” รองแมน“ แถลงศูนย์ ACSC เปิดปฏิบัติการ ‘สุครีพหักคอลฯ ’ บุกรวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ 17 ราย ปลอมเป็น AIS-ตร.ภูเก็ต วิดีโอคอลใส่ชุดตำรวจหลอกเหยื่อ
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 5พ.ย.69 ที่ห้องแถลงข่าว ชั้น 10 อาคารพิทักษ์สีนติ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.)
พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ฯ และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ฯ ร่วมกับ พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ท. ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม. พ.ต.อ.ชวินโรจน์ ภีมรัชตธำรงค์ ผกก.4 บก.ปคม. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
ร่วมแถลงผลปฏิบัติการ “สุครีพหักคอลฯ ล้างบางแก๊งอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติ“ จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 17 ราย ยึดของกลางเสื้อสีกากีคล้ายเครื่องแบบตำรวจ 4 ตัว 2.คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ยี่ห้อ DIODIY 1 เครื่อง 3.ไอแพด 5 เครื่อง 4.โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง 5.กระดาษจดบันทึกสคริปต์หลอกลวง
พ.ต.อ.ชวินโรจน์ ภีมรัชต์ธำรงค์ ผกก.4 บก.ปคม. กล่าวว่า ได้รับการประสานความร่วมมือจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจลาว แขวงบ่อแก้ว ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) โดยศูนย์ ACSC ได้มอบหมายให้ บก.ปคม. รับตัวและคัดกรองกลุ่มคนไทย 23 ราย คนไม่มีสัญชาติไทย 1 ราย ที่ ถูกเจ้าหน้าที่ลาวจับกุมดำเนินคดีแก๊งสแกมเมอร์คอลเซ็นเตอร์ พร้อมของกลางดังกล่าว ก่อนผลักดันกลับประเทศไทย เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 69
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคม.บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการคัดกรองบุคคลดังกล่าว พบว่าบุคคลดังกล่าวทั้งหมด 24 ราย ไม่เป็นเหยื่อผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์แต่อาจจะเป็นผู้มีส่วนร่วมในกระบวนการแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ
จากการตรวจสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ตรวจยึดมาพบกลุ่มแชตสั่งการผ่านแอปพลิเคชัน Line และ WhatsApp มีบทสนทนา สคริปต์หลอกลวง รายชื่อเหยื่อ และรูปภาพเอกสารราชการปลอม
เจ้าหน้าที่ขยายผลก่อนรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหารวม 32 ราย ก่อนจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้แล้ว 17 ราย ในข้อหา “ร่วมกันพยายามฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ และมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” คุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคม. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการสืบสวนยังพบว่า ระหว่างเดือนพฤษภาคม 2569 ถึงวันที่ 17 มิถุนายน 2569 กลุ่มผู้ต้องหาได้แบ่งหน้าที่กันทำในลักษณะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ใช้ฐานปฏิบัติการในต่างประเทศ แบ่งกลุ่มการทำงานดังนี้
1. กลุ่มนายทุนหรือสั่งการ ทำหน้าที่ชักชวนจัดหาพนักงาน สถานที่ อุปกรณ์ และจัดหาเงินทุนโอนผ่านบัญชีธนาคารในไทยเพื่อเป็นค่าดำเนินการ
2. กลุ่มพนักงาน อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่บริษัท เอไอเอส (AIS) โทรศัพท์หลอกลวงเหยื่อว่าหมายเลขโทรศัพท์มีความเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ก่อนส่งต่อให้กลุ่มที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ต โทรศัพท์พูดคุยกับเหยื่อ ขู่ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคนร้ายและต้องโอนเงินมาตรวจสอบในบัญชีม้าที่เตรียมไว้
ส่วนการหลอกลวง กลุ่มผู้ต้องหาจะเพิ่มเพื่อนทางไลน์และวิดีโอคอล (LINE Video Call) แต่งกายด้วยเสื้อคล้ายเครื่องแบบตำรวจ อ้างเป็นผู้หมวด พูดคุยสอบถามรายได้ พร้อมส่งภาพสมุดบัญชีปลอมและคำสั่งศาลจังหวัดภูเก็ตปลอมเพื่อข่มขู่ให้หลงเชื่อโอนเงิน
นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคม.ดำเนินคดีพร้อมขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องต่อไป





























