32.ไอ้หยองรู้ตัวหนีก่อนถูกจับ

ตำนานมือปราบพระกาฬ ชลอ เกิดเทศ โดย กิตติพงศ์ นโรปการณ์
วันเดียวกัน กลุ่มชาวบ้านในอำเภอชัยบาดาลที่รู้ข่าวชาวบ้านชัยนารายณ์ ถูกมาเฟียต่างชาติรังแก ต่างพร้อมใจนำข้าวของเครื่องใช้ โดยเฉพาะข้าวสารอาหารแห้ง มามอบให้กับกำนันหล่ำ ปิ่นเพิก กำนันกระดูกเหล็ก
 
จากข่าวที่คนในพื้นที่รวมตัวกันสู้กับอิทธิพลนักเลงสัญชาติปากีสถาน ทำให้คนไทยที่ได้ยินข่าวถึงกับเลือดเดือด เพราะถึงแม้คนไทยจะรักสงบ แต่เมื่อถึงคราวรบ ก็รบก็ขาดใจ
ขณะที่กำนันหล่ำ ได้แต่ขอบคุณ พร้อมกับนำลูกบ้านที่ถูกอิทธิพลมืดข่มเหง อย่างนายบุญยิ่ง โตพันธ์เทียม มาถอดเสื้อโชว์รอยแผลเป็นจากฝีมือแก๊งไบคาน ที่จับตัวไปทรมาน และฝากรอยหวายไว้กลางหลัง
สาเหตุเดิมๆคือกล่าวหาว่า นายบุญยิ่ง บังอาจเอาควายรุกล้ำเข้าไปกินหญ้าในเขตพื้นที่ไบคาน
ต่อจากนั้น ชาวบ้านในตำบลชัยนารายณ์ช่วยกันเล่าให้อาคันตุกะผู้มีน้ำใจ ถึงความน่ากลัวของตระกูลไบคานที่สร้างสมอิทธิพลในพื้นที่ จนอำเภอลำนารายณ์กลายเป็นแดนคาวบอย
 
แม้กระทั่งตำรวจในพื้นที่ยังต้องยอม เพราะไบคานมีสายสัมพันธ์ถึงนายตำรวจใหญ่หลายคน รวมไปทั้งข้าราชการระดับบิ๊กๆในกระทรวงมหาดไทย
ยิ่งในยุคก่อน 14 ตุลาคมพุทธศักราช 2516 ช่วงนั้นไบคาน จะได้โควต้าในการส่งวัวควายออกนอก จนได้ครอบครองตลาดเนื้อวัวเนื้อควาย และหนัง ครอบคลุมไปหลายจังหวัด
วิธีการต่อมาของกลุ่มแขกปาทานกลุ่มนี้ แรกเริ่ม จะแจกวัวควายให้กับชาวบ้านทำไร่ทำนา แต่เมื่อวัวควายออกลูก จะต้องยกคืนให้กับพวกเขา
จากนั้นก็เริ่มกว้านซื้อที่ดินจากชาวบ้านในราคาถูก ด้วยความร่วมมือจากข้าราชการที่ไบคานใช้เงินหว่านซื้อไว้
ใครจะเชื่อ ภายใต้หน้าตาอันหล่อเหลาของเสี่ยหยอง รวมไปทั้งการใช้ชีวิตอย่างหรูหราอู้ฟู่ แบบมหาเศรษฐี มีบ้านหลังใหญ่ที่กรุงเทพ มีรถคันโต มีอาณาจักรอันกว้างใหญ่ เลี้ยงวัว 8 พันตัว อยู่ที่อำเภอลำนารายณ์ อีกทั้งท่าทางเป็นเพลย์บอยมากเสน่ห์
ขนาดนางเอกหนังชื่อดังอย่าง วันดี ศรีตรัง ยังมาหลงรักก่อนบินไปแต่งงานกันที่ประเทศปากีถาน
นั่นไม่ผิดเพี้ยนกับซาตานจอมโหดเลยแม้แต่น้อย
ส่วนพี่ชายต่างมารดาของ เสี่ยหยอง หรือที่เรียกกัน หลาน้อย -ธงชัย พงษ์สว่าง ก็ดุดันไม่แพ้กัน
เวลาไปเที่ยวฟังเพลงตามห้องอาหาร นักร้องสาวคนไหนเล่นตัว ไม่มานั่งด้วย หลาน้อย จะแสดงความป่าเถื่อนด้วยการใช้ฝาเบียร์กรีดหน้านักร้องสาวคนนั้นจนเสียโฉม
หากไปติดอกติดใจใคร ก็ให้เข้าไปร้องเพลงในอาณาจักรไบคานอันใหญ่โต และอีกหลายเรื่อง
แม้กระทั่งเรื่องเล็ก ๆน้อย ๆอย่างแค่ถ่านไม้ของชาวบ้านที่เผาเศษไม้เอามาทำเชื้อฟืนหุงหาอาหาร
เสี่ยหยอง บุตรชายคนที่ 6 ของ ไบคาน และนางเหลี่ยม ยังโมเมหน้าตาเฉย ส่งลูกน้องไปยึดขนเข้าฟาร์ม อ้างว่า เป็นเศษไม้ที่ชาวบ้านเอามาเผา  เป็นไม้ที่แอบไปตัดมาจากไร่ของพวกเขา
ไม่มีใครกล้าเถียง เพราะตัวอย่างมีปรากฏให้เห็น อย่างเช่นครอบครัวของนายทอง และนางประสิทธิ์ พุดจีบ สองสามีภรรยาที่ถูกนายสมชาย หรือเสี่ยหยอง นำสมุนบุกไปถึงบ้านพัก
กล่าวหาว่า นายทอง ผู้เป็นสามี บุกเข้าไปขโมยไม้ในไร่ของไบคานมาเผาทำเป็นถ่าน
ทันทีที่นายทองตอบปฏิเสธ กำปั้นไม่มีรู กระแทกเข้าไปที่ครึ่งปากครึ่งจมูกทันที ส่งผลให้ลูกสาวนายทอง วัย 3-4 ขวบ ร้องไห้จ้าด้วยความตกใจ
แต่ไม่ได้ทำให้ เสี่ยหยอง หยุดแสดงความป่าเถื่อน กลับพาพวกบุกขึ้นไปบนบ้าน รื้อค้นของมีค่าหวังเอาไปเป็นสมบัติ
เมื่อไม่เจออะไร ก็ให้สมุนยกกระสอบถ่าน 6-7 กระสอบ ขึ้นรถเอาไปใช้ในไร่ ท่ามกลางสายตาของชาวบ้านใกล้เคียงที่เห็นเหตุการณ์ออกมามุงดูด้วยสายตาไม่พอใจ
แต่ไม่มีใครกล้าที่จะหยุดยั้งการกระทำของมาเฟียโหดเหล่านี้ เพราะเกรงภัยมืดที่จะย้อนกลับมาเล่นงานอย่างไม่รู้ตัวในรูปแบบต่างๆภายหลัง
เล่นเอาชาวบ้านในอำเภอชัยบาดาลที่นำข้าวปลาอาหารมาสนับสนุน ถึงกับขนลุกขนพองสยองเกล้า เมื่อได้ยินความโหดเหี้ยมของตระกูลไบคานจากปากคนไทยผู้ถูกข่มขี่
———————————————–
วันที่ 9 มิถุนายน พุทธศักราช 2523
ชายรูปร่างล่ำสัน หุ่นเกือบจะเป็นมะขามข้อเดียว ในเครื่องแบบตำรวจยศพันตำรวจเอก เดินก้าวฉับๆลงจากรถที่จอดอยู่หน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภอชัยบาดาล โดยมีนายตำรวจชั้นประทวนของโรงพักภูธรแห่งนี้ ยืนทำความเคารพกันพรึบพรับ
เมื่อรู้ว่าผู้กำกับหัวหน้าตำรวจจังหวัดลพบุรี เดินทางมาเอง
พวกเขารู้ตั้งแต่เมื่อวานจากวิทยุด่วนที่ส่งมาว่า ในวันนี้ พันตำรวจเอกชลอ จะเดินทางมาตรวจสำนวนการสอบสวนคดีอิทธิพลที่เกิดขึ้น พร้อมใช้จังหวะเยี่ยมเยียนให้กำลังใจชาวบ้านที่ถูกรังแก และเยี่ยมตำรวจพื้นที่ไปในตัว
ตำรวจโรงพักชัยบาลดาล เห็นนายตำรวจในเครื่องแบบยศพันตำรวจโท เดินตามหลังผู้เป็นนาย จำได้ว่าเป็นสารวัตรใหญ่สถานีตำรวจภูธรอำเภอพัฒนานิคม พันตำรวจโทชูศักดิ์ โรจนพันธ์
ชลอเดินขึ้นไปโรงพัก พร้อมเรียกหาพันตำรวจตรีสำเริง มุยคำ สารวัตรใหญ่สถานีตำวจภูธรอำเภอชัยบาดาล และนายตำรวจเข้าประชุม เพื่อวางแผน และแนวทางในการให้ความคุ้มครองชาวบ้านที่จะมาแจ้งความดำเนินคดีกับไอ้หยอง
มีตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษในชุดสนามสีเขียว อาวุธครบมือเกือบ 50 นาย ที่ติดตามพันตำรวจเอกชลอมาด้วย แยกไปรวมกำลังที่ข้างๆโรงพัก รอการสั่งการจากผู้เป็นนาย
โรงพักชัยบาดาลเริ่มคึกคัก เมื่อชาวบ้านเริ่มรู้ว่า นายตำรวจมือปราบ ชลอ เกิดเทศ มาปรากฎกายอยู่บนโรงพัก
เริ่มจากคนไม่กี่คน กลายเป็นสิบกว่าคน และเพิ่มขึ้นอีกเกือบร้อยคน เดินทางมาแสดงความขอบคุณนายตำรวจหนุ่มนักบู๊ ที่เดินทางเข้าพื้นที่มาสั่งการด้วยตัวเอง
โดยพันตำรวจเอกชลอ ไม่ถือตัว ออกมายืนคุยอยู่กับกลุ่มชาวบ้านอย่างเป็นกันเอง
“ท่านครับ…ท่านสั่งให้ตำรวจจับไอ้หยองก่อนเถอะครับ พวกผมกลัวว่ามันจะหนีไปซะก่อน…”
บุญยิ่ง โตพันธ์เทียม เหยื่ออาญาเถื่อนจากมาเฟียเชื้อสายปากีสถาน ร้องขอให้พันตำรวจเอกชลอ รีบดำเนินการเพราะแค้นไม่หายจากรอยหวายที่ประทับเป็นแผลเป็นอยู่กลางหลัง
 
“ไม่ต้องห่วง ผมให้ความเป็นธรรมเต็มที่ เพราะถึงแม้นายหยอง จะเป็นผู้เสียหายเพราะถูกยิง แต่นายหยองเองก็ต้องถูกดำเนินคดีด้วยเช่นกัน
เขาก่อคดีไว้เยอะมาก ไม่ว่าจะฉุดคร่าผู้หญิง ข่มขืนอนาจาร มีเจ้าทุกข์เริ่มทยอยแจ้งความหลายรายแล้ว……”
 
สำหรับคดีอื่นๆ ยังมีอีกมาก ที่ยังจับผู้ร่วมลงมือกับนายหยองไม่ได้ ผมให้รื้อฟื้นคดีมาทำใหม่ หากพบมีใครพัวพัน ผมจะสั่งดำเนินการจับกุมทั้งหมด
มันควรถึงเวลาแล้วที่เราต้องปราบปรามให้สิ้นซากเสียที อิทธิพลเถื่อนๆพวกนี้……”
ท่ามกลางเสียงโห่ร้องดีใจของชาวบ้านตำบลชัยนารายณ์ ทีได้ยินผู้พิทักษ์สันติราษฏร์เอ่ยออกจากปากและได้ยินกันทั่ว
———————————————
เช้าวันที่ 10 มิถุนายน พุทธศักราช 2523
นักข่าวในกรมตำรวจ ต่างตื่นเต้นยกใหญ่
เมื่อนายตำรวจพวกเยอะอย่างพันตำรวจเอกชลอ เกิดเทศ ผู้กำกับตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี ปรากฏกายที่หน้าห้องทำงาน พลตำรวจโทณรงค์ มหานนท์ รองอธิบดีกรมตำรวจฝ่ายปราบปราม
พร้อมด้วยพันตำรวจตรีสำเริง มุยคำ สารวัตรใหญ่พื้นที่ปัญหา และนายชวลิต วิบูลย์ประพันธ์ นายอำเภอชัยบาดาล
บรรดาเหยี่ยวข่าวยังไม่ทันได้ซักอะไร ตำรวจหญิงหน้าห้องได้เรียกให้อาคันตุกะจากเมืองละโว้ทั้งหมด เข้าไปภายในห้องทำงานของนายพลมือปราบ
สักพัก พลตำรวจตรีเชวง แก้วไชโย ผู้บังคับการกองทะเบียน และอาชญากรรม เดินเข้าไปสมทบ โดยถือแฟ้มข้อมูลปึกเบ้อเร่อเข้าไปด้วย
พลตำรวจตรีเชวงบอกกับนักข่าวที่คุ้นหน้าคุ้นตาบางคนว่า นายเรียกให้มาเอาประวัติมือปืนสังกัดไบคาน มาตรวจสอบอีกครั้ง
เกือบสองชั่วโมงต่อมา พลตำรวจโทณรงค์ มหานนท์ นายตำรวจเลือดเนื้อเชื้อไขคนเพชรบุรี ถึงเดินออกมาจากห้องทำงาน ทักทายเหยี่ยวข่าวประจำกรมตำรวจด้วยอารมณ์ดี
“ผมเรียกเจ้าของท้องที่เข้ามาเพื่อรับฟังข้อเท็จจริง ทำให้รู้สาเหตุที่ชาวบ้านเดือดร้อน มาจากเรื่องอะไร เป็นเรื่องที่กลุ่มนายสมชายกระทำผิดกฎหมายบ้านเมือง
เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นที่ตำบลชัยนารายณ์ที่เดียว ยังมีที่สระบุรี และอุทัยธานี ต้องชำระสะสางพร้อมกันด้วย……”
 
“จากนี้ ผมจะเรียกหัวหน้าตำรวจสระบุรี และอุทัยธานีมาพบ เพื่อขอทราบข้อเท็จจริงว่าเหตุการณ์ในพื้นที่ มีลักษณะเหมือนที่อำเภอชัยบาดาลหรือไม่
ถ้ามีก็ให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ใครจะอยู่เหนือกฎหมายไม่ได้……”
รองอธิบดีกรมตำรวจ กล่าวต่ออีก
“ผมสั่งการไปแล้วเมื่อครู่นี้ คดีไหนที่ยังไม่หมดอายุความ ให้รื้อมาดำเนินคดีใหม่ให้หมด ไม่ต้องไปเกรงกลัวอิทธิพลของใคร ถ้ามีปัญหาให้มาปรึกษาผมได้ทุกเวลา อิทธิพลจะอยู่เหนือกฏหมายได้อย่างไร…..”
 
“ส่วนเรื่องป่าสงวน 12,000 ไร่ ที่กลุ่มไบคานบุกรุกเข้าไป ผมจะไม่พูดถึง เพราะคณะกรรมการจังหวัดลพบุรีกำลังดำเนินการอยู่ และเมื่อฟังจากปากท่านนายอำเภอชัยบาดาลแล้ว ก็โอเคอยู่ตอนนี้
 
หลังจากการหารือ ผมได้วิทยุด่วนให้ระดมกำลังตำรวจจาก 3 จังหวัดที่มีปัญหา ตั้งแผนกวาดล้างอิทธิพลไบคานให้สิ้นซาก….”
นายพลคนเพชรให้สัมภาษณ์ทีเดียวยาวเหยียด
ขณะที่พันตำรวจเอกชลอ ถูกรุมสัมภาษณ์ภายหลัง และบอกว่า
 
“พวกชาวบ้านทนกันมานานแล้ว ทุกข์ยากจากธรมชาติก็หนักพออยู่แล้ว ยังมาถูกคนต่างชาติอ้างสิทธิ์บนพื้นแผ่นดินเราอีก เมื่อถูกรังแกมากๆจุดระเบิดมาถึงก็เป็นแบบนี้ คือจับปืนสู้
 
ส่วนสาเหตุ ผมพูดตรงๆ มาจากตัวเสี่ยหยองนี่แหละ เข้าไปยุ่งที่ฟาร์มได้แค่ 2 เดือน ก็มีปัญหาแล้ว…….”
———————————————–
พฤติกรรมโหดของนายสมชาย หรือเสี่ยหยอง เริ่มปรากฎเป็นระยะ เมื่อชาวบ้านผู้ทุกข์ทนต่างกล้าเข้าแจ้งความเอาผิดกับมาเฟียเลือดปาทานกัน มากขึ้น
พร้อมๆกับปฎิบัติการณ์ล้างอิทธิพล ไบคาน ตามคำสั่งของรองอธิบดีกรมตำรวจ ในอีก 2 วันต่อมา
พันตำรวจเอกชลอ มอบหมายให้พันตำรวจตรีสำเริง มุยคำ และหน่วยปฏิบัติการพิเศษจังหวัดลพบุรี ร่วมกับร้อยเอกจุล ม่วงพันธ์ ปลัดอำเภอชัยบาดาล จู่โจมเข้าตรวจค้นฟาร์มของ ไบคาน ริมถนนสาย 21 ตำบลชัยนรายณ์ อำเภอชัยบาดาล บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 67-68 ถนนสายสระบุรี-หล่มสัก และอีกหลายหลายจุดในจังหวัดลพบุรี และจังหวัดสระบุรี
ภายหลังออกหมายจับ เสี่ยหยอง-สมชาย พงษ์สว่าง นายดารามิเซ็น ผู้จัดการฟาร์มไบคาน นายประเวศน์ มาชะมะแอ และนายหน่อย ไม่ทราบนามสกุล ในคดีร่วมกันฆ่า
โดยให้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดหนึ่ง มุ่งหน้าไปที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดสระบุรี สถานที่ที่ ผู้ต้องหาคนสำคัญ ลูกชายไบคาน ที่พักรักษาตัวจากบาดแผลถูกลอบยิงอยู่
 
แต่เสี่ยหยอง ไม่ใช่หมู ด้วยสายข่าวที่ซื้อไว้ ทำให้เขารู้ดีว่า ตอนนี้สถานการณ์ตกเป็นรอง เพลย์บอยหนุ่ม พร้อมด้วย นายชา ปาทาน และนายซัน สมุนคู่ใจอีกคน ได้หลบหนีออกจากโรงพยาบาลไปก่อนหน้า
ท่ามกลางความหงุดหงิดของพันตำรวจเอกชลอ เพราะเชื่อว่าข่าวการออกหมายจับ เสี่ยหยอง เจ้าพ่อชัยบาดาล บุตรชายคนที่ 6 ของ ไบคาน ต้องมีคนคาบข่าวไปให้มันรู้ตัวก่อนแน่

แต่การข่าวของชลอ ยังพอรู้ว่า ไอ้เพลย์บอยแขกจอมโหด มันหนีไปกบดานอยู่ที่ไหน