พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยผู้ประสบอุทกภัย จ.น่าน ตชด.นำโดรนพระราชทานส่งอาหาร–เวชภัณฑ์ ช่วยกว่า 200 ครัวเรือนต่อเนื่อง 7 วัน
วันที่ 29 สิงหาคม 2569 พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ผบช.ตชด.) เปิดเผยว่า
จากสถานการณ์อุทกภัยและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่จังหวัดน่าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะชุมชนบนพื้นที่สูงและพื้นที่ที่เส้นทางคมนาคมได้รับความเสียหายจนรถยนต์ไม่สามารถเข้าถึงได้
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ได้นำอากาศยานไร้คนขับ (Drone) พระราชทาน มาใช้สนับสนุนภารกิจช่วยเหลือประชาชน เพื่อเร่งลำเลียงอาหาร เครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ไปยังพื้นที่ประสบภัย
ทั้งนี้ อากาศยานไร้คนขับพระราชทานที่นำมาใช้สนับสนุนภารกิจดังกล่าว เป็นอุปกรณ์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาพระราชทานแก่ 5 หน่วยงาน ได้แก่ กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเสริมขีดความสามารถในการค้นหา ช่วยเหลือ และลำเลียงสิ่งของในพื้นที่ประสบสาธารณภัย ให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และปลอดภัย
ประกอบด้วยโดรนค้นหา DJI Matrice 4T หน่วยงานละ 5 ลำ รวม 25 ลำ และโดรนลำเลียง DJI FlyCart 30 หน่วยงานละ 5 ลำ รวม 25 ลำ รวมทั้งสิ้น 50 ลำ มูลค่ารวม 30 ล้านบาท
สำหรับภารกิจช่วยเหลือประชาชนในจังหวัดน่าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.ได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และกองบัญชาการตำรวจนครบาล สนับสนุนอากาศยานไร้คนขับในการสำรวจพื้นที่และลำเลียงอาหาร เครื่องอุปโภคบริโภค รวมถึงเวชภัณฑ์ เพื่อเร่งช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย
ระหว่างวันที่ 22–28 สิงหาคม 2569 พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ สั่งการและอำนวยการให้ชุดปฏิบัติการบินโดรนของกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน นำโดรนพระราชทานขึ้นปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลากและถูกตัดขาดจากเส้นทางคมนาคมในพื้นที่ อ.ปัว จ.น่าน อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 7 วัน
การปฏิบัติภารกิจใช้โดรนพระราชทาน 2 ลำ ได้แก่ DJI FlyCart 30 สำหรับลำเลียงสิ่งของที่มีน้ำหนักบรรทุกสูง และ DJI Matrice 4T สำหรับสำรวจและตรวจการณ์ ร่วมกับโดรนของกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนอีก 2 ลำ ได้แก่ DJI Matrice 4T และ Autel พร้อมกำลังสนับสนุนภาคพื้นด้วยรถกระบะ
ภารกิจครอบคลุมพื้นที่ 5 จุด ได้แก่ ต.วรนคร และบ้านห้วยปูด บ้านน้ำขว้าง บ้านผาเวียง และบ้านแจลงพัฒนา ต.ภูคา อ.ปัว จ.น่าน มีประชาชนอาศัยอยู่รวมกว่า 200 ครัวเรือน แม้ระดับน้ำในพื้นที่จะลดลงแล้ว แต่เส้นทางบางส่วนยังคงชำรุดเสียหายและถูกตัดขาด รถยนต์ไม่สามารถเข้าถึงได้ ทำให้ประชาชนยังต้องการเครื่องอุปโภคบริโภค เวชภัณฑ์ และสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีวิต
ตลอดการปฏิบัติภารกิจ 7 วัน สามารถลำเลียงสิ่งอุปโภคบริโภคและเวชภัณฑ์ทางอากาศ รวมน้ำหนักกว่า 900 กิโลกรัม หรือเกือบ 1 ตัน ประกอบด้วยข้าวสารและถุงอาหารแห้งรวมกว่า 450 กิโลกรัม เครื่องอุปโภคบริโภคและเวชภัณฑ์รวมกว่า 210 ชุด ตลอดจนยาสามัญประจำบ้านและสิ่งของจำเป็นอื่น ๆ ส่งถึงประชาชนในพื้นที่ห่างไกลได้อย่างต่อเนื่อง
พล.ต.ท.รุ่งโรจน์กล่าวเพิ่มเติมว่า การนำอากาศยานไร้คนขับพระราชทานมาใช้สนับสนุนภารกิจครั้งนี้ ช่วยลดข้อจำกัดจากเส้นทางคมนาคมที่ได้รับความเสียหาย ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถลำเลียงความช่วยเหลือไปถึงหมู่บ้านที่รถยนต์ไม่สามารถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว จากเดิมที่อาจต้องใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมง เหลือเพียงไม่กี่นาที นับเป็นการนำเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับมาเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
การนำอากาศยานไร้คนขับพระราชทานมาใช้สนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่านครั้งนี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และเป็นขวัญกำลังใจแก่ประชาชนผู้ประสบภัย ตลอดจนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่

























