ปอศ.ตามรวบเครือข่ายแก๊งลวงกู้เงินแอปฯ Beebaht รับฟอกเงินให้แก๊งอาชญากรรมข้ามชาติพบหมายจับติดตัวหลายคดี
วันที่ 5 ส.ค.69 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. สั่งการ พ.ต.อ.กริช วรทัต ผกก.5 บก.ปอศ. พ.ต.ต.พิชญากร แตงรอด สว.กก.5 บก.ปอศ. ร่วมกับฝ่ายสืบสวน สน.หลักสอง
นำกำลังจับกุม นายสุรชัย ตามหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 19 ส.ค.65 ข้อหา “ร่วมกันประกอบสินเชื่อรายย่อยส่วนบุคคลภายใต้กำกับของกระทรวงการคลังโดยไม่ได้รับอนุญาต ,ร่วมกันปลอมและร่วมกันใช้เอกสารราชการปลอม, ร่วมกันกระทำการอั้งยี่หรือซ่องโจร,ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนฯ” และหมายจับศาลอาญา ข้อหา“ร่วมกันฟอกเงิน” นอกจากนี้ยังมีหมายจับลักษณะเดียวกันอีก 3 หมายจับ
จับได้บริเวณห้างสรรพสินค้า ถนนเพชรเกษม แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพฯ
สืบเนื่องจาก เมื่อกลางปี 2564 สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และประชาชน จำนวน 4 ราย เข้าร้องทุกข์ กก. 5 บก.ปอศ.ถูกกลุ่มมิจฉาชีพเปิดแอปพลิเคชัน บีบาท (BeeBaht) และแอปพลิเคชัน DD Cash โฆษณาผ่านเพจเฟซบุ๊ก ว่าประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้ชื่อว่า บริษัท บีบาท จำกัด แอบอ้าง ใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง
จากนั้นได้หลอกลวงให้ประชาชนที่สนใจกู้เงินโอนเงินให้ก่อน อ้างว่าเป็นค่าธรรมเนียมในการปล่อยเงินกู้ ,ค่าธรรมเนียมเอกสารร้อยละ10 ของยอดเงินกู้ และจะหลอกต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ พร้อมอ้างเหตุผลต่าง ๆ เพื่อให้เหยื่อโอนเงินให้เพิ่ม แต่ท้ายที่สุดกลับไม่ได้รับโอนเงินที่ต้องการกู้แต่อย่างใด
จากการตรวจสอบพบว่า เอกสารดังกล่าวเป็นของปลอม ทำให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง และประชาชน ได้รับความเสียหาย โดยแผนประทุษกรรมของคนร้ายกลุ่มนี้จะมีการจ้างบริษัทรับส่งข้อความ ส่งลิงค์ในการเข้าแอปพลิเคชันโดยมีเซิร์ฟเวอร์ ตั้งอยู่ที่ประเทศกัมพูชา
จากการสืบสวนพบว่าภายในระยะเวลา 1เดือน กลุ่มคนร้ายใช้บัญชีกว่า 23 บัญชี มียอดเงินหมุนเวียนกว่า 400 ล้านบาท มีการยักย้ายถ่ายเทเงินเป็นทอดๆ และจะแปรเปลี่ยนเป็นสินค้าอุปโภค บริโภค, รถไถนา, ทองคำแท่ง โดยซื้อจากประเทศไทย ก่อนจะนำส่งออกไปยังประเทศกัมพูชา
ต่อมาพนักงานสอบสวนได้รวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการไว้ทั้งหมด 16 ราย สามารถจับกุมได้แล้ว 15 ราย ยังคงเหลือ นายสุรชัย เพียงรายเดียว ที่ได้หลบหนีการจับกุมเรื่อยมาจนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตามจับกุมได้ในที่สุด
สอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ อ้างว่าหลบหนีไปอยู่เมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา เพิ่งจะข้ามกลับประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ จนกระทั่งถูกจับกุม นำตัวส่ง กก.5 บก.ปอศ.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



























