Thursday, August 6, 2026
More
    Homeข่าวเด่นรอบวันอนุกมธ.ตำรวจแฉผลสอบโฟม PU ทับสายไฟ ต้นตอเพลิงนรกลาดพร้าว“แบ็กดราฟต์”คร่า 37 ศพ

    อนุกมธ.ตำรวจแฉผลสอบโฟม PU ทับสายไฟ ต้นตอเพลิงนรกลาดพร้าว“แบ็กดราฟต์”คร่า 37 ศพ

    วุฒิสภาแฉผลสอบ 331 กล้องวงจรปิด จี้เอาผิดถึงเจ้าหน้าที่รัฐ เผยประกันจ่ายแค่ 40 ล้าน ไม่พอเยียวยา 37 ศพ

    เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา นายกิติศักดิ์ หมื่นศรี ประธานคณะอนุกรรมาธิการการตำรวจ วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าคดีเพลิงไหม้ครั้งนี้ พร้อมเชิญตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างละเอียด

    ได้แก่ กองบังคับการตำรวจนครบาล 2, กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.), สำนักงานเขตจตุจักร, สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)

    ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง, พล.ต.ท.วันไชย เอกพรพิชญ์, นายชัยธัช เพราะสุนทร, ว่าที่พันตรี กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์, พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์, พล.ต.อ.ปัญญา มาแม่น, นายสมชาย จรรยา พร้อมคณะที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการ

    ผลตรวจสอบร่วมไฟลัดวงจรฝ้าที่ฉีดPU Foam ทับสายไฟ

    จุดสำคัญของการประชุม คือการชี้แจงรายงานผลการตรวจสอบร่วมระหว่าง กองพิสูจน์หลักฐาน, การไฟฟ้านครหลวง และ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.)ระบุชัดเจนว่า จุดกำเนิดไฟเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรบริเวณฝ้าเพดาน ที่มีการฉีดพ่นวัสดุ PU Foam ทับสายไฟ

    พร้อมทั้งผลการกู้ไฟล์จากฮาร์ดดิสก์จากวงจรปิดกว่า 331 รายการ ฟ้องชัดเจนว่า เมื่อเวลา 23:50:23 น. เมื่อเกิดไฟลัดวงจรและมีกลุ่มควันก่อตัวขึ้น ทำให้ความร้อน เกิดประกายไฟลุกลามไปติดพียูโฟมบนฝ้าเพดาน  กลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี สร้างก๊าซพิษคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) อัดแน่นในพื้นที่ปิดทึบ

    จังหวะประตูเปิดก่อให้เกิด “แบ็กดราฟต์”

    เพียงไม่ถึง 1 นาที (เวลา 23:51:03 น.) เมื่อไฟลุกพรึบ นักท่องเที่ยวต่างวิ่งหนีตายอลหม่าน จังหวะที่ “ประตูถูกเปิดออก” ออกซิเจนจากภายนอกได้พุ่งทะลักเข้าไปปะทะกับก๊าซพิษที่สะสมอยู่ เกิดเป็นปรากฏการณ์ “แบ็กดราฟต์” (Backdraft) หรือเปลวไฟพุ่งสวนกลับอย่างรุนแรง เวลาไม่กี่นาทีทำให้ผู้ที่ติดอยู่ภายในถูกไฟคลอกและสำลักควัน เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก

    แจ้งประมาททำคนตายยังไม่พอ

    คณะอนุกรรมาธิการฯตั้งข้อสังเกตว่า การที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาเพียง 1 ราย (ในฐานะนิติบุคคลและส่วนตัว) ฐานประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย บาดเจ็บสาหัส และเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น ยังไม่ครอบคลุมพอ รวมถึงการต่อเติมอาคาร เอาโฟมที่ติดไฟง่ายไปฉีดทับสายไฟ ถือเป็นความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง

    จี้ดำเนินคดีหน่วยงานรัฐปล่อยเปิดเถื่อน

    คำถาม สำนักงานเขต ที่ดูแลการต่อเติมอาคารปล่อยให้ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยมาได้อย่างไร? ทำไมปล่อยให้ใช้พียูโฟมฉีดทับสายไฟ จนกลายเป็นห้องรมแก๊สและเตาเผาคนเป็นๆ คดีนี้ต้องสืบสวนเชิงลึก และต้องดำเนินคดีหน่วยงานรัฐที่อนุญาตให้เปิดสถานบริการเถื่อนแห่งนี้ร่วมรับผิดชอบด้วย

    อย่างไรก็ดี ที่ประชุมได้สอบถามผู้แทนสำนักงานเขตโดยตรงว่า จะมอบหมายฝ่ายโยธาไปร้องทุกข์หรือแจ้งความเมื่อใด เนื่องจากพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการสรุปสำนวน และเห็นว่าความผิดเกี่ยวกับอาคารอาจมีพยานหลักฐานปรากฏชัดแล้ว การร้องทุกข์จึงควรดำเนินการโดยเร็ว ไม่ควรปล่อยให้ล่าช้าจนกระทบต่อรูปคดี

    ประกันภัยวงเงิน40ล.ไม่พอเยียวยาตายเจ็บ

    ส่วนเรื่องการเยียวยา พบว่าทางสถานประกอบการทำประกันภัยไว้เพียง 40 ล้านบาท (คุ้มครองอาคารและบุคคลภายนอก แต่ไม่ครอบคลุมผู้ตายบางส่วน) ซึ่งทางอนุ กมธ.มองว่า ไม่เพียงพอต่อการสังเวยชีวิต 37 ศพ และผู้บาดเจ็บอีก 77 ราย

    พร้อมจี้ให้กระทรวงยุติธรรม และกรมคุ้มครองสิทธิฯ เข้ามาเป็นทนายความเชิงรุก ช่วยผู้เสียหายฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งจากผู้ประกอบการจนถึงที่สุด

    สั่งเร่งจ่ายสินไหมห้ามอ้างรอผลชันสูตร

    ด้าน ผู้แทนจากคปภ. ชี้แจงว่า ได้เร่งประสานบริษัทประกันภัยตรวจสอบกรมธรรม์ส่วนบุคคลของผู้เสียชีวิตทั้ง 37 ราย พบว่ามีเพียง 11 รายเท่านั้นที่มีประกันส่วนตัว (วงเงินคุ้มครองรวมกว่า 9 ล้านบาทเศษ)  ทาง คปภ.สั่งการให้บริษัทประกันทุกแห่ง จ่ายเงินสินไหมทดแทนให้ครอบครัวเหยื่ออย่างรวดเร็ว “ห้ามอ้าง” การรอเอกสารชันสูตรพลิกศพที่ล่าช้าเด็ดขาด ซึ่งทุกบริษัทรับปากให้ความร่วมมือเต็มที่

    ทั้งนี้ทางคณะอนุกรรมาธิการการตำรวจ  ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดการสอบสวน และรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วน เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด และรวดเร็ว

    ด้านนายกิติศักดิ์ หมื่นศรี ประธานคณะอนุกรรมาธิการการตำรวจ วุฒิสภา ห่วงใยถึงมาตรการป้องกัน ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำบทเรียนจากเหตุการณ์นี้ ไปปรับปรุงมาตรการตรวจสอบสถานบริการ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุสลดขึ้นอีกในอนาคต พร้อมทั้งขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้เสียหายอย่างเต็มที่และรวดเร็ว

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments