1เดียวตำรวจ ”มนุษย์กบรุ่น49”

หลักสูตรนักทำลายใต้น้ำจู่โจม หรือหน่วยซีล 

มีชื่อเรียกเต็มๆ ว่า หน่วยสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.) เป็นหน่วยที่อยู่ภายใต้หน่วยปฏิบัติการสงครามพิเศษทางเรือ กองทัพเรือไทย 

นับว่าเป็นอีกหน่วยที่ได้รับการฝึกหนักที่สุดในบรรดาหน่วยรบพิเศษของทุกเหล่าทัพ 

หลักสูตรนี้ต้องทำการรบ 3 มิติ คือ น้ำ ฝั่ง ฟ้า

ผู้ที่จะได้เป็นหน่วยซีลนั้น ไม่ใช่เรื่องที่ง่าย เพราะนอกจากจะต้องมีร่างกายที่แข็งแรงพร้อมรับการฝึกที่หนักในแต่ละด้านแล้ว 

ยังจะต้องมีสภาพจิตใจที่เข้มแข็ง มีความอดทน มุ่งมั่น อีกด้วย จึงจะสามารถก้าวผ่านอุปสรรคเหล่านั้นออกมาเป็นมนุษย์กบ หรือหน่วยซีล ได้

และเมื่อวันที่ 21 พ.ค.64 ที่ ห้องประชุมกองเรือยุทธการ กองบังคับการกองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

พล.ร.อ.สุทธินันท์  สมานรักษ์ ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เป็นประธานในพิธีประดับเครื่องหมายความสามารถนักทำลายใต้น้ำจู่โจม (ปีกแข็ง) แก่ผู้สำเร็จหลักสูตรนักทำลายใต้น้ำจู่โจม รุ่นที่ 49 จำนวน 45 นาย

ประกอบด้วย  กองทัพเรือ  40 นาย กองทัพบก 2 นาย กองทัพอากาศ 2 นาย และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1 นาย

สำหรับตำรวจ 1เดียวที่สำเร็จหลักสูตร นักทำลายใต้น้ำจู่โจมหรือซีล ในปีนี้ คือ   “ฟ้าลั่น” ส.ต.ต.ภัทรพล ฝาชัยภูมิ  

ผบ.หมู่ กองกำกับการต่อต้านการก่อการร้าย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

หนุ่มน้อยฟ้าลั่น  มีแรงบันดาลใจตั้งเป้าหมายเดินตามรอยพ่อ นาวาตรี สมัย ฝาชัยภูมิ รน.  “มนุษย์กบรุ่น12”
หลังจบจากโรงเรียนสมุทรปราการ เขาสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจรุ่นที่10จากค่ายศรียานนท์ 
ความที่ชอบสายบู๊ และมีเป้าหมายหลักในใจ เขาเลือกเส้นทางสีกากีที่แรก คือกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ(คอมมานโด)กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตำแหน่ง ผบ.หมู่กองกำกับการต่อต้านการก่อการร้าย
ก่อนที่ บิ๊กเอ็ม-พล.ต.ต.ภูมินทร์ พุ่มพันธ์ุม่วง ผบก.ปพ. และ เดอะเบิ้ม-พ.ต.อ.วชิรา ยาวไทสงค์ ผกก.ต่อต้านการก่อการร้าย บก.ปพ.
สนับสนุนให้ไปฝึกหลักสูตรนักทำลายใต้น้ำหรือซีลจนจบมนุษย์กบรุ่นที่49 ตามรอยพ่อได้สำเร็จ
เป้าหมายต่อไปของหนุ่มน้อยนักรบสีกากี คือนเรศวร261และสกายหรือกระโดดร่มตำรวจ 2หลักสูตรหินของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
คอมมานโดไม่มีที่อยู่สำหรับผู้อ่อนแอ
กากีกลาย22/5/64