จู้กหู้กกู้ กราบสวัสดี
ดูบอลโลกครั้งนี้เกิดรู้สึกมีความหวังเล็กๆขึ้นมา โอกาสประเทศไทยจะไปบอลโลกอาจเกิดขึ้นในชาตินี้ ก็หลายๆทีมมาบอลโลกครั้งแรก เราน่าจะเอาเป็นตัวอย่างได้
ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้เห็นทีมที่แทบไม่มีใครพูดถึงก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์ สร้างผลงานเหนือความคาดหมายครั้งแล้วครั้งเล่า
บางประเทศเพิ่งมีโอกาสสัมผัสฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรก บางชาติห่างหายจากเวทีแห่งนี้มานานหลายสิบปี
ขณะที่อีกหลายทีมมีประชากรเพียงไม่กี่ล้านคน มีต้นทุนและโครงสร้างฟุตบอลที่ห่างไกลจากบรรดามหาอำนาจลูกหนัง แต่กลับยืนหยัดต่อกรกับทีมระดับโลกได้อย่างไม่เกรงกลัว
เราได้เห็น อุซเบกิสถาน สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการลงเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติ และพิสูจน์ให้เห็นว่าความสำเร็จของพวกเขาไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโชค
เราได้เห็น เคปเวิร์ด ประเทศหมู่เกาะเล็กๆ ที่มีประชากรไม่ถึงหนึ่งล้านคน สร้างความลำบากให้กับทุกคู่แข่ง จนไม่มีทีมใหญ่ทีมไหนกล้าประมาท
ทั้งที่เมื่อไม่นานมานี้ ชื่อพวกเขาแทบไม่เคยถูกพูดถึงบนเวทีฟุตบอลโลกเลย แต่ตอนนี้กลับนั่งอยู่ในหัวใจแฟนบอลทั้งโลก
เราได้เห็น จอร์แดน ประเทศที่ไม่เคยถูกจัดอยู่ในกลุ่มมหาอำนาจของเอเชีย ค่อยๆเติบโตจากการวางรากฐานอย่างอดทน จนสามารถก้าวขึ้นมาแข่งขันกับชาติชั้นนำของโลกได้อย่างสมศักดิ์ศรี
และเราได้เห็นชาติอย่าง บอสเนีย ซึ่งมีประสบการณ์ในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายไม่มากนัก แต่กลับเล่นด้วยความมั่นใจ กล้าต่อกรกับทีมระดับท็อป และพิสูจน์ว่าชื่อชั้นในอดีตไม่ได้เป็นตัวกำหนดผลการแข่งขันอีกต่อไป
สิ่งที่น่าสนใจคือ ประเทศเหล่านี้ไม่ได้ร่ำรวยกว่าชาติมหาอำนาจ ไม่ได้มีลีกที่ดีที่สุดในโลก และหลายแห่งไม่ได้มีประชากรมหาศาลให้เลือกนักเตะ
แต่พวกเขามีบางอย่างที่เหมือนกัน นั่นคือ “ระบบ” ที่แข็งแรงกว่าชื่อเสียงของตัวเอง
ฟุตบอลโลกครั้งนี้จึงไม่ได้เล่าเรื่องของปาฏิหาริย์ แต่กำลังบอกเราว่า ช่องว่างระหว่างทีมเล็กกับทีมใหญ่กำลังแคบลง
เพราะฟุตบอลสมัยใหม่ไม่ได้ตัดสินกันด้วยมูลค่าทีมหรือจำนวนซูเปอร์สตาร์เพียงอย่างเดียว หากตัดสินกันด้วยคุณภาพของการพัฒนาฟุตบอลทั้งประเทศ
และเมื่อมองภาพเหล่านั้นย้อนกลับมาที่ประเทศไทย คำถามที่น่าสนใจก็คือ…
หากทีมที่มีต้นทุนไม่ต่างจากเรา หรือบางประเทศอาจมีข้อจำกัดมากกว่าเรา ยังสามารถสร้างตัวเองจนก้าวขึ้นมาแข่งขันบนเวทีฟุตบอลโลกได้ แล้วฟุตบอลไทยกำลังขาดอะไรอยู่กันแน่ มีบทเรียนอะไรที่เราควรหยิบกลับมาใช้ ก่อนที่ฟุตบอลโลกครั้งต่อไปจะมาถึง
หรือจริง ๆ แล้ว ประเทศไทยกำลังเรียนฟุตบอลผิดบทอยู่หรือเปล่า
“ประเทศที่เคยเป็นทีมเล็กเหมือนเรา เขาทำอย่างไรถึงเลิกเป็นทีมเล็ก”
อุซเบกิสถานน่าสนใจ
จอร์แดนและเคปเวิร์ดน่าสนใจมากกว่าทีมที่คว้าแชมป์โลกหลายสมัย
เพราะประเทศเหล่านี้ไม่ได้เกิดมาพร้อมทุกอย่างเหมือนมหาอำนาจลูกหนัง พวกเขาเคยเป็นชาติที่ถูกมองข้าม เคยเป็นเพียงชื่อที่หลายคนอ่านผ่านในผลจับสลาก แล้วรีบมองหาว่าจะได้เจอกับทีมใหญ่เมื่อไร
แต่วันนี้ไม่มีใครกล้าคิดแบบนั้นอีกแล้ว
พยายามมองให้ลึกกว่าผลการแข่งขัน มองให้ลึกกว่าประตูที่ยิงได้ หรือแท็กติกใน 90 นาที เพราะสิ่งที่ทำให้ทีมเหล่านี้เปลี่ยนไป ไม่ได้เกิดขึ้นในวันที่เสียงนกหวีดเริ่มเกม
หากเริ่มต้นเมื่อสิบหรือยี่สิบปีก่อน ในวันที่แทบไม่มีใครสนใจว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่
อุซเบกิสถานไม่ได้รอให้มีนักเตะระดับอัจฉริยะเกิดขึ้นมาช่วยประเทศ แต่สร้างระบบที่ทำให้เด็กหลายพันคนเรียนฟุตบอลด้วยภาษาเดียวกัน
โค้ชในแต่ละเมืองสอนหลักการเดียวกัน เด็กที่เติบโตจากอคาเดมีคนละแห่งสามารถเดินเข้าสู่ทีมชาติแล้วเข้าใจฟุตบอลแบบเดียวกันโดยแทบไม่ต้องเริ่มต้นใหม่
นั่นทำให้ทีมชาติของพวกเขาไม่ต้องเริ่มสร้างทุกครั้งที่เปลี่ยนโค้ช เพราะรากฐานถูกวางไว้ก่อนแล้ว
กลับมามองฟุตบอลไทย แล้วอดคิดไม่ได้ว่า ทุกครั้งที่ทีมชาติเปลี่ยนหัวหน้าผู้ฝึกสอน เราเหมือนกำลังรื้อบ้านแล้วสร้างใหม่ทั้งหลัง
เด็กชุดหนึ่งเติบโตมากับฟุตบอลแบบหนึ่ง พอขึ้นอีกระดับก็ต้องเรียนใหม่ เปลี่ยนวิธีเล่นใหม่ เปลี่ยนบทบาทใหม่
ขณะที่ประเทศที่กำลังไล่ทันมหาอำนาจกลับทำตรงกันข้าม พวกเขาเปลี่ยนคนได้ แต่ไม่เปลี่ยนปรัชญา
จอร์แดนยิ่งทำให้เชื่อเรื่องนี้มากขึ้น พวกเขาไม่ได้มีนักเตะที่ค่าตัวแพงกว่าเรา ไม่ได้มีลีกที่ได้รับความสนใจมากกว่าไทยลีก
แต่เมื่อเกมเริ่มขึ้น สิ่งที่เห็นคือผู้เล่นสิบเอ็ดคนที่ขยับพร้อมกันเหมือนผ่านการซ้อมมานับพันครั้ง ระยะห่างระหว่างแนวรับกับกองกลางแทบไม่เคยเสีย
ความเข้าใจเกมเกิดขึ้นก่อนที่ใครคนหนึ่งจะต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัวเสียอีก ฟุตบอลของพวกเขาไม่ได้พึ่งฮีโร่ แต่พึ่งระบบที่ทำให้ทุกคนธรรมดา กลายเป็นทีมที่ไม่ธรรมดา
ยิ่งดูมากเท่าไร ผมก็ยิ่งรู้สึกว่า เราอาจหลงชื่นชมคำว่า “นักเตะไทยเทคนิคดี” มานานเกินไป จนลืมไปว่าฟุตบอลโลกไม่เคยตัดสินกันด้วยทักษะของคนใดคนหนึ่ง แต่ตัดสินกันด้วยความเข้าใจร่วมกันของนักเตะทั้งทีม
เมื่อมองลงไปอีกชั้น สิ่งที่ทำให้ช่องว่างระหว่างทีมเล็กกับทีมใหญ่แคบลง ไม่ใช่เพราะทุกคนเล่นฟุตบอลเก่งขึ้นพร้อมกัน แต่เพราะทุกคนใช้ข้อมูลมากขึ้นพร้อมกัน
คำถามที่สำคัญที่สุดสำหรับฟุตบอลไทยในวันนี้ อาจไม่ใช่ว่า
“เราจะไปฟุตบอลโลกได้เมื่อไร”
แต่อาจเป็นว่า…
“วันนี้ เรากำลังลงมือสร้างระบบที่จะพาเราไปถึงวันนั้นแล้วหรือยัง”
เราจะไปบอลโลก
เป็นเพียงแค่ความฝันหรือความจริง

























