ผู้การโคราชคุม 2 คนจีนทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ชิงทองด่านเกวียน ชาวบ้านแห่มุงดูแน่น โดยก่อนหน้าแยกสอบเข้ม อ้างถูกหลอกมาซ่อมโดรนก่อนเงินหมดเหลือติดตัว 20 บาท
จากกรณี2 คนร้ายใช้อาวุธปืนชิงทรัพย์ภายในร้านทอง ร้านทองเยาวราชด่านเกวียน ต.ด่านเกวียน อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา สวมหมวกไอ้โม่งสีดำ สวมเสื้อแขนยาวสีดำ และกางเกงขาสั้นทั้งคู่ มีปืนพกสั้นติดตัว ใช้ของแข็งลักษณะคล้ายค้อนทุบตู้กระจกภายในร้านทองหลายตู้จนแตกเสียหาย ก่อนกวาดเอาแหวนทองคำไปประมาณ 30 วง มูลค่าราว 300,000 บาท แล้วขับรถยนต์เก๋งสีขาว ยี่ห้อโตโยต้า หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว แต่สุดท้ายถูกจับได้ที่กทม.ในวันเดียวกันหรือถูกจับภายใน8ชม. เบื้องต้นสารภาพเช่ารถจากกทม.มาก่อเหตุ
ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันอังคารที่ 28 เมษายน 2569 พ.ต.ท.ปรัชญา นิมาลา รองผู้กำกับ(สอบสวน)สภ.โชคชัย พร้อมด้วย พ.ต.ท.อัศม์เดช ภัทรวิมลศิลป์ รอง ผกก.ป.สภ.โชคชัย ได้คุมตัว 2 ผู้ต้องหา ได้แก่ นายซู จินเทา (Zou Qintao) อายุ 27 ปี และนายซอง ฮาวหลง (Song Haolong) อายุ 19 ปี แยกกันสอบปากคำ มีล่ามภาษาจีน ในการสื่อสาร โดยผู้ต้องหาทั้งสองคนมีสีหน้าค่อนข้างเคร่งเครียด แล้วจะมีการทำแผนในช่วงบ่ายวันนี้
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลางแหวนทองรูปพรรณ 44 วง น้ำหนักรวม 156.9 กรัม และต่างหูทองรูปพรรณ 24 คู่ (44 ชิ้น) น้ำหนักรวม 119 กรัมเป็นทรัพย์สินที่ได้จากการก่อเหตุ มูลค่า7-8 แสนบาท
แจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีอาวุธ โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นหรือคุ้มครองทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองให้การอ้างว่า ถูกชักชวนผ่านทางอินเทอร์เน็ตให้มาทำงานซ่อมโดรนในประเทศไทย อ้างว่าจะได้รับค่าจ้างสูงถึง 40,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อลำ มูลค่าเงินไทย 1,300,000 บาท เนื่องจากมีอาชีพซ่อมโดรนอยู่แล้ว ตัดสินใจเดินทางเข้ามาพร้อมลูกมือเช่ารถยนต์ขับไปตามพิกัดจีพีเอสที่ได้รับ
เมื่อไปถึงบริเวณด่านชายแดนประเทศกัมพูชา เกิดความกลัวไม่กล้าเดินทางต่อ ผู้ว่าจ้างจึงส่งพิกัดใหม่ให้ไปยังพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก แต่ผู้ต้องหายังไม่กล้าไปอีก กระทั่งเงินหมด เหลือติดตัวเพียง 20 บาท ตัดสินใจก่อเหตุชิงทองนำไปขายหาเงินใช้ ยอมรับว่าได้นำทองบางส่วนไปขายได้เงินมาแล้ว 16,800 บาท
ตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหาในพยายามก่อเหตุร้านทองในพื้นที่อ.บ้านเหลื่อม จ.นครราชสีมาเมื่อวันที่ 26 เมษายน 69 โดยกล้องวงจรปิดที่ร้านสะดวกซื้อในอ.บ้านเหลื่อม บันทึกภาพใบหน้า 1 ใน 2 คน ร้ายไว้ขณะยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์เพื่อชำระสินค้า แต่จังหวะไม่ได้จึงไม่ได้ก่อเหตุ
นายสุรศักดิ์ จิรวงศ์ไพศาล อายุ 74 ปีเจ้าของร้านทองเปิดเผยว่า ขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีการติดตามคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว เพราะถือว่าเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ ในส่วนที่ว่าผู้ต้องหาเป็นชาวจีน 2 รายนั้นจนรู้สึกเฉยๆแต่อยากได้ทองกลับคืนมามากกว่า ถึงพนักงานในร้านก็ยังหวาดผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ก็ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ หลังจากนี้จะต้องมีการระมัดระวังให้มากขึ้นเพื่อเป็นการป้องกันเหตุ
บ่ายวันเดียวกัน พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จว. นครราชสีมา พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โชคชัย ควบคุมตัวผไปู้ต้องหาทั้งคู่ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ภายในร้านทอง ร้านทองเยาวราชด่านเกวียน ต.ด่านเกวียน อ.โชคชัย หลังร่วมกันก่อเหตุใช้อาวุธปืนชิงทรัพย์ภายในร้านทองดังกล่าว
บรรยากาศการทำแผน ผู้ต้องหาทั้งสองรายมีสีหน้าเคร่งเครียด ขณะเจ้าหน้าที่นำตัวพาชี้จุดเกิดเหตุสำคัญภายในร้าน ทั้งจุดที่ใช้ของแข็งทุบตู้กระจก และจุดที่กวาดเอาทรัพย์สิน ก่อนหลบหนี มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมามุงดูการทำแผนอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ภายหลังเสร็จสิ้นการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีอาวุธ ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.โชคชัย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

























