“สุดยอด”นวัตกรโคขุนต้นแบบ ผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดจากมูลโค สร้างมูลค่าเพื่มให้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน
ศาสตราจารย์ ดร.สามารถ จับโจร ผู้ทรงคุณวุฒิ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สายสุนีย์ จับโจร ผู้อำนวยการสำนักคอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เเละหัวหน้าโครงการวิจัยฯ
กล่าวว่า ภายใต้โครงการวิจัย “การถ่ายทอดนวัตกรรมระบบบริหารจัดการฟาร์มอัจฉริยะ (AI FARM) เพื่อยกระดับรายได้ครัวเรือนของผู้เลี้ยงโคขุนตลอดห่วงโซ่อุปทาน” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) และ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)
ได้ติดตามผลการดำเนินงานของเกษตรกรต้นแบบในการนำองค์ความรู้จากโครงการไปประยุกต์ใช้จริง โดยเฉพาะการต่อยอดกาิรผลิต ปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดจากมูลโค ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าของวัสดุเหลือใช้จากการเลี้ยงโค ควบคู่กับการใช้ ระบบบริหารจัดการฟาร์มอัจฉริยะ (AI FARM) เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการข้อมูลภายในฟาร์มอย่างเป็นระบบ
จากการติดตามผล พบว่า “นางสมจิตร พันพิมาย” ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนธนาคารโค-กระบือ บ้านโคกพลวง สามารถพัฒนาการผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดได้อย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มจากการทดลองอัดเม็ดครั้งแรกได้เพียง 0.5 กิโลกรัม ครั้งที่สองเพิ่มเป็น 8 กิโลกรัม ปัจจุบันสามารถผลิตได้ถึง 2 กระสอบต่อรอบการผลิต
ปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดสามารถจำหน่ายได้ในราคาสูงถึง กระสอบละ 150 บาท และในการผลิตล่าสุดมีผู้สั่งจองทันที 2 กระสอบ คิดเป็นมูลค่า 300 บาท ขณะที่ก่อนหน้านี้กลุ่มได้จำหน่ายปุ๋ยมูลโคแบบไม่อัดเม็ดไปแล้วกว่า 200 กระสอบ ในราคากระสอบละ 30 บาท การแปรรูปเป็นปุ๋ยอัดเม็ดจึงช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ได้อย่างชัดเจน
นอกจากนี้ กลุ่มยังให้ความสำคัญกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ โดยมีการหมักมูลโคให้ครบระยะเวลาประมาณ 2 เดือน ก่อนนำมาอัดเม็ด ทำให้ได้ปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพดี มีความสะดวกในการใช้งาน ขนส่ง และจำหน่าย อีกทั้งยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์ของชุมชน
นางสมจิตร พันพิมาย กล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า
“ตอนเริ่มทำอัดเม็ดวันแรกได้แค่ครึ่งกิโลกรัม ครั้งที่สองได้ 8 กิโลกรัม วันนี้อัดได้ 2 กระสอบ ขายกระสอบละ 150 บาท มีคนจองแล้ว 2 กระสอบ ก่อนหน้านี้ขายปุ๋ยแบบไม่อัดเม็ดกระสอบละ 30 บาท แต่เมื่อ
อัดเม็ดแล้วสามารถเพิ่มมูลค่าได้มากขึ้น ปุ๋ยก็มีคุณภาพดีกว่า เพราะเราหมักกองปุ๋ยครบ 2 เดือนก่อนนำมาอัดเม็ด ขอบคุณอาจารย์และคณะผู้วิจัยมากที่ทำให้พวกเราได้มีความรู้ ได้มีเครื่องอัดเม็ดปุ๋ยตามที่ตั้งใจไว้ และสามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้จริง”
ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมจากโครงการวิจัยไปใช้ประโยชน์ได้จริงในชุมชน ช่วยเพิ่มมูลค่าของวัสดุเหลือใช้จากการเลี้ยงโค ลดต้นทุนด้านปุ๋ยสำหรับการเกษตร สร้างอาชีพเสริม และเพิ่มรายได้ให้แก่ครัวเรือนเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม
โครงการ AI FARM จึงไม่ได้เป็นเพียงระบบบริหารจัดการฟาร์มอัจฉริยะเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ชุมชน ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ตามแนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และร่วมขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
#AI_FARM #ววน #บพท #เกษตรอัจฉริยะ #ปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด #เศรษฐกิจหมุนเวียน #โคต้นน้ำ #วิสาหกิจชุมชน #มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา #วิจัยเพื่อชุมชน #นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น#policenewsvarieties

























