Saturday, May 30, 2026
More
    Homeข่าวเด่นรอบวันACSC-Meta-CIB จับ "ซ้อโรส ตะโบงคมุม" พร้อมสมุนบังคับเหยื่อทำคอลเซ็นเตอร์

    ACSC-Meta-CIB จับ “ซ้อโรส ตะโบงคมุม” พร้อมสมุนบังคับเหยื่อทำคอลเซ็นเตอร์

    ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ผนึกกำลัง Meta และตำรวจสอบสวนกลาง “ตามรวบ “ซ้อโรสแห่งตะโบงคมุม ประเทศกัมพูชา” หัวหน้าแก๊งสแกมเมอร์ไทยพร้อมสมุนรวม 5 ราย หลังหลอกคนไทยข้ามแดน บังคับทำคอลเซ็นเตอร์ ถ้าทำยอดไม่ได้เจอไฟช็อต-ทุบตี

    วันที่ 29 พ.ค.69 พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร., พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร.,ประสานพล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม.พ.ต.อ.ก่อเกียรติ วุฒิจำนงค์ ผกก.1 บก.ปคม.พ.ต.ท.ก่อเกียรติ เกียรติตั้ง สว.(สอบสวน) กก.1 บก.ปคม.,พ.ต.ต.พศวัต ศรีสุขโข, พ.ต.ต.หญิง สไบนาง ศิริมนตรี, สว.กก.1 บก.ปคม.

    ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหา ประกอยด้วย นายกิตติกร หรือ ซ้อโรส อายุ 29 ปี
    2. นายธนพนธ์ หรืออาซื่อ อายุ 35 ปี3. น.ส.เมทนี หรือเมย์ อายุ 40 ปี
    4.นายสุรพงศ์ หรือพงศ์ อายุ 30 ปี  5.น.ส.น้องเล็ก อายุ 34 ปี

    ทั้งหมดถูกแจ้งข้อหา ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเป็นคณะบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไปโดยความผิดที่กระทำในเขตแดนของรัฐมากกว่าหนึ่งรัฐ , สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยเป็นธุระจัดหา โดยมีความมุ่งหมายเพื่อเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ จากการบังคับใช้แรงงาน

    ร่วมกันค้ามนุษย์ตั้งแต่สามคนขึ้นไปโดยสมาชิกองค์กรอาชญากรรม,ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่น,ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น, ร่วมกันใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย

    จับได้ที่ บ้านในพื้นที่ หมู่ที่ 7 ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี,ล้งทุเรียนในพื้นที่ ต.พลวงอ.คิชฌกูฎ จ.จันทบุรี, บ้านในพื้นที่ ต.หาดเล็กอ.คลองใหญ่ จ.ตราด

    การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การอำนวยการของพล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร.และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช 
ผู้ช่วยผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดสืบสวนติดตามจับกุมเครือข่ายผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในทุกมิติ

    ต่อมาศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ได้รับความร่วมมือกับบริษัท Meta ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียระดับโลกประสานข้อมูลมาให้ตำรวจ กก.1.บก.ปคม. ก่อนจะเปิดปฏิบัติการล่าขบวนการคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ

    หลังพบเครือข่ายหลอกลวงคนไทยไปทำงานในประเทศกัมพูชา ถูกบังคับให้ร่วมขบวนการสแกมเมอร์ หลอกลวงประชาชนผ่านแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์และเว็บไซต์ซื้อขายสินค้าปลอม มีลักษณะเป็นขบวนการอาชญากรรมมีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างเป็นระบบ

    ทั้งนี้สืบเนื่องจากช่วงประมาณปลายปี 2568 มีคนไทยใช้ชื่อว่า “ซ้อโรส” เป็นหัวหน้าคนไทยในแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ อยู่ที่จังหวัดตะโบงคมุม ประเทศกัมพูชา คอยหลอกลวงชักชวนคนไทยไปทำงานที่ประเทศกัมพูชา มุ่งเป้าเน้นไปที่กลุ่มผู้มีรายได้น้อย พร้อมยื่นข้อเสนอชวนเชื่อว่าเป็นงานสบายรายได้ดี เมื่อเหยื่อหลงเชื่อเดินทางไปทำงานจะถูกกักขังและถูกบังคับให้ทำหน้าที่แชทหลอกลวงเหยื่อชาวไทยจำนวนมาก ให้โอนเงินผ่านช่องทางออนไลน์

    กระทั่งมีผู้เสียหาย 5 ราย ได้รับความช่วยเหลือกลับประเทศไทย เข้าพบตำรวจ กก.1 บก.ปคม. แจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มขบวนการดังกล่าว พบว่สหนึ่งในผู้เสียหายทั้งหมด ถูกขายต่อมาจากออฟฟิศสแกมเมอร์อื่น มีบอสใหญ่ชาวจีนเป็นผู้ซื้อตัวเหมือนเป็นสินค้า

    ขณะที่ผู้เสียหายอีก 4 ราย ได้รับการชักชวนจาก“ซ้อโรส” หรือนายกิตติกร ให้ไปทำงานตำแหน่ง “แอดมินพนันออนไลน์ตอบแชทลูกค้า” เสนอรายได้สูงถึง 32,000 บาทต่อเดือน พร้อมสวัสดิการต่างๆมากมาย มีที่พักและอาหารฟรี 3 มื้อ โดยไม่หักเงินเดือน มีวันหยุดให้ทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือนพร้อมทั้งจองตั๋วเครื่องบินให้

    ส่วนค่าเดินทางและค่าดำเนินการทั้งหมด “ซ้อโรส”จะเป็นผู้สำรองเงินออกให้ก่อน ทำให้ผู้เสียหายที่มีรายได้น้อย และกำลังเดือดร้อนทางด้านการเงินหลงเชื่อ เดินทางบินตรงจากสนามบินสุวรรณภูมิ มุ่งสู่สนามบินนานาชาติเตโช กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ในช่วงเดือนตุลาคม2568 ที่ผ่านมา

    แต่เมื่อเหยื่อเดินทางไปถึง นายกิตติกร หรือซ้อโรส ได้ส่งรถยนต์ SUV พร้อมคนขับชาวกัมพูชามารับ พาไปยังออฟฟิศในพื้นที่จังหวัดตะโบงคมุมประเทศกัมพูชา มีลักษณะเป็น “สแกมคอมพาวด์” (Scam Compound) เป็นเหมือนโรงงานปิดตายล้อมรอบด้วยกำแพงสูงด้านบนขึงลวดหนาม ทางเข้า–ออก เพียงจุดเดียว มีป้อมยามที่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยชาวจีนและชาวกัมพูชาเฝ้าเวรยามอย่างแน่นหนา โดยกลุ่มชาวจีนยังพกอาวุธปืนสั้น ส่วนกลุ่มชาวกัมพูชามีกระบองและอุปกรณ์ช็อตไฟฟ้า เพื่อควบคุมไม่ให้ใครหลบหนีออกไปได้

    จากนั้นนายกิตติกร หรือซ้อโรส จะบังคับให้ผู้เสียหายฝึกงาน ด้วยการพิมพ์ตาม “สคริปต์” ที่เตรียมไว้ แต่เมื่อต้องทำงานจริง กลับถูกบีบให้สวมบทบาทเป็นพนักงานสแกมเมอร์ ใช้บัญชีโซเชียลมีเดียปลอม (บัญชีอวตาร) พูดคุยหว่านล้อมเชิงชู้สาว หรือ “โรแมนซ์สแกม” ตีสนิทให้ผู้เสียหายจนตายใจ มีนายธนพนธ์ หรืออาซื่อทำหน้าที่เป็นล่ามแปลภาษาให้บอสจีนและคอยจัดหาซื้อบัญชีโซเชียลมีเดียปลอมมาจากกลุ่มเฟซบุ๊กอื่นๆ เพื่อใช้ในการหลอกลวงเหยื่อ

    เมื่อเหยื่อคนไทยเริ่มเชื่อใจ จะถูกชักชวนให้ร่วมลงทุนผ่านเว็บไซต์ปลอมที่สร้างเลียนแบบเว็บไซต์ Kogan และ Depop เป็นเว็บไซต์ซื้อขายสินค้าออนไลน์จากต่างประเทศที่มีอยู่จริงในลักษณะสร้างการซื้อขายปลอมขึ้นมาเพื่อให้เหยื่อลงทุนซื้อสินค้า ปลอม ในร้านค้าที่สร้างเอาไว้ก่อน  พร้อมสร้างผู้ซื้อปลอมขึ้นทำทีมีการซื้อขายจริง และสร้างกำไรให้กับเหยื่อ  มีคนไทยตกเป็นเหยื่อโอนเงินสูญเสียทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก สร้างรายได้ให้ขบวนการนี้สูงถึง 7–12 ล้านบาทต่อเดือน

    อย่างไรก็ตาม หากว่าผู้เสียหายท่่ถูกบังคับทำงานเป็นพนักงานสแกมเมอร์ ไม่สามารถหลอกเหยื่อได้หรือทำยอดไม่ได้ตามเป้าที่บอสจีนกำหนดไว้ จะถูกนายกิตติกร หรือซ้อโรส และนายธนพนธ์ หรืออาซื่อ พร้อมกลุ่มหัวหน้าทีมทำร้ายร่างกาย ใช้กระบองไฟฟ้าช็อตใช้สายไฟพันด้วยผ้าเทปฟาด ใช้ไม้ทุบตีตามร่างกาย หรือสั่งลงโทษกักขัง ลุกนั่ง และวิ่งรอบสนาม

    ระหว่างที่ถูกกักขังบังคับทำงาน ผู้เสียหายได้พบกับ น.ส.เมทนี ทำหน้าที่เป็นฝ่ายบุคคล (HR) คอยโพสต์หลอกลวงคนไทยรายใหม่ๆเข้ามา และมีเครือข่ายท่อน้ำเลี้ยงคอยยักย้ายถ่ายโอนเงินผ่านบัญชีของ น.ส.น้องเล็กและนายสุรพงศ์ ก่อนจะโอนกลับไปให้บอสชาวจีน

    ท้ายที่สุด เมื่อผู้เสียหายถูกทำร้ายร่างกายจนทนไม่ไหว จึงได้ติดต่อญาติให้หาเงินมา “จ่ายค่าไถ่ตัว”ให้แก่กลุ่มผู้ต้องหา เพื่อแลกกับอิสรภาพ ก่อนที่จะถูกปล่อยตัวเดินทางกลับมายังประเทศไทย

    ตำรวจ กก.1 บก.ปคม. รวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาจำนวน 8 ราย และขอหมายค้นสถานที่ที่เกี่ยวข้อง 3 แห่ง จับกุมผู้ต้องหาซึ่งเป็นตัวการสำคัญได้รวม 5 ราย คือ

    1.นายกิตติกร หรือซ้อโรส ทำหน้าที่เป็นรองหัวหน้าออฟฟิศ คุมพนักงานคนไทย ใช้ไฟฟ้าช็อตและสายไฟทุบตีผู้เสียหาย และทำหน้าที่เป็นแอดมินหลังบ้าน

    2. นายธนพนธ์ หรืออาซื่อ ทำหน้าที่เป็น ล่ามแปลภาษาบอสจีน ถ่ายทอดคำสั่ง และร่วมทำร้ายร่างกายผู้เสียหายที่ทำยอดไม่ได้

    3. น.ส.เมทนี หรือเมย์ ทำหน้าที่เป็น HR หรือฝ่ายบุคคลของออฟฟิศ คอยจัดหาคนมาทำงานที่ออฟฟิศประเทศกัมพูชา

    4. นายสุรพงศ์ ทำหน้าที่เป็น คนขับรถรับส่งเหยื่อ

    5. น.ส.น้องเล็ก ทำหน้าที่ โอนเงินตามสั่งเพื่อจัดการระบบ และส่งต่อกลับไปยังคนใกล้ชิดบอสจีน

    หลังจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 5 รายได้ ขณะนี้ตำรวจกก.1.บก.ปคม.กำลังสืบสวนขยายผล ติดตามผู้เกี่ยวข้องกับเครือข่ายดังกล่าว รวมทั้งตรวจสอบบุคคลที่อาจตกเป็นเหยื่อของเครือข่ายนี้ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการยึด และอายัดทรัพย์สินตามกฎหมายฟอกเงินต่อไป

    พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม. ฝากเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการหางานผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะกรณีการชักชวนไปทำงานในต่างประเทศ โดยอ้างว่าทำงานสบาย รายได้สูงเกินจริง สวัสดิการฟรี หากพบประกาศรับสมัครงานตำแหน่งแอดมิน, พนักงานตอบแชท, หรือการตลาดออนไลน์ ในประเทศเพื่อนบ้าน

    แต่เสนอเงินเดือนสูง มีการออกค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก ค่าอาหารให้ฟรีทุกมื้อ โดยไม่หักเงินเดือน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็น “กับดักหลอกไปค้ามนุษย์” เพราะไม่มีธุรกิจ ถูกกฎหมายใด จะมอบผลประโยชน์ที่เกินจริงเช่นนี้หากพบเห็นการกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าว สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน บก.ปคม. โทร. 1191 ตลอด 24 ชั่วโมง


     

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments