์ สามารถโทรแจ้งเบาะแสมายังสายด่วน 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และในอนาคตจะเปิดให้มีการแจ้งเบาะแสผ่านทางแอปพลิเคชัน Police Care ได้อีกช่องทางด้วย

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments