ตำรวจไซเบอร์แถลงดำเนินคดี”เบิร์ด วันว่างว่าง” อินฟลูดัง หลังบ.จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ส่งตัวแทนเอาผิด พ.ร.บ.คอมฯ อัดคลิปทำคอนเทนต์พิเรนทร์ เอา “กาวยาแนวจระเข้”ผสมน้ำป้ายหน้าร่างกายช่วงสงกรานต์พร้อมอ้างว่าดีกว่าดินสอพอง จนอาจทำให้ปชช.เข้าใจผิดเลียนแบบจนเกิดอันตราย
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 11 มิ.ย69 ที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อาคาร B
พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต. ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 พ.ต.อ.ทำนุรัฐ คงมั่น รอง ผบก. สอท.1 แถลงข่าว เบิร์ด วันว่าง กรณีที่มีคอนเทนต์ในโซเชียลที่นำ “ปูนยาแนว” หรือวัสดุอื่นมาอ้างว่าเป็นเพียงแป้ง ในช่วงเทศกาลสงกรานต์พระประแดง เพื่อสร้างความเข้าใจผิดและเรียกยอดผู้ติดตาม
พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ กล่าวว่า เบื้องต้นบริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด โดยนางสาวจุฑาทิพย์ เวชสุรียะกุล ผู้รับมอบอำนาจ กับ ผู้กระทำผิด (เบิร์ด วันว่างว่าง) ในความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
พบว่ามีการโพสต์คลิปวิดีโอ ผ่านทางออนไลน์ ตั้งค่าสาธารณะโดยที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ได้ตลอดเวลา ในคลิปวิดีโอปรากฏภาพของ เบิร์ด วันว่างว่าง ได้หยิบกาวยาแนวจระเข้ พร้อมทั้งใช้ถ้อยคำว่า ดินสอพอง มันถูกไป พร้อมกับหยิบจระเข้ และพูดว่า นี่แพงกว่า
หลังจากนั้น เบิร์ด วันว่างว่าง ยาแนวจระเข้ เทลงในถังน้ำและนำไปป้ายตามใบหน้า และร่างกายของผู้อื่น และมีการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลเท็จ มีเจตนาเพื่อผลประโยชน์ ให้มีผู้ชมติดตามชมคลิปวิดีโอดังกล่าวจำนวนมาก มีการกดไลค์กดแชร์ หรือกดติดตาม
หรือทำให้ประชาชนที่เห็นคลิปดังกล่าวอาจเกิดความเข้าใจผิดได้ว่า กาวยาแนวจระเข้นั้น สามารถนำมาใช้แทนดินสอพองได้ และเป็นสินค้าที่สามารถนำไปป้ายตามใบหน้า และร่างกายของผู้อื่นแทนดินสอพองได้โดยไม่เป็นอันตราย ซึ่งไม่เป็นความจริง ผู้ที่โพสต์ แชร์หรือส่งต่อ คลิปวิดีโอดังกล่าว อาจเข้าข่ายความผิด
เบิร์ด วันว่างว่าง กล่าวว่า ขอโทษที่ทำให้ใครเดือดร้อน แต่คำว่าขอโทษอย่างที่ผู้การแจ้บอกว่า จะขอโทษอีกประมาณหลายครั้งคงเป็นไปไม่ได้ เราต้องอยู่ที่การกระทำของตนเอง และตนขอโทษบริษัทยาแนวจระเข้ ที่เอาถุงยาแนวมาทำคอนเทนต์ในโซเชียล ไม่มีเจตนาทำให้บริษัทดูไม่ดีดูแย่ เป็นที่ตัวผมเองไม่ใช่เป็นที่ตัวบริษัทตนเองขอโทษบริษัทยาแนวด้วย
เบื้องต้นข้อหาความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูล คอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย แก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา แต่เป็นการกระทำต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
ผู้กระทำ ผู้เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ดังกล่าวต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้เป็นความผิดอันยอมความได้

























