“ผบ.ตร.”สยบข่าวย้ายนอกหน่วย“รองไมค์”ยันยังไม่เห็นหนังสือ หรือปัดทาบทามย้ายสังกัด ชี้โปรดเกล้าฯ ตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่จบแล้ว วอนทุกฝ่ายเร่งสร้างความสามัคคี-โฟกัสงานเพื่อประชาชน
วันที่ 29 ก.ค.69 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากที่ปรากฏเป็นข่าวทางสื่อว่า พล.ต.อ. นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร.อาวุโสอันดับ 1”ได้ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึง ตน ผ่าน สำนักงานกำลังพล (สกพ.) ระบุ ว่า ยืนยันไม่สมัครใจโอนไปรับราชการหน่วยงานอื่น
พร้อมอ้างบทบัญญัติ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 มาตรา 93 ระบุการโอนต้องเป็นไปโดยความสมัครใจ ย้ำตลอด 37 ปีในเครื่องแบบสีกากี สั่งสมประสบการณ์ทั้งงานสืบสวน ป้องกันปราบปราม และอำนวยการ จึงเห็นว่าการปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเกิดประโยชน์ต่อราชการสูงสุดในช่วงเวลารับราชการที่เหลืออยู่ นั้น
พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.กล่าวว่า ยังไม่ได้รับหนังสือฉบับที่ปรากฏเป็นข่าวดังกล่าว และขอยืนยันว่า ไม่เคยทาบทาม หรือพูดคุย กับ พล.ต.อ. นิรันดร ให้โยกหรือเสนอให้ตัดโอนไปดำรงตำแหน่งในหน่วยอื่นแต่อย่างใด รวมถึงนายอนุทิน ชาญวีระกุล นายกรัฐมนตรี ก็ยังไม่เคยคุยกับตนในเรื่องดังกล่าว
มีเพียงแต่เคยคุยกับ รอง ผบ.ตร.ทุกท่าน รวมถึง จตช. เรื่องการสร้างความสามัคคีให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อทำงานตามหน้ามีได้รับมอบหมาย เพื่อนโยบายของรัฐบาล เพื่อประเทศชาติ และความสงบสุขของพี่น้องประชาชน ในชาติเป็นสำคัญ
ผลการเสนอชื่อผู้เป็น ผบ.ตร.นายกรัฐมนตรี ก็เป็นผู้เสนอชื่อ มติที่ประชุมเป็นเอกฉันท์ รวมถึงมีการพระบรมราชโองการ ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา ฯไปเรียบร้อยแล้ว จากนี้คิดว่าควรจะร่วมกันสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นภายองค์กร
สิ่งที่ตนต้องการเห็นต่อจากนี้ อยากเห็น ตำรวจทุกนายเร่งร่วมกันทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย เพราะผู้ที่ได้ประโยชน์คือพี่น้องประชาชน บ้านเมืองมีความสงบสุข อาชญากรรมลดลง คุณภาพชีวิต ของข้าราชการตำรวจดีขึ้น เพื่อเรียกความศรัทธาจากประชาชนให้องค์กรมีภาพลักษณ์ที่สง่างามเป็นที่พึ่งบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้สมกับที่มีหน้าที่ผู้พิทักษ์มีหน้าที่ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ของปวงชนตลอดไป
ตนได้เน้นย้ำข้าราชการตำรวจทุกระดับชั้นให้ตั้งหน้าตั้งตาทำงานเพื่อสถาบัน ประเทศชาติ ศาสนาและพี่น้องประชาชน ให้สมกับเงินเดือนที่ได้รับ ไม่ว่าจะอยู่ใน ยศ หรือตำแหน่งอะไรก็ตาม มีหน้าที่อย่างไรก็ให้ปฏิบัติไปตามนั้นควรช่วยเหลือร่วมมือกัน ให้เกิดผลสัมฤทธิ์แห่งการทำงาน เกิดความสงบสุขแก่พี่น้องประชาชนมากกว่าที่จะไปคำนึงคิดแต่เรื่องตำแหน่ง

























