ผู้การนครปฐม เตรียมดำเนินคดี ( นักรบด่านเถื่อน ) ก่อกวนการปฎิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณจุดตรวจกวดขันวินัยจราจร ห้วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ (7 วันอันตราย )
วันนี้ 1 มกราคม 2569 ห้องประชุมชั้น 2 สภ.กำแพงแสน พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม เดินทางไป สภ.กำแพงแสน เรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมตรวจสอบข้อเท็จจริง
กรณีเหตุการณ์ที่มีบุคคลถ่ายทอดวีดีโอเผยแพร่ภาพในสื่อโซเชี่ยลมีเดียและแจ้งความดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่ปฏิบัติหน้าที่ บริเวณจุดตรวจกวดขันวินัยจราจร หน้า สภ.กำแพงแสน เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2568 เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริง ตลอดจนกำหนดแนวทางการปฏิบัติให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถูกต้องเป็นธรรมตามกฏหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
พร้อมตรวจเยี่ยมข้าราชการตํารวจ สภ.กำแพงแสน ที่ปฏิบัติหน้าที่งานจราจร และมอบสิ่งของให้กับ ร.ต.ต.พิเชษฐ์ กลิ่นบุปผา รอง สวป.(ป.) สภ.กำแพงแสน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่
พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม เปิดเผยว่ากรณี เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2568 เวลา 10.00 น.ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กำแพงแสน ตั้งจุดตรวจบริเวณถนนมาลัยแมน ด้านหน้า สภ.กำแพงแสน ตามที่ได้ขออนุมัติการตั้งจุดตรวจจาก ภ.จว.นครปฐมเพื่อกวดขันวินัยจราจรของผู้ใช้รถใช้ถนนในห้วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ (7 วันอันตราย)มี ว่าที่ พ.ต.ท.ไชยวัฒน์ ทองคงหาญ สวป.สภ.กำแพงแสน หัวหน้าชุดตั้งจุดตรวจ
จนกระทั่งเวลาประมาณ 10.30 น.มีผู้ขับขี่รถแท็กซี่ สีเขียว-เหลือง หมายเลขทะเบียน 1มค-7202 กรุงเทพมหานคร ได้ขับขี่เข้ามาถึงบริเวณจุดตรวจ ร.ต.ต.พิเชษฐ์ กลิ่นบุปผา รอง สว.(ป.)สภ.กำแพงแสน ที่ปฏิบัติหน้าที่จราจร จึงได้ส่งสัญญาณเรียกให้รถแท็กซี่คันดังกล่าว ให้หยุดรถ
เมื่อผู้ขับขี่จอดรถและลดกระจกลง ทาง ร.ต.ต.พิเชษฐ์ ฯ ตรวจพบว่าผู้ขับขี่ไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย แต่ปรากฏว่าทางผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวทราบชื่อภายหลังว่า นายวินัย ได้จอดรถแล้วเดินลงมาและปฏิเสธว่าตนเพิ่งปลดเข็มขัดนิรภัยออก
ขณะนั้นมี ส.ต.ต.วิชยุตม์ นันไทย ผบ.หมู่ กองร้อย คฝ.กก. สส. ภ.จว. นครปฐม ช่วยราชการงานจราจร สภ.กำแพงแสน ปฏิบัติหน้าที่อยู่ด้วย ได้แจ้งนายวินัยฯ ว่าหากไม่ได้คาดเข็มขัดจะได้ว่ากล่าวตักเตือน
แต่นายวินัยฯ ได้แสดงท่าที อาการไม่พอใจการปฏิบัติหน้าที่ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำโทรศัพท์มือถือถ่ายวีดีโอในลักษณะคล้ายการถ่ายทอดสดผ่านเฟชบุ๊ค บันทึกการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยยืนถ่ายวีดีโออยู่ภายในบริเวณจุดตรวจดังกล่าว
ขณะนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่กำลังเรียกรถจักรยานยนต์อีกคันมาจอดบริเวณที่ นายวินัยฯ ยืนถ่ายวีดีโออยู่ ซึ่งรบกวนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ร.ต.ต.พิเชษฐ์ฯ จึงเดินมาแจ้งนายวินัยฯ ว่า “ ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่อยู่ ให้ถอยไปถ่ายไกลๆ ” เพื่อให้นายวินัย ฯ ถอยออกไปถ่ายวีดีโอนอกบริเวณจุดตรวจ
จากนั้นทาง ร.ต.ต.พิเชษฐ์ฯ ได้เดินเข้าไปใช้มือแตะที่แขนของนายวินัยฯ เพื่อให้ถอยออกไปอยู่นอกบริเวณจุดตรวจ แต่ปรากฏว่านายวินัยฯ ได้ทิ้งตัวล้มลงแล้วตะโกนว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจผลักจนล้ม โดยนายวินัยฯ ได้ส่งเสียงดังเอะอะโวยวายยั่วยุเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่
จากนั้นนายวินัยฯได้เดินทางมาพบกับ พ.ต.ท.วีระพล ลิ้มวัฒนานิมิตกุล รอง ผกก.สอบสวน สภ.กำแพงแสน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ผลักตนเองล้ม
พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม เปิดเผยอีกว่า จากกรณีดังกล่าวมีข้อพิจารณาใน 2 ประเด็นคือ
1. กรณีบุคคลดังกล่าวแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.กำแพงแสน ในข้อหา “ ทำร้ายร่างกายและกระทำอนาจาร ” ซึ่งพนักงานสอบสวนได้สอบคำให้การและส่งตัวไปตรวจบาดแผลที่โรงพยาบาลกำแพงแสนเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งจะได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป
2. กรณีบุคคลที่เข้ามารบกวนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.กำแพงแสน ฝ่ายกฎหมายพิจารณาแล้วมีความเห็นว่าเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดดังนี้
1.ข้อหา “ แจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานสอบสวนซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นเสียหายอันเป็นการเพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษ โดยรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น ” ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 174 ประกอบมาตรา 172 และ 173
2. ข้อหา “กระทำด้วยประการใด ๆ ต่อผู้อื่น อันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ อันเป็นการกระทำในที่สาธารณสถานหรือต่อหน้าธารกำนัล ”ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397
3.ข้อหา “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน โดยทุจริตหรือหลอกลวง” ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (1)
โดยได้เร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องดำเนินการ สืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินคดีอย่างรอบคอบ รวดเร็วและให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย

























